ญี่ปุ่น อดีตเคยเป็น ผู้นำรถยนต์ไฟฟ้า วันนี้กลับเป็นผู้ตามหลัง

ญี่ปุ่น อดีตเคยเป็น ผู้นำรถยนต์ไฟฟ้า วันนี้กลับเป็นผู้ตามหลัง

ญี่ปุ่น อดีตเคยเป็น ผู้นำรถยนต์ไฟฟ้า วันนี้กลับเป็นผู้ตามหลัง /โดย ลงทุนแมน
ทำไม ญี่ปุ่น เจ้าตลาดรถยนต์ ถึงช้าเรื่อง รถยนต์ไฟฟ้า ?
พูดถึง ญี่ปุ่น ที่ครองเจ้าตลาดรถยนต์มาอย่างยาวนาน
ที่สถานการณ์ตอนนี้ โดนทั้งจีน สหรัฐฯ และยุโรป แย่งตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไป
รู้ไหมว่า ช่วงราว 10 กว่าปีที่แล้ว ค่ายรถยนต์จากประเทศญี่ปุ่น ถือเป็นผู้นำรถยนต์ไฟฟ้า ด้วยส่วนแบ่งการตลาด 70-90% จากยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด
ไม่ว่าจะเป็น Mitsubishi ที่เปิดตัว i-MiEV รถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตแบบ Mass Production เป็นครั้งแรกของโลก ในปี 2009 และ Nissan Leaf ที่เปิดตัวตามมาในปี 2010
แล้วมาวันนี้ มันเกิดอะไรขึ้นกับญี่ปุ่น ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
╔═══════════╗
ภาวะเงินเฟ้อ ตลาดผันผวนแบบนี้ ติดตามข่าวเศรษฐกิจแบบเน้น ๆ จากหลายเพจได้ใน Blockdit - คอนเทนต์แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานเป็นประจำ 2 ล้านคน ลองใช้ฟรี blockdit.com/download
╚═══════════╝
ในปี 2022 จีนมียอดขายรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ 100% (BEV) สูงถึง 4.4 ล้านคัน คิดเป็น 60% ของยอดขายรถ BEV ทั่วโลก
หรือจีนครองส่วนแบ่งการตลาดนี้ เกินครึ่งโลกไปแล้ว
ขณะที่ญี่ปุ่นมียอดขายรถยนต์ไฟฟ้า BEV
อยู่เพียงแค่ 61,000 คัน หรือคิดเป็นส่วนแบ่งการตลาดไม่ถึง 1%
ถ้าลองเจาะลึกเข้าไปในประเทศญี่ปุ่นเอง รถยนต์ไฟฟ้าก็เป็นที่นิยมน้อยมาก โดยในปี 2022 ยอดขายรถ BEV ในประเทศ คิดเป็นไม่ถึง 2% ของยอดขายรถ BEV ทั้งหมด
ต้องบอกว่า ที่ญี่ปุ่นไม่ได้เป็นผู้นำรถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบัน เกิดจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็น
- ค่ายรถยนต์ของญี่ปุ่น ต้องการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีการผลิตรถยนต์ไฮบริดให้เต็มที่
ที่ผ่านมา บริษัทรถยนต์หลายแห่งในญี่ปุ่น มีการลงทุนในด้านเทคโนโลยี สำหรับรถยนต์ไฮบริด เป็นจำนวนเงินมหาศาล และลงทุนมาเป็นระยะเวลานานแล้ว
ซึ่งการที่ต้องลงทุนในเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าครั้งใหม่ จะก่อให้เกิดต้นทุนมหาศาล ทำให้ค่ายรถยนต์จากญี่ปุ่นหลายแห่ง ต้องใช้เวลานาน กว่าจะทำกำไรได้
ดังนั้น ค่ายรถยนต์จึงเลือกที่จะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการลงทุนในครั้งนี้ ก่อนที่จะเปลี่ยนไลน์การผลิตไปมุ่งเน้นด้านรถยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มตัว
โดยมีการคาดการณ์กันว่า การเติบโตของรถยนต์ไฮบริดนั้น จะยาวนานต่อเนื่องจนถึงปี 2027
- ห่วงโซ่อุปทานการผลิตของค่ายรถยนต์ญี่ปุ่น เกี่ยวข้องกับซัปพลายเออร์จำนวนมาก
รถยนต์ไฟฟ้ามีชิ้นส่วนประกอบที่น้อยลงมาก เมื่อเทียบกับการผลิตรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน ที่มีชิ้นส่วนประกอบอย่างมหาศาล
ซึ่งค่ายรถยนต์ญี่ปุ่น มีความเชี่ยวชาญในการผลิตรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน สาเหตุสำคัญเลยก็เพราะมีซัปพลายเออร์คอยป้อนชิ้นส่วนให้อยู่เบื้องหลังจำนวนมาก
ทำให้ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่น จึงมีการเปลี่ยนผ่านไปสู่รถยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มตัว ได้ล่าช้ากว่าประเทศอื่น ๆ
เพราะหากญี่ปุ่นเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้าเร็วเกินไป ก็อาจทำให้บริษัทซัปพลายเออร์เหล่านี้ ได้รับผลกระทบรุนแรง จนเกิดความปั่นป่วนในห่วงโซ่อุปทานทั้งอุตสาหกรรม
- การผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ทำให้ญี่ปุ่นต้องหันไปพึ่งพาจีนมากขึ้น
หัวใจสำคัญในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าคือ แบตเตอรี่
ซึ่งแร่ลิเทียมและแร่โคบอลต์ ที่เป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับการผลิตแบตเตอรี่นั้น เป็นจีนเองที่ครอบครองแร่ทั้ง 2 ประเภทจำนวนมาก
กรณีของแร่ลิเทียม กำลังการผลิตกว่า 70% ของโลก มาจากประเทศจีน
ส่วนแร่โคบอลต์ ปัจจุบัน 70% ของโลก มาจากเหมืองแร่ในคองโก ที่จีนเป็นผู้ถือสัมปทานส่วนใหญ่อยู่อีกด้วย
ซึ่งหากญี่ปุ่นหันไปมุ่งเน้นการผลิตรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น เท่ากับว่าต้องหันไปพึ่งพาจีนมากขึ้น อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ในอนาคต ถ้ามีความขัดแย้งระหว่างประเทศเกิดขึ้น
ก็อาจจะส่งผลให้มีการแบน การส่งออกวัตถุดิบเหล่านี้
ทำให้การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของค่ายรถยนต์ญี่ปุ่น เกิดปัญหาตามมาได้เช่นกัน
- ขาดการสนับสนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่น
นโยบายของรัฐบาลญี่ปุ่น ก็ดูยังไม่มุ่งไปที่รถยนต์ไฟฟ้าแบบเต็มตัว
หากลองไปดู เป้าหมายของการลดการปล่อยคาร์บอนของญี่ปุ่น ผ่านการใช้รถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
รัฐบาลญี่ปุ่นเองก็มีการสนับสนุนส่วนลด ในการซื้อรถยนต์ใหม่ของประชาชน เป็นรถยนต์เซลล์ไฮโดรเจน มากกว่ารถยนต์ไฟฟ้า
หรือนโยบายการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้านั้น ญี่ปุ่นก็มีการวางเป้าหมาย ยอดขายรถยนต์ใหม่ในปี 2030 ซึ่งก็ยังมีการนับรถยนต์ไฮบริดรวมไปกับรถ BEV ด้วย
ซึ่งแตกต่างกับหลายประเทศ ที่มุ่งเน้นผลักดันไปที่ยอดขายรถยนต์ใหม่เป็นรถ BEV ทั้งหมด
นอกจากนี้ จำนวนสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในญี่ปุ่นก็ยังมีไม่มากพอ
โดยตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา หรือปี 2018-2023 นั้น จำนวนสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในญี่ปุ่น แทบจะคงที่ที่ ประมาณ 30,000 แห่ง
เทียบกับเนเธอร์แลนด์ ซึ่งมีพื้นที่ประเทศ เล็กกว่าประเทศญี่ปุ่นถึง 9 เท่า ก็ยังมีสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้ากว่า 111,700 แห่ง มากกว่าญี่ปุ่นเกือบ 4 เท่า
ทำให้คนญี่ปุ่นเอง ก็ยังไม่อยากหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากนัก เพราะเกรงว่าอาจมีปัญหาเรื่องการหาสถานีชาร์จ ถ้าต้องเดินทางไกล ๆ อีกด้วย
จากเหตุผลที่ว่ามานี้ จึงทำให้ ญี่ปุ่น ที่แม้จะครองเจ้าตลาดรถยนต์มาอย่างยาวนาน จนครั้งหนึ่งเคยก้าวสู่การเป็นผู้นำรถยนต์ไฟฟ้า แต่วันนี้กลับเป็นผู้ตามหลังทั้งจีน สหรัฐฯ และยุโรป..
╔═══════════╗
ภาวะเงินเฟ้อ ตลาดผันผวนแบบนี้ ติดตามข่าวเศรษฐกิจแบบเน้น ๆ จากหลายเพจได้ใน Blockdit - คอนเทนต์แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานเป็นประจำ 2 ล้านคน ลองใช้ฟรี blockdit.com/download
╚═══════════╝
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - facebook.com/longtunman
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
TikTok - tiktok.com/@longtunman
Spotify - open.spotify.com/show/4jz0qVn1AL7tRMHiTvMbZH
Apple Podcasts - podcasts.apple.com/th/podcast/ลงทุนแมน/id1543162829
Soundcloud - soundcloud.com/longtunman
References
-https://www.krungsri.com/th/plearn-plearn/3-reasons-japan-not-use-ev-car
-https://asiafundmanagers.com/us/japan-loosing-ground-in-the-electric-vehicle-race/
-https://www.iea.org/data-and-statistics/data-tools/global-ev-data-explorer?gad_source
-https://www.nippon.com/en/in-depth/a08003/
-https://www.theguardian.com/global-development/2021/nov/25/battery-arms-race-how-china-has-monopolised-the-electric-vehicle-industry
-https://www.africanews.com/2023/09/12/cobalt-copper-mining-leading-to-forced-evictions-in-dr-congo-amnesty-international
-https://themeghalayan.com/china-controls-70-of-global-lithium-production-thats-a-worry-for-the-world/

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

SPONSORED
© 2024 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon