พลิกแนวคิดการเก็บเงิน “ประกันเซฟวิ่งทูไนน์ตี้” ประกันชีวิตที่ให้เงินคืนทุกปี และช่วยรับมือ “มะเร็งระยะลุกลาม” ไปพร้อมกัน ที่ SCB ทุกสาขา

พลิกแนวคิดการเก็บเงิน “ประกันเซฟวิ่งทูไนน์ตี้” ประกันชีวิตที่ให้เงินคืนทุกปี และช่วยรับมือ “มะเร็งระยะลุกลาม” ไปพร้อมกัน ที่ SCB ทุกสาขา

พลิกแนวคิดการเก็บเงิน “ประกันเซฟวิ่งทูไนน์ตี้” ประกันชีวิตที่ให้เงินคืนทุกปี และช่วยรับมือ “มะเร็งระยะลุกลาม” ไปพร้อมกัน ที่ SCB ทุกสาขา / ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง x SCB
หลายคนอาจคุ้นเคยกับการวางแผนการเงินผ่านประกันชีวิต เพื่อช่วยสร้างวินัยในการเก็บเงินและรับความคุ้มครอง แต่จะดีแค่ไหน ? ถ้าแผนการเงินนั้นถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับ “ความเสี่ยง” ที่เราคาดไม่ถึงด้วย
รู้ไหมว่า ข้อมูลปี 2022 จากองค์การอนามัยโลก (World Health Organization หรือ WHO) และองค์กรวิจัยโรคมะเร็งนานาชาติ (International Agency for Research on Cancer หรือ IARC) เผยว่า ตลอดช่วงชีวิตของคนเรามีโอกาสราว 20% หรือราว 1 ใน 5 ที่จะเป็นมะเร็ง ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงมาก ๆ (ที่มา: https://www.who.int/news/item/01-02-2024-global-cancer-burden-growing--amidst-mounting-need-for-services)
นี่คือเหตุผลที่ทำให้ “ประกันเซฟวิ่งทูไนน์ตี้” ที่ SCB น่าสนใจ
เพราะนี่คือครั้งแรกที่รวม “การเก็บเงิน” และ “ผลประโยชน์โรคมะเร็งระยะลุกลาม” เข้าไว้ด้วยกัน
โดยไม่ต้องชำระเบี้ยประกันภัยเพิ่ม แล้วรับเงินคืนรายปี เพิ่มเป็น 2 เท่า นานสูงสุด 10 ปี เมื่อเจอมะเร็งระยะลุกลามตั้งแต่ปีกรมธรรม์ที่ 4 เป็นต้นไป
ทำให้การเก็บเงินระยะยาวของเรานั้น ได้ทั้งความมั่นคงทางการเงิน และความอุ่นใจด้านสุขภาพไปพร้อมกัน
ทำไม ประกันเซฟวิ่งทูไนน์ตี้ ถึงน่าสนใจ ? ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
เริ่มต้นที่จุดเด่นแรกคือ การจ่ายเบี้ยประกันภัยเพียง 9 ปี แต่จะได้รับความคุ้มครองชีวิตยาวถึงอายุ 90 ปี
ทำให้เราไม่ต้องกังวลเรื่องการจ่ายเบี้ยประกันภัยระยะยาว แต่ยังได้ความคุ้มครองที่ยาวนาน เหมาะสำหรับคนที่อยากมีเงินก้อนไว้ใช้ในอนาคต
สิ่งที่น่าสนใจต่อมาคือ การันตีเงินคืนทุกปี โดยเริ่มตั้งแต่สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 1 จนถึงอายุ 89 ปี
สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 1-10 จะได้รับเงินคืนปีละ 10% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย
สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 11-14 จะได้รับเงินคืนปีละ 12% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย
และสิ้นปีกรมธรรม์ที่ 15 จนถึงปีที่อายุครบ 89 ปี จะได้รับเงินคืนถึงปีละ 14% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย
พูดง่าย ๆ ว่า หากเราทำประกันไว้ เราจะได้รับเงินคืนเป็นประจำทุกปี โดยไม่ต้องรอจนครบสัญญา
นอกจากนี้ เมื่อครบกำหนดสัญญาที่อายุ 90 ปี เราจะได้รับเงินก้อนใหญ่กลับมาสูงถึง 900% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย
ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ หากเรามีจำนวนประกันภัยที่ 200,000 บาท เมื่อครบกำหนดสัญญา เราจะได้รับเงินคืนครบสัญญาถึง 1,800,000 บาท เลยทีเดียว
นอกจากนี้ จุดเด่นที่ทำให้ ประกันเซฟวิ่งทูไนน์ตี้ แตกต่างจากประกันทั่วไปคือ ความคุ้มครองชีวิตที่สูง
สมมติว่า หากเราเสียชีวิตระหว่างสัญญาประกันภัย ครอบครัวของเราจะได้รับเงินสูงสุดถึง 910% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย
ยกตัวอย่างง่าย ๆ แบบนี้ หากเรามีจำนวนเงินเอาประกันภัย 200,000 บาท และเสียชีวิต ในช่วงปีกรมธรรม์ที่ 9 เป็นต้นไป ครอบครัวจะได้รับเงินถึง 1,820,000 บาท ทันทีโดยไม่ต้องรอครบสัญญา
ซึ่งการสมัครก็ง่าย ไม่ต้องตรวจสุขภาพ เพียงแค่ตอบคำถามสุขภาพแบบสั้นข้อเดียว และไม่เคยเป็นโรคมะเร็งมาก่อน ก็สามารถสมัครได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาไปตรวจที่โรงพยาบาล
และจุดเด่นอีกอย่างคือ การเพิ่มผลประโยชน์โรคมะเร็งระยะลุกลามเป็นส่วนเสริม โดยไม่เพิ่มเบี้ยประกันภัย
โดยรายละเอียดของความคุ้มครองโรคมะเร็งระยะลุกลามมีดังนี้
หากตรวจพบโรคมะเร็งระยะลุกลามในปีกรมธรรม์ที่ 1-3 จะได้รับเงินก้อน 10% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย
หากตรวจพบในปีกรมธรรม์ที่ 4 เป็นต้นไป จะได้รับเงินคืนรายปีเพิ่มเป็น 2 เท่า นานสูงสุด 10 ปี
แต่หากตลอดชีพไม่เคยเคลมมะเร็งเลย เราจะได้รับ No Claim Bonus เพิ่มอีก 100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย เมื่ออยู่ครบสัญญาตอนอายุ 90 ปี
ทีนี้ เรามาดูตัวอย่างการคำนวณค่าเบี้ยประกันภัย และผลประโยชน์ เพื่อความเข้าใจมากยิ่งขึ้น
สมมติว่า ผู้ชายและผู้หญิงอายุ 45 ปี ต้องการจำนวนเงินเอาประกันภัย 200,000 บาท จะต้องจ่ายเบี้ยประกันภัยปีละ 197,800 บาท เป็นเวลา 9 ปี รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,780,200 บาท
ผลประโยชน์ที่จะได้รับมีดังนี้
สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 1-10 จะได้รับเงินคืนปีละ 20,000 บาท
สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 11-14 จะได้รับเงินคืนปีละ 24,000 บาท
สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 15 จนถึงปีที่อายุครบ 89 ปี จะได้รับเงินคืนปีละ 28,000 บาท
เมื่อครบกำหนดสัญญาที่อายุ 90 ปี จะได้รับเงินก้อนใหญ่ 1,800,000 บาท
โดยแยกได้เป็น 3 กรณี เพื่อนำไปรวมผลประโยชน์ข้างต้น
กรณีที่ 1 ไม่เคยเคลมผลประโยชน์มะเร็งระยะลุกลามตลอดสัญญา No Claim Bonus ก็จะได้เพิ่มอีก 200,000 บาท รวมผลประโยชน์ทั้งหมดสูงถึง 3,136,000 บาท
กรณีที่ 2 ตรวจพบมะเร็งระยะลุกลามในปีกรมธรรม์ที่ 1-3 เราจะได้รับเงินก้อน 10% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย คือ 20,000 บาท และยังคงได้รับผลประโยชน์สัญญาหลักตามปกติ รวมผลประโยชน์ทั้งหมดเป็น 2,956,000 บาท
กรณีที่ 3 ตรวจพบมะเร็งระยะลุกลามตั้งแต่ปีกรมธรรม์ที่ 4 เป็นต้นไป เงินคืนรายปีจะเพิ่มเป็น 2 เท่า นานสูงสุด 10 ปี รวมผลประโยชน์ทั้งหมด 3,148,000 บาท สำหรับกรณีตรวจพบมะเร็งระยะลุกลามในปีกรมธรรม์ที่ 4
สรุปแล้ว เมื่อดูจากผลประโยชน์และความคุ้มครองที่จะได้รับในแต่ละกรณี เรียกได้ว่า ตอบโจทย์และคุ้มค่ากับค่าเบี้ยประกันภัย 1,780,200 บาท
ซึ่งยังไม่รวมสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เราสามารถนำเบี้ยประกันภัยที่จ่ายไปลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย
ถึงตรงนี้จะเห็นว่า ประกันเซฟวิ่งทูไนน์ตี้ ไม่เพียงช่วยให้เราเก็บเงินอย่างมีวินัย ได้รับเงินคืนทุกปี และมีเงินก้อนใช้ในอนาคต แต่ยังให้ความคุ้มครองชีวิต และยังมีความคุ้มครองโรคมะเร็งระยะลุกลามแบบไม่เพิ่มเบี้ยฯ
สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครผ่าน SCB ทุกสาขา
รายละเอียดผลิตภัณฑ์ คลิก : https://www.scb.co.th/th/personal-banking/insurance/savings-insurance/Saving-to-Ninety
#ประกันเซฟวิ่งทูไนน์ตี้ #SCB
หมายเหตุ :
- รับประกันภัยโดย บมจ. เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต
- ธนาคารเป็นเพียงนายหน้าผู้ชี้ช่องให้ทำประกันภัยเท่านั้น
- ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจในรายละเอียด ความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง
- ผลประโยชน์ ความคุ้มครอง และเงื่อนไขเป็นไปตามที่กรมธรรม์ และ บมจ. เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต กำหนด
- การแถลงสุขภาพเป็นปัจจัยหนึ่งในการพิจารณารับประกันภัย หรือการจ่ายเงินตามสัญญา
- เบี้ยประกันภัยสามารถหักลดหย่อนได้ตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

SPONSORED
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon