Microsoft เน้นขายซอฟต์แวร์ แต่มีรายได้ 7,000,000 ล้านบาท

Microsoft เน้นขายซอฟต์แวร์ แต่มีรายได้ 7,000,000 ล้านบาท

Microsoft เน้นขายซอฟต์แวร์ แต่มีรายได้ 7,000,000 ล้านบาท /โดย ลงทุนแมน
คงไม่มีใครไม่รู้จักบริษัทอย่าง Microsoft เพราะแค่เราเปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมา ก็จะเจอกับระบบปฏิบัติการ Windows
และถึงระบบปฏิบัติการนี้ จะถูกคิดค้นขึ้นมาตั้งแต่ปี 1985 หรือกว่า 37 ปีก่อน แต่ด้วยความสามารถในการรองรับซอฟต์แวร์ที่หลากหลาย และความคุ้นเคยของผู้ใช้งาน ทำให้ Windows กลายเป็นระบบปฏิบัติการที่คนทั่วโลกเลือกใช้ โดยครองส่วนแบ่งการตลาดกว่า 76%
และลูกค้ารายใหญ่ที่ใช้บริการของ Microsoft ต่างก็เป็นเหล่าผู้ผลิตคอมพิวเตอร์รายใหญ่ของโลกแทบทุกราย ไม่ว่าจะเป็น Dell, Asus, HP หรือ MSI
ในขณะที่โปรแกรมอย่าง Microsoft Office ก็ถือเป็นโปรแกรมที่อยู่คู่กับหลาย ๆ คนมาตั้งแต่เด็ก
ทั้งการพิมพ์รายงานส่งอาจารย์ด้วย Word, พรีเซนต์งานด้วย PowerPoint หรือแม้แต่ทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายด้วย Excel ซึ่งมีฐานลูกค้าตั้งแต่เด็กนักเรียน, ผู้ประกอบการ ไปจนถึงบริษัทขนาดใหญ่
╔═══════════╗
ภาวะเงินเฟ้อ ตลาดผันผวนแบบนี้ ติดตามข่าวเศรษฐกิจแบบเน้น ๆ จากหลายเพจได้ใน Blockdit - คอนเทนต์แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานเป็นประจำ 2 ล้านคน ลองใช้ฟรี blockdit.com/download
╚═══════════╝
ซึ่งปัจจุบัน โปรแกรมเหล่านี้ก็เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ Microsoft 365 สมัครสมาชิก (Subscription) ที่มีผลิตภัณฑ์ทั้งของเดิม และของใหม่อีกจำนวนมาก
โดยทั้ง Windows และ Microsoft 365 ถือเป็นป้อมปราการที่แข็งแกร่งของ Microsoft และยังช่วยให้ชื่อสินค้าของ Microsoft กลายเป็นแบรนด์ระดับโลก ที่แม้ในช่วงล็อกดาวน์ก็ยังสามารถเติบโตได้ดี
โดยมีผลประกอบการ 3 ปีล่าสุด ดังนี้
ปี 2020 รายได้ 5.00 ล้านล้านบาท
ปี 2021 รายได้ 5.87 ล้านล้านบาท
ปี 2022 รายได้ 6.93 ล้านล้านบาท
แม้ซอฟต์แวร์ Windows และ Microsoft 365 จะถือเป็นหน้าตาของ Microsoft ที่หลายคนรู้จัก
แต่รายได้จากส่วนนี้ ไม่ใช่รายได้ทั้งหมดของกิจการ เพราะมีสัดส่วนประมาณ 35% ของรายได้รวม
ซึ่ง Microsoft ยังมีรายได้จากธุรกิจอื่น ๆ อีกมากมาย ที่หลายคนยังไม่รู้ ไม่ว่าจะเป็น
- Microsoft Azure 34%
- Xbox 8%
- LinkedIn 7%
- Bing 6%
- และธุรกิจอื่น ๆ 10%
แม้ว่า Azure ซึ่งเป็นธุรกิจ Cloud จะเริ่มทำธุรกิจได้เพียง 12 ปี แต่ด้วยเทรนด์การทำธุรกิจในปัจจุบัน ที่กำลังปรับตัวเข้าสู่โลกออนไลน์กันมากขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้ความต้องการใช้บริการ Cloud เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกลายมาเป็นรายได้หลักของ Microsoft
ซึ่งธุรกิจ Cloud เป็นธุรกิจที่จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนสูง และใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในด้านเทคโนโลยี ส่งผลให้ในอุตสาหกรรม มีผู้เล่นรายใหญ่เพียงไม่กี่รายเท่านั้น
ในขณะที่ผู้ใช้บริการเองก็มักจะไม่เปลี่ยนไปใช้บริการ Cloud เจ้าอื่น ๆ เพราะความยุ่งยากในการย้ายข้อมูลจำนวนมาก และต้องแก้ไขข้อมูลต่าง ๆ ให้เข้ากับระบบ Cloud ของผู้ให้บริการรายใหม่ ส่งผลให้รายได้ในส่วนของ Azure มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โดยหากลองไปดูรายได้ย้อนหลังของ Microsoft Azure ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา
ปี 2020 รายได้ 1.44 ล้านล้านบาท
ปี 2021 รายได้ 1.83 ล้านล้านบาท
ปี 2022 รายได้ 2.35 ล้านล้านบาท
คิดเป็นการเติบโตในช่วง 3 ปี เฉลี่ยถึง 17.7% โดยปัจจุบัน Microsoft Azure ยังเป็นผู้ให้บริการ Cloud อันดับที่ 2 ของโลก ด้วยส่วนแบ่งการตลาดถึง 21%

แต่นอกจาก ธุรกิจที่กล่าวไปแล้ว
Microsoft ยังมีธุรกิจอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น
- Platform สำหรับหางานอย่าง LinkedIn
- ธุรกิจโฆษณาจาก Search Engine อย่าง Bing
- ธุรกิจเกมอย่าง Xbox
- รวมถึง Gadget อย่าง Surface และ Hololens

ความแข็งแกร่งของ Microsoft จึงไม่ได้มีเพียงแค่ธุรกิจที่เราคุ้นหน้าคุ้นตาอย่าง Windows และ Microsoft 365
แต่ยังมีส่วนสำคัญอีกอย่างคือ การปรับสัดส่วนรายได้ และกระจายการลงทุนไปยังธุรกิจอื่น ๆ ตั้งแต่ Azure ที่กลายมาเป็นรายได้หลัก รวมถึงสัดส่วนรายได้จากธุรกิจอื่น ๆ ที่หลากหลาย แต่ยังอยู่ในสายงานที่ Microsoft เชี่ยวชาญ คือด้านเทคโนโลยี
ปัจจุบัน Microsoft กลายเป็นบริษัทเทคโนโลยีอันดับ 2 ของโลก ที่มีมูลค่ามากกว่า 6.98 ล้านล้านบาท โดยสามารถฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจต่าง ๆ และอยู่รอดมาได้กว่า 47 ปี
และปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Microsoft ยังคงยิ่งใหญ่ได้ในปัจจุบันคือ พันธกิจ (Mission) ที่คุณสัตยา นาเดลลา CEO ของ Microsoft ได้ประกาศไว้ว่า
“Microsoft ต้องการเพิ่มอำนาจแห่งความสำเร็จที่เหนือกว่าเดิมให้กับทุกคน และทุกองค์กรบนโลก”
หรือตีความง่าย ๆ ก็คือ
ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า พาร์ตเนอร์ หรือแม้แต่คู่แข่ง
ทุกคนบนโลก ก็คือลูกค้าของ Microsoft นั่นเอง..
Microsoft ก็เป็นหนึ่งในธุรกิจ ที่กองทุน MEGA10 จะเข้าไปลงทุน โดยกองทุนนี้จะเข้าไปลงทุนใน 10 บริษัท ทรงอิทธิพล ที่สุดในโลก ซึ่งกำลังจะ IPO ในวันที่ 8 ถึง 20 ธันวาคม ที่จะถึงนี้
สามารถจองซื้อได้ที่ https://finno.me/mega-lt22
คำเตือน: กองทุนรวมนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะ เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงของกองทุนรวมก่อนตัดสินใจลงทุน ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.talisam.co.th
╔═══════════╗
ภาวะเงินเฟ้อ ตลาดผันผวนแบบนี้ ติดตามข่าวเศรษฐกิจแบบเน้น ๆ จากหลายเพจได้ใน Blockdit - คอนเทนต์แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานเป็นประจำ 2 ล้านคน ลองใช้ฟรี blockdit.com/download
╚═══════════╝
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - facebook.com/longtunman
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
TikTok - tiktok.com/@longtunman
Spotify - open.spotify.com/show/4jz0qVn1AL7tRMHiTvMbZH
Apple Podcasts - podcasts.apple.com/th/podcast/ลงทุนแมน/id1543162829
Soundcloud - soundcloud.com/longtunman
References
-https://gs.statcounter.com/os-market-share/desktop/worldwide
-https://www.microsoft.com/en-us/investor/earnings/fy-2022-q4/press-release-webcast
-https://www.statista.com/statistics/267805/microsofts-global-revenue-since-2002/
-https://www.investopedia.com/how-microsoft-makes-money-4798809
-https://www.statista.com/statistics/733960/worldwide-microsoft-major-product-and-service-revenue/#:~:text=External%20revenue%20of%20Microsoft%20broken,products%20and%20services%202016%2D2022&text=In%20the%20fiscal%20year%202022,to%2045%20billion%20U.S.%20dollars

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

SPONSORED
© 2024 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon