สรุปอาณาจักร Chic Republic ค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์รายใหญ่ของไทย ที่กำลังจะ IPO

สรุปอาณาจักร Chic Republic ค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์รายใหญ่ของไทย ที่กำลังจะ IPO

28 มิ.ย. 2022
Chic Republic x ลงทุนแมน
หากพูดถึงแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ และสินค้าตกแต่งบ้านชั้นนำของไทย
หนึ่งในคำตอบที่ใครหลาย ๆ คนนึกถึง คงเป็น “Chic Republic”
บริษัทที่ก่อตั้งขึ้น โดยคุณกิจจา ปัทมสัตยาสนธิ ด้วยประสบการณ์ในแวดวงเฟอร์นิเจอร์ที่มีมานานกว่า 30 ปี
โดยล่าสุด บริษัทนี้กำลังจะมีแผนจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ในเร็ว ๆ นี้
เพื่อระดมทุนไปต่อยอดธุรกิจให้เติบโตมากขึ้นไปอีก
แล้วอาณาจักรเฟอร์นิเจอร์ Chic Republic น่าสนใจอย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
Chic Republic ก่อตั้งขึ้นในปี 2552 โดยคุณกิจจา ปัทมสัตยาสนธิ
ที่เล็งเห็นถึงโอกาสในตลาดเฟอร์นิเจอร์ระดับพรีเมียม เน้นขายสินค้าคุณภาพสูง
ขณะนั้น คุณกิจจามองว่า การตกแต่งบ้านเป็น “Home Fashion Living” ไม่ใช่เพื่อการพักอาศัยแต่เพียงอย่างเดียว
แต่ยังแสดงให้เห็นถึง การมีสไตล์ มีรสนิยม และมีความชื่นชอบของที่เป็นเอกลักษณ์
พอเป็นแบบนี้ สินค้าของ Chic Republic จึงไม่ได้เป็นแค่สินค้าระดับไฮเอนด์ ที่สร้างจากวัสดุเกรดพรีเมียม
แต่ยังเป็นตัวแทนที่สื่อถึง “ความแตกต่าง” ด้านแฟชั่น และรสนิยมในการตกแต่งบ้านของแต่ละคนด้วย
แนวคิดนี้เองที่ได้กลายเป็นตัวผลักดันให้ Chic Republic ผงาดขึ้นมาเป็นผู้นำในตลาดเฟอร์นิเจอร์ และสินค้าตกแต่งบ้านของไทย
จนสามารถขยายสาขาแบบสแตนด์อโลนภายในประเทศได้ถึง 5 สาขา
และในปี 2561 ที่ผ่านมา ยังขยายบริการไปยังประเทศกัมพูชา ที่มีโอกาสในการเติบโตอีกด้วย
โดยปัจจุบันนี้ Chic Republic ดำเนินธุรกิจภายใต้ 3 แบรนด์ ประกอบด้วย
- Chic Republic
แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่งบ้านระดับไฮเอนด์
ที่เน้นรูปแบบความหรูหรา และดีไซน์ที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว นำความคลาสสิกผสมผสานกับความทันสมัย (ModTrad) ให้เข้ากับรูปแบบการอยู่อาศัยในปัจจุบัน
- Rina Hey
แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ที่เน้นความโมเดิร์น สไตล์มินิมัล
ตอบโจทย์กลุ่มคนยุคใหม่ ที่มีพื้นที่บ้านอย่างจำกัด และมีกำลังซื้อที่จำกัดเช่นกัน
- Ashley
แบรนด์เฟอร์นิเจอร์สไตล์อเมริกัน ที่บริษัทได้ลิขสิทธิ์ในการจัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในไทย
โดดเด่นเรื่องการใช้งานที่แข็งแกร่ง ใช้วัสดุที่ทำมาจากไม้จริง ที่มีคุณภาพสูง
จะเห็นได้ว่า แต่ละแบรนด์ภายใต้ Chic Republic ค่อนข้างมีความแตกต่าง
เพื่อที่จะเข้าถึงลูกค้าแต่ละกลุ่มได้อย่างแท้จริง นั่นเอง
แล้วในวันนี้ที่การแข่งขันกลุ่มค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์นั้นมีความดุเดือด
บริษัทมีกลยุทธ์อะไร ที่จะช่วยให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน ?
คุณกิจจา ปัทมสัตยาสนธิ ได้เฉลย 4 กลยุทธ์ที่เป็นเหมือนกุญแจสำคัญที่ทำให้ Chic Republic
ยืนหยัดและเติบโตได้อย่างยั่งยืนดังนี้
1. เน้นการขยายสาขาแบบ สแตนด์อโลน
กลยุทธ์นี้ นับว่าเป็นอาวุธชั้นดี ที่ช่วยให้แบรนด์สร้าง “การรับรู้” จากผู้บริโภค
เพราะบริษัทสามารถออกแบบ รูปแบบอาคารได้อย่างเต็มที่ พร้อมกับตกแต่งของในพื้นที่ขาย
เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และสิ่งแวดล้อมให้ดูน่าตื่นตา ทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้นมากที่สุด
ที่สำคัญการขยายสาขาแบบสแตนด์อโลน จะช่วยให้บริการของ Chic Republic กลายมาเป็น One-stop-shopping แบบครบวงจร ที่ลูกค้าสามารถทำทุก ๆ ธุรกรรมครบจบในสาขาได้ทันที
2. ลงทุนกับการวิจัยและพัฒนา
Chic Republic ให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาสินค้า
เพื่อให้สินค้าของบริษัท สามารถตอบโจทย์เทรนด์ของผู้บริโภค ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
โดยสินค้าที่จัดแสดงใน Chic Republic จะถูกปรับเปลี่ยนทุก ๆ 2-3 เดือน
เพื่อให้ลูกค้าได้เห็นถึงความหลากหลายของสินค้า
พร้อมทั้งสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับลูกค้าที่เดินเข้ามา ให้ไม่รู้สึกว่าจำเจ
3. ให้ความสำคัญกับบริการหลังการขาย
บุคลากรทุก ๆ คนของ Chic Republic ถูกฝึกให้มีใจรักบริการ และดูลูกค้าด้วยความจริงใจ
ซึ่งคุณกิจจามองว่า สินค้าสามารถลอกเลียนแบบกันได้ไม่ยาก
แต่ “บริการ” จะเป็นสิ่งที่ทำให้ Chic Republic สามารถสร้างความแตกต่างจากผู้เล่นรายอื่น ๆ ในตลาดได้
4. สนใจสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการเติบโต
ต้องบอกว่า Chic Republic เป็นหนึ่งในบริษัทที่ทำงานร่วมกับโรงงานผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ที่สนับสนุนองค์กร Trees4Trees โดยตั้งขึ้นเพื่อปลูกป่าทดแทนและรักษาสิ่งแวดล้อม
รู้หรือไม่ว่า ทุกครั้งที่มีการตัดต้นไม้เพื่อเศรษฐกิจ หรือเพื่อนำมาใช้ในเชิงพาณิชย์
ทางองค์กรจะปลูกต้นไม้กลับคืนสู่สังคม เพื่อรักษาป่าและสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ เฟอร์นิเจอร์รูปแบบสไตล์ Vintage ยังใช้สีที่มีสารละลายทำจากน้ำ (Water Solvent Based) ในการผลิตเฟอร์นิเจอร์ โดยหลีกเลี่ยงการใช้สารละลายจากเคมี (Chemical Solven Based) ทำให้สินค้าไม่มีกลิ่นของสารละลายเคมี และเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อมในโรงงานผลิตได้
เหตุผลเหล่านี้ สะท้อนให้เห็นถึงจุดเด่น และจุดแข็งของ Chic Republic ที่ไม่เพียงแต่จะสนใจในเรื่องการเติบโตของธุรกิจ แต่ยังใส่ใจการให้คืนแก่สังคม และเติบโตควบคู่ไปกับสิ่งแวดล้อมที่ดี นั่นเอง
ซึ่งในอนาคต บริษัทยังมีแผนที่จะจัดสรรเงินลงทุนหลังจากเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ออกเป็น 3 ส่วนหลัก คือ
1. ขยายสาขาไปยังจังหวัดที่มีโอกาสในการเติบโตสูง
เช่น จังหวัดอุดรธานี ที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่น่าสนใจ
เพราะมีชายแดนติดกับประเทศลาว ซึ่งผู้คนมีกำลังซื้อที่เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ
โดยการขยายบริการไปยังจังหวัดอุดรธานี เป็นเพียงก้าวแรกในแผนงานของ Chic Republic
ซึ่งในอนาคตบริษัทมีแผนที่จะขยายบริการให้ครอบคลุมอีกหลาย ๆ พื้นที่ทั่วประเทศไทย
2. ลงทุนเพื่อเชื่อมต่อโลกออนไลน์ และโลกออฟไลน์ แบบไร้รอยต่อ
โดยเน้นการสร้างศูนย์การกระจายสินค้าตามหัวเมืองหลัก ๆ
และลงทุนพัฒนาระบบออนไลน์ไปพร้อม ๆ กัน
เพื่อให้ลูกค้าสามารถสั่งสินค้าของ Chic Republic จากที่ไหนก็ได้ในประเทศไทย และบริษัทสามารถนำส่งได้ถึงที่อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยในปัจจุบันนี้ สินค้าของ Chic Republic มีการจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ เกือบทุกช่องทาง ทั้งส่วนของบริษัทฯ ที่สามารถสั่งผ่านได้ทั้ง ทาง Line Official Account, Facebook, Instagram และ Website ของทั้งสามแบรนด์คือ www.chicrepublicthai.com / www.rinahey.com / www.store.ashleyfurniturehomestore.co.th รวมถึง Marketplace Platform ชั้นนำของไทย ได้แก่
Shopee, Lazada, NocNoc, Central Online และ JD Central
3. พัฒนาธุรกิจใหม่ของบริษัท ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่น
- Chic Design Studio ที่มีดีไซน์เนอร์รับออกแบบและตกแต่งภายในและก่อสร้างงานอินทีเรียให้กับบ้าน คอนโด ร้านอาหาร คาเฟ่ หรือเรียกว่า บริการ interior design & turnkey service
- Chic Rent in Style ธุรกิจรับจัดพร็อพโดย stylist ของตกแต่ง และให้เช่าเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่ง สำหรับบริษัทจัดงานอิเวนต์ต่าง ๆ เช่น งานแต่งงาน งานถ่ายภาพ เป็นต้น หรือโครงการอสังหาริมทรัพย์ ที่ทำห้องตัวอย่างเองก็สามารถใช้บริการเราในการเช่าหรือตกแต่งให้ได้ที่ สำหรับคนที่มีคอนโดหรือบ้านอยากขายหรือปล่อยเช่า บริการตกแต่งพร้อพของเราจะช่วยห้องดูสวยขึ้น ทำให้ขายหรือปล่อยเช่าได้ราคาดีขึ้นและง่ายขึ้นด้วย หรืออยากจะตกแต่งห้องให้ดูดีแบบมีสไตล์ เพื่อการทำการตลาด ก็เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับห้องที่ตกแต่งได้เช่นเดียวกัน
รวมทั้งโอกาสทางธุรกิจที่น่าสนใจอย่าง การเพิ่มค่าเช่า
ด้วยการพัฒนาพื้นที่ของห้าง Chic Republic ให้กลายเป็นจุดศูนย์รวมไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่
พร้อมทั้งดึงเชนร้านอาหารและร้านกาแฟระดับโลกอย่าง Starbucks, McDonald’s และอื่น ๆ
เข้ามาสร้างความหลากหลายให้แก่ผู้บริโภคเวลาเดินทางมาใช้บริการ
ซึ่งธุรกิจใหม่เหล่านี้ เชื่อว่าจะช่วยทำให้บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นได้
เพราะไม่จำเป็นต้องลงทุนใหม่หมดตั้งแต่แรก แต่เน้นการต่อยอดจากธุรกิจเดิมที่ดีอยู่แล้ว ให้กลายเป็นดีเยี่ยมเพิ่มมากขึ้น
ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลายผู้ประกอบการในทุกธุรกิจได้รับผลกระทบจาก โรคระบาดโควิด-19 ซึ่งต้องยอมรับว่า ทำให้บริษัทมีรายได้และกำไรที่ลดลง เพราะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว จึงต้องปิดสาขาชั่วคราว ในช่วงที่โรคคะบาดโควิด-19 มีความรุนแรง ตามมาตรการล็อกดาวน์ของภาครัฐในบางช่วงเวลา
ทั้งนี้ ปัจจุบันสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 เริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้น รายได้และผลกำไรในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2564 และ ไตรมาสที่ 1 ของปี 2565 เริ่มมีทีทิศทางที่ดีขึ้น ทางบริษัทก็คาดว่า ธุรกิจจะกลับมาเติบโตและเข้าสู่สภาวะปกติได้ภายในปีนี้
ถึงตรงนี้ คงพอสรุปได้ว่า Chic Republic คืออีกหนึ่งบริษัทค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์ชั้นนำของไทยที่น่าสนใจ
และการเข้า IPO ในครั้งนี้ ก็เพื่อนำเงินมาต่อยอดธุรกิจเดิมให้มีความแข็งแกร่ง
พร้อมทั้งคว้าโอกาสในธุรกิจใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตต่อไป
เพราะต้องไม่ลืมว่า คงไม่มีใครอยู่บ้านเปล่า ๆ โดยไม่มีเฟอร์นิเจอร์
นั่นเท่ากับว่า ธุรกิจตกแต่งบ้าน ก็เป็นหนึ่งในส่วนประกอบของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
ซึ่งเป็นปัจจัย 4 ในการดำรงชีวิตของมนุษย์ด้วยเช่นกัน
Chic Republic ที่ตอนนี้เป็น one-stop-service แบบครบวงจรในเรื่องเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน
จึงเป็นอีกหนึ่งบริษัท ที่น่าจับตามอง..
References:
-สัมภาษณ์พิเศษ คุณกิจจา ปัทมสัตยาสนธิ โดยเพจ ลงทุนแมน
© 2022 Longtunman. All rights reserved.