
รู้จัก PHAT โรงสกัดน้ำมันปาล์ม ยุค Sustainability ที่กำลังจะ IPO
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง x PHAT
รู้หรือไม่ว่า ปาล์มน้ำมัน มีต้นทุนต่ำและคุ้มค่ามากที่สุดในกลุ่มพืชน้ำมัน
สังเกตได้จากผลผลิตน้ำมันต่อไร่ที่สูงกว่า 5-10 เท่า เมื่อเทียบกับพืชอื่น ๆ อย่างมะพร้าว ถั่วเหลือง ฯลฯ
สังเกตได้จากผลผลิตน้ำมันต่อไร่ที่สูงกว่า 5-10 เท่า เมื่อเทียบกับพืชอื่น ๆ อย่างมะพร้าว ถั่วเหลือง ฯลฯ
โดยภาพรวมทั่วโลกบริโภคน้ำมันปาล์มราว 1 ใน 3 ของน้ำมันพืชทั้งหมด หรือประมาณ 75 ล้านตันต่อปี
แต่ในช่วง 5 ปีนับจากปี 2563-2567 ที่ผ่านมา
พบว่า ความต้องการใช้น้ำมันปาล์มดิบทั่วโลกเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1.5% ต่อปี ขณะที่การผลิตน้ำมันปาล์มดิบเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1.1% ต่อปีเท่านั้น
พบว่า ความต้องการใช้น้ำมันปาล์มดิบทั่วโลกเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1.5% ต่อปี ขณะที่การผลิตน้ำมันปาล์มดิบเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1.1% ต่อปีเท่านั้น
ความต้องการที่มากขึ้น ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะปาล์มน้ำมันกำลังมีบทบาทสำคัญต่อระบบอาหารโลก และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง
หนึ่งในนั้นคือ การมาของเทรนด์ความยั่งยืน หรือ Sustainability ที่เกิดขึ้นไปทั่วโลก
อย่างที่ทราบกันว่า น้ำมันปาล์ม เป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตไบโอดีเซล นั่นเอง
อย่างที่ทราบกันว่า น้ำมันปาล์ม เป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตไบโอดีเซล นั่นเอง
ล่าสุด ประเทศไทย กำลังมีหนึ่งบริษัทสัญชาติไทยที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรง
นอกจากการขยายกำลังผลิตเพิ่มขึ้น 50% มารองรับการเติบโตในอนาคตแล้ว ล่าสุดยังกำลังจะ IPO เร็ว ๆ นี้
นั่นก็คือ บริษัท กลุ่มภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ PHAT
นอกจากการขยายกำลังผลิตเพิ่มขึ้น 50% มารองรับการเติบโตในอนาคตแล้ว ล่าสุดยังกำลังจะ IPO เร็ว ๆ นี้
นั่นก็คือ บริษัท กลุ่มภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ PHAT
แล้วความน่าสนใจของธุรกิจ PHAT คืออะไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
หลายคนอาจคุ้นเคยกับปาล์ม ในมุมของน้ำมันปาล์มที่ใช้ทำอาหาร หรือไบโอดีเซลที่ใช้เติมรถยนต์
แต่จริง ๆ แล้ว น้ำมันปาล์มและผลพลอยได้จากการสกัดน้ำมัน เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันมากมาย ไม่ว่าจะเป็น
แต่จริง ๆ แล้ว น้ำมันปาล์มและผลพลอยได้จากการสกัดน้ำมัน เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันมากมาย ไม่ว่าจะเป็น
- กลุ่มอาหาร เช่น นมข้นหวาน, ไอศกรีม
- กลุ่มสินค้าบริโภค เช่น สบู่, แชมพู, เครื่องสำอาง, ครีมบำรุงผิว, ผงซักฟอก
- กลุ่มผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่น น้ำมันหล่อลื่น, อาหารสัตว์, ปุ๋ยชีวภาพทะลายปาล์ม
- กลุ่มสินค้าบริโภค เช่น สบู่, แชมพู, เครื่องสำอาง, ครีมบำรุงผิว, ผงซักฟอก
- กลุ่มผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่น น้ำมันหล่อลื่น, อาหารสัตว์, ปุ๋ยชีวภาพทะลายปาล์ม
สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่าง สินค้าปลายน้ำ ของวงจรอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน
ซึ่งธุรกิจหลักของ PHAT ก็คือโรงสกัดน้ำมันปาล์มที่มีเทคโนโลยีทันสมัย ที่เป็นตัวกลางระหว่างภาคเกษตรกร กับภาคผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคต่าง ๆ นั่นเอง
ซึ่งธุรกิจหลักของ PHAT ก็คือโรงสกัดน้ำมันปาล์มที่มีเทคโนโลยีทันสมัย ที่เป็นตัวกลางระหว่างภาคเกษตรกร กับภาคผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคต่าง ๆ นั่นเอง
ถ้าสังเกตผลประกอบการย้อนหลัง 3 ปีล่าสุดของ PHAT จะพบว่า
ปี 2566 รายได้รวม 1,620.05 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 5.69 ล้านบาท
ปี 2567 รายได้รวม 1,627.99 ล้านบาท กำไรสุทธิ 44.67 ล้านบาท
ปี 2568 รายได้รวม 2,377.51 ล้านบาท กำไรสุทธิ 109.09 ล้านบาท
ปี 2567 รายได้รวม 1,627.99 ล้านบาท กำไรสุทธิ 44.67 ล้านบาท
ปี 2568 รายได้รวม 2,377.51 ล้านบาท กำไรสุทธิ 109.09 ล้านบาท
สะท้อนถึงการเติบโตของรายได้ และความสามารถที่พลิกจากตัวเลขขาดทุน มาเป็นตัวเลขกำไร
หลังจากได้รับเงินทุนเพิ่มเติม 135 ล้านบาท ผ่านการรีไฟแนนซ์ ทำให้ธุรกิจมีสภาพคล่องทางการเงิน ในการดำเนินธุรกิจมากขึ้น
หลังจากได้รับเงินทุนเพิ่มเติม 135 ล้านบาท ผ่านการรีไฟแนนซ์ ทำให้ธุรกิจมีสภาพคล่องทางการเงิน ในการดำเนินธุรกิจมากขึ้น
ทีนี้ ถ้ามองในมุมของคนทำธุรกิจ..
ปกติแล้ว ผลการดำเนินงานของธุรกิจโรงสกัดน้ำมันปาล์มจะดีหรือไม่ มักจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการผลิตน้ำมันปาล์มดิบ และเมล็ดในปาล์มเป็นหลัก
โดยปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบก็คือ ความพร้อมของโรงงาน, คุณภาพแรงงาน และการจัดหาวัตถุดิบ
สำหรับ PHAT เอง ปัจจุบันมีโรงสกัดน้ำมันปาล์มอยู่ในกระบี่ ซึ่งเป็นหนึ่งในทำเลปลูกผลปาล์มสดมากที่สุดในประเทศไทย
เดิมทีโรงงานสกัดน้ำมันมีกำลังการผลิตน้ำมันปาล์มดิบ 60 ตันปาล์มสดต่อชั่วโมง
แต่ล่าสุด PHAT ขยายการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 90 ตันปาล์มสดต่อชั่วโมงได้สำเร็จ เมื่อ Q1/2569 ที่ผ่านมา
โดยมีพนักงานเพียงพอต่อการดำเนินงานกว่า 124 คน ล้วนเป็นคนไทย
แต่ล่าสุด PHAT ขยายการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 90 ตันปาล์มสดต่อชั่วโมงได้สำเร็จ เมื่อ Q1/2569 ที่ผ่านมา
โดยมีพนักงานเพียงพอต่อการดำเนินงานกว่า 124 คน ล้วนเป็นคนไทย
สะท้อนว่า ตอนนี้กำลังการผลิตถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงวัตถุดิบที่เข้าป้อนโรงงานเท่านั้น
ทีนี้ในแง่ของวัตถุดิบ สิ่งที่หลายคนไม่รู้ก็คือ PHAT เป็นสมาชิกโครงการรับรองการผลิตน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืน (RSPO) และมีการฝึกอบรมเกษตรกรอย่างต่อเนื่องมาตลอด 2 ปี
ส่งผลให้อัตราการสกัดน้ำมันปาล์ม หรือ Oil Extraction Rate (OER) อยู่ในระดับดี
และทำให้สร้างความเชื่อมั่นได้ ทั้งในด้านคุณภาพ และปริมาณวัตถุดิบ
และทำให้สร้างความเชื่อมั่นได้ ทั้งในด้านคุณภาพ และปริมาณวัตถุดิบ
ซึ่งรู้หรือไม่ว่า น้ำมันปาล์มดิบที่ผ่านการรับรอง RSPO นอกจากจะช่วยเพิ่มโอกาสขายในราคาที่สูงกว่าตลาดทั่วไปแล้ว
ยังถือเป็นกุญแจสำคัญ ที่จะช่วยขยายตลาดต่างประเทศที่ให้ความสำคัญในมาตรฐานความยั่งยืน เช่น ตลาดยุโรป เป็นต้น
พูดง่าย ๆ RSPO กำลังช่วยธุรกิจน้ำมันปาล์มไทยยกมาตรฐานสินค้า
และก้าวข้ามอุปสรรคทางการค้าบนเวทีโลก นั่นเอง
และก้าวข้ามอุปสรรคทางการค้าบนเวทีโลก นั่นเอง
แล้วตอนนี้ PHAT ส่งออกไปประเทศไหนบ้าง ?
ถ้าสังเกตผลประกอบการ Q3/2568 จะพบว่า PHAT เริ่มส่งออกไปอินเดีย สร้างรายได้ 467.05 ล้านบาท หรือ 19.7% ของรายได้ทั้งหมด
การส่งออกในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการเปิดตลาดต่างประเทศใหม่ ๆ แล้ว
ยังถือเป็นหนึ่งกลยุทธ์ทางธุรกิจ ที่ช่วยลดผลกระทบจากความผันผวน และกลไกราคาน้ำมันปาล์มดิบภายในประเทศ อีกด้วย
ยังถือเป็นหนึ่งกลยุทธ์ทางธุรกิจ ที่ช่วยลดผลกระทบจากความผันผวน และกลไกราคาน้ำมันปาล์มดิบภายในประเทศ อีกด้วย
ถึงตรงนี้ อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจที่ไม่พูดถึงไม่ได้..
นั่นก็คือ PHAT กำลังเปลี่ยนจุดยืนเดิมจาก Agricultural Based Company ไปสู่ Sustainable Company
นั่นก็คือ PHAT กำลังเปลี่ยนจุดยืนเดิมจาก Agricultural Based Company ไปสู่ Sustainable Company
แน่นอนว่า นั่นไม่ใช่แค่เป็นการตอบรับเทรนด์โลก Sustainability ที่กำลังมาแรง
แต่ PHAT เชื่อว่าจะเป็นจุดที่สร้างการเติบโตให้กับภาพรวมธุรกิจในอนาคต เลยทีเดียว
แต่ PHAT เชื่อว่าจะเป็นจุดที่สร้างการเติบโตให้กับภาพรวมธุรกิจในอนาคต เลยทีเดียว
เพราะโดยปกติแล้ว ทุกครั้งในการเดินเครื่องโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม
ผลลัพธ์ที่ได้ออกมา นอกจากจะมี “พระเอก” อย่างน้ำมันปาล์มดิบแล้ว ยังมีผลิตภัณฑ์พลอยได้ที่เรียกว่า By-Product ต่าง ๆ
ผลลัพธ์ที่ได้ออกมา นอกจากจะมี “พระเอก” อย่างน้ำมันปาล์มดิบแล้ว ยังมีผลิตภัณฑ์พลอยได้ที่เรียกว่า By-Product ต่าง ๆ
เช่น
- กะลาปาล์ม ใช้เป็นเชื้อเพลิงชีวมวล Biomass
- เส้นใยจากผลปาล์ม ใช้เป็นเชื้อเพลิงในหม้อไอน้ำ
- เส้ยใยจากทะลายปาล์ม ใช้เป็นเชื้อเพลิง และปุ๋ยอินทรีย์
- กะลาปาล์ม ใช้เป็นเชื้อเพลิงชีวมวล Biomass
- เส้นใยจากผลปาล์ม ใช้เป็นเชื้อเพลิงในหม้อไอน้ำ
- เส้ยใยจากทะลายปาล์ม ใช้เป็นเชื้อเพลิง และปุ๋ยอินทรีย์
แต่ที่ลืมไปไม่ได้เลยเสมือนเป็น “นางเอก” ของธุรกิจ PHAT
นั่นก็คือ เมล็ดในปาล์ม หรือ Palm Kernel ที่สามารถนำไปสกัดเป็นน้ำมันเมล็ดในปาล์ม หรือ Crude Palm Kernel Oil (CPKO) เพื่อนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องสำอางได้
นั่นก็คือ เมล็ดในปาล์ม หรือ Palm Kernel ที่สามารถนำไปสกัดเป็นน้ำมันเมล็ดในปาล์ม หรือ Crude Palm Kernel Oil (CPKO) เพื่อนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องสำอางได้
โดย CPKO นี้เอง ที่คาดว่าจะเป็น New Product Engine ในช่วงครึ่งหลังของปี 2570
ถึงตรงนี้ สะท้อนแล้วว่า เส้นทางธุรกิจ PHAT กำลังตีโจทย์แตก
เพราะสิ่งที่จะได้รับกลับคืนมา คงไม่ใช่แค่การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์พลอยได้
เพราะสิ่งที่จะได้รับกลับคืนมา คงไม่ใช่แค่การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์พลอยได้
แต่มันคือ การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ที่เรียกว่า Fully Utilization of By-Product ในอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน นั่นเอง..
References
-https://www.settrade.com/th/research/businessanalysis?fbclid=IwY2xjawSpzU1leHRuA2FlbQIxMABicmlkETFmWHlqNmV1UGIycVZEOTVHc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHhGjEouvJZVGKQBVcOjfuviSW3IXFytyUFbgZtX_AJkDsXSdrvWf4OX9NN9T_aem_X8hf1h7_gAjmozW_t0VK_g
-https://www.krungsri.com/th/research/industry/industry-outlook/agriculture/palm-oil/io/plam-oil-industry-2025-2027
-https://market.sec.or.th/public/ipos/IPOSEQ01.aspx?TransID=730097&lang=th
-https://www.settrade.com/th/research/businessanalysis?fbclid=IwY2xjawSpzU1leHRuA2FlbQIxMABicmlkETFmWHlqNmV1UGIycVZEOTVHc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHhGjEouvJZVGKQBVcOjfuviSW3IXFytyUFbgZtX_AJkDsXSdrvWf4OX9NN9T_aem_X8hf1h7_gAjmozW_t0VK_g
-https://www.krungsri.com/th/research/industry/industry-outlook/agriculture/palm-oil/io/plam-oil-industry-2025-2027
-https://market.sec.or.th/public/ipos/IPOSEQ01.aspx?TransID=730097&lang=th