ICONSIAM HALL PARAGON HALL คำตอบของงานอิเวนต์ ยุค Net Zero

ICONSIAM HALL PARAGON HALL คำตอบของงานอิเวนต์ ยุค Net Zero

เวลาไปงานสัมมนา หรือนิทรรศการใหญ่ ๆ เรามักวัดความสำเร็จของงานจากอะไร ?
หลายคนอาจนึกถึงจำนวนผู้เข้าร่วมงาน ยอดขาย หรือกระแสตอบรับบนโซเชียลมีเดีย
แต่วันนี้ อีกหนึ่งตัวชี้วัดที่องค์กรทั่วโลกเริ่มให้ความสำคัญ คือปริมาณคาร์บอนที่เกิดขึ้นจากการจัดงาน
เพราะอุตสาหกรรมการจัดอิเวนต์และไมซ์ มีการใช้พลังงาน ทรัพยากร วัสดุก่อสร้างชั่วคราว รวมถึงการเดินทางของผู้เข้าร่วมงานในปริมาณมาก จนกลายเป็นกิจกรรมที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไม่น้อย
เมื่อโลกกำลังก้าวสู่เป้าหมาย Net Zero ความยั่งยืนจึงไม่ได้เป็นเพียงภาพลักษณ์ขององค์กรอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญของการทำธุรกิจ
เรื่องนี้น่าสนใจอย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
องค์กรทั่วโลกเริ่มให้ความสำคัญกับการวัดและเปิดเผยปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากขึ้น
และหนึ่งในมาตรฐานที่ถูกใช้อ้างอิงจำนวนมาก คือ GHG Protocol ซึ่งแบ่งการปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่
- Scope 1 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยตรงจากกิจกรรมขององค์กร เช่น การใช้เชื้อเพลิงในโรงงาน หรือยานพาหนะของบริษัท
- Scope 2 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากพลังงานที่องค์กรซื้อมาใช้ เช่น ไฟฟ้า
- Scope 3 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากกิจกรรมในห่วงโซ่คุณค่า เช่น การจัดซื้อสินค้าและบริการ การเดินทาง และกิจกรรมของคู่ค้า
ในประเทศไทย แนวโน้มดังกล่าวเริ่มชัดเจนขึ้น จากการที่บริษัทจดทะเบียนให้ความสำคัญกับการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากขึ้นตามมาตรฐานสากล
แล้วงานอิเวนต์จะลดคาร์บอนได้อย่างไร ?
จริง ๆ แล้ว คาร์บอนจากการจัดอิเวนต์ไม่ได้มาจากขยะเพียงอย่างเดียว
แต่เกิดขึ้นได้ตั้งแต่การผลิตและขนส่งวัสดุ การก่อสร้างบูท การจัดเลี้ยง การเดินทางของผู้เข้าร่วมงาน ไปจนถึงการใช้ไฟฟ้าและน้ำภายในสถานที่จัดงาน
ดังนั้นการเลือกสถานที่จัดงานจึงไม่ควรพิจารณาเพียงขนาดของพื้นที่ ความสะดวกในการเดินทาง หรือประสบการณ์ของผู้เข้าร่วมงานเท่านั้น
แต่ควรมองต่อว่า สถานที่นั้นมีระบบบริหารจัดการพลังงานและทรัพยากรอย่างไร สามารถวัดผลด้านความยั่งยืนได้หรือไม่ และช่วยลดผลกระทบจากการจัดงานได้มากแค่ไหน
เพราะยิ่งองค์กรต้องการจัดอิเวนต์ที่สอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืน การเลือก Venue ที่มีระบบบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ก็ยิ่งมีความสำคัญ
หนึ่งในตัวอย่างของสถานที่จัดงานในประเทศไทย คือ ICONSIAM HALL และ PARAGON HALL ซึ่งร่วมกันเป็น Carbon-Neutral MICE Venue แห่งแรกและแห่งเดียวของไทย
ทั้ง 2 แห่งมีพื้นที่จัดงานรวมกว่า 12,000 ตารางเมตร และรองรับผู้เข้าร่วมงานได้สูงสุดราว 3,000-5,000 ที่นั่ง โดยนำแนวคิด Sustainable MICE มาประยุกต์ใช้กับการดำเนินงานของฮอลล์อย่างจริงจัง
แนวทางนี้เริ่มตั้งแต่การบริหารจัดการพลังงานและทรัพยากร เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนจากการดำเนินงานให้ได้มากที่สุด
รวมถึงการจัดการขยะผ่านโครงการ Siam Piwat 360° Waste Journey to Zero Waste ที่เน้นการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง เพื่อนำวัสดุกลับมาใช้ประโยชน์ตามแนวคิด Circular Economy
อีกส่วนสำคัญคือ ทำเลที่เชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะ ทั้งรถไฟฟ้า รถโดยสาร และเรือโดยสาร รวมถึงจุดให้บริการ EV Charging Station ช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทางที่อาจลดผลกระทบด้านคาร์บอนได้
และในด้านการดำเนินงานของฮอลล์ มีการประเมิน Carbon Footprint ครอบคลุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใน Scope 1 และ Scope 2 ก่อนชดเชยคาร์บอนผ่านกลไกคาร์บอนเครดิตตามขอบเขตที่กำหนด
พูดง่าย ๆ คือผู้จัดงานไม่ได้เพียงเช่าพื้นที่สำหรับจัดอิเวนต์เท่านั้น แต่สามารถเลือกใช้สถานที่ที่มีระบบสนับสนุนการบริหารผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมได้ตั้งแต่ต้นทาง
ความต่อเนื่องในการดำเนินงานสะท้อนผ่านการได้รับมาตรฐาน ASEAN MICE Venue Standard โดย PARAGON HALL ได้รับการรับรองต่อเนื่อง 12 ปี และ ICONSIAM HALL ได้รับการรับรองต่อเนื่อง 6 ปี
ขณะที่ PARAGON HALL ยังได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 20121 ซึ่งเป็นมาตรฐานด้านระบบบริหารจัดการอิเวนต์อย่างยั่งยืน ครอบคลุมการคำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ
ถึงตรงนี้ ความสำเร็จของอิเวนต์ในอนาคต อาจไม่ได้วัดเพียงจำนวนคนที่เข้าร่วมงาน หรือยอดขายที่เกิดขึ้นภายในงานเท่านั้น แต่อาจรวมถึงคำถามว่า งานนั้นสร้างผลกระทบต่อโลกไว้มากน้อยแค่ไหน
และสำหรับองค์กรที่ต้องการยกระดับการจัดงาน จาก Venue ไปสู่ Platform ที่ช่วยสร้างคุณค่าร่วมให้กับธุรกิจ ผู้เข้าร่วมงาน และสิ่งแวดล้อม
ICONSIAM HALL และ PARAGON HALL ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

SPONSORED
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon