เงินส่วนใหญ่ลงทุนอยู่ในหุ้น แต่ถ้าต้องการใช้เงิน โดยไม่ขายหุ้น ทำอย่างไร สรุปครบจบในโพสต์เดียว

เงินส่วนใหญ่ลงทุนอยู่ในหุ้น แต่ถ้าต้องการใช้เงิน โดยไม่ขายหุ้น ทำอย่างไร สรุปครบจบในโพสต์เดียว

การลงทุนกลายเป็นสิ่งสำคัญของผู้คนในยุคนี้ เพราะการทำงานเก็บเงินเพียงอย่างเดียว อาจไม่เพียงพอต่อชีวิตหลังเกษียณอีกต่อไปแล้ว เมื่อต้องเจอกับสิ่งที่เรียกว่าเงินเฟ้อ
คนจำนวนไม่น้อยจึงตัดสินใจนำเงินเกือบทั้งหมดไปลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินต่าง ๆ เช่น หุ้น หรือตราสารหนี้
อย่างไรก็ตาม บางครั้งก็อาจเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ทำให้เราต้องการใช้เงินมากกว่าที่สำรองไว้ หลายคนจึงจำใจเลือกจะขายหุ้นบางส่วนในพอร์ตออกมา
แต่รู้หรือไม่ว่า ปัจจุบันมีกลยุทธ์ที่ช่วยให้ทุกคนสามารถสร้างรายได้ โดยไม่ต้องขายหุ้นที่ถือไว้ นั่นคือ Covered Call
กลยุทธ์ Covered Call คืออะไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ก่อนจะใช้ Covered Call เราจำเป็นต้องเข้าใจเรื่อง Options ก่อน
Options เป็นสัญญาที่ให้สิทธิเราในการซื้อ (Call Options) หรือขายสินทรัพย์ (Put Options) ตามราคาที่กำหนดไว้ (เรียกว่าราคาใช้สิทธิ หรือ Strike Price)
ดังนั้นเครื่องมือทางการเงินตัวนี้ก็เหมือนกับ การจองสิทธิบางอย่าง โดยเราต้องจ่ายค่าจองเพื่อล็อกสิทธิไว้ล่วงหน้า แต่จะใช้หรือไม่ใช้สิทธิก็ได้
เปรียบเทียบให้เห็นภาพ เหมือนเราจ่ายเงินจองสินค้า 1,000 บาท ซึ่งราคาสินค้านั้นอยู่ที่ 10,000 บาท
ถ้าต่อมาตลาดให้มูลค่ากับสินค้านั้น จนราคาสินค้าในตลาดเพิ่มเป็น 20,000 บาท เราก็สามารถใช้สัญญาการจองนั้นซื้อสินค้า ด้วยราคาเท่าเดิมที่ 10,000 บาท ประหยัดไป 9,000 บาท เมื่อหักค่าจองแล้ว
ซึ่งกลไกของ Call Options คล้ายกับตัวอย่างที่เล่าไป เพียงเปลี่ยนจากคำว่า “สินค้า” เป็น “หุ้น”
นี่เลยเป็นเหตุผลว่า ทำไม Options ถึงเป็นสิ่งที่คนจำนวนไม่น้อย มักใช้ในการลงทุน เพราะมันสามารถใช้ได้ทั้งในการเพิ่มผลตอบแทน และบริหารความเสี่ยง
ซึ่งปกติแล้วเราจะคุ้นกับการซื้อ Call Options หรือการซื้อ Put Options
แต่กลยุทธ์ Covered Call จะเพิ่มความซับซ้อน ตรงที่ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ
1. ต้องมีหุ้นจริงในพอร์ต
2. ต้องขาย Call Options หรือก็คือการขายสิทธิในการซื้อหุ้นให้กับคนอื่นที่ราคาใช้สิทธิ
ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ
ถ้าเรามีหุ้น NVIDIA อยู่ในพอร์ต และต้องการได้รับเงินโดยไม่ขายหุ้น ก็ทำการขาย Call Options ที่อิงกับหุ้น NVIDIA ออกมา โดยเลือกวันหมดอายุ และราคาใช้สิทธิตามที่ต้องการ
ซึ่งเหตุผลที่ทำแบบนี้ เพราะว่าการขาย Call Options จะทำให้เราได้เงินจากค่า Options หรือที่เรียกกันว่าค่าพรีเมียมทันที และที่ต้องมีหุ้นอยู่ในพอร์ตด้วย ก็เผื่อคนใช้สิทธิจาก Call Options นั่นเอง
ทั้งนี้หาก Options เดิมหมดอายุ หรือที่หมายความว่า คนซื้อ Options ไม่ได้ใช้สิทธิ เราก็ยังสามารถขาย Call Options ได้ต่อ เพื่อรับเงินค่าพรีเมียมรอบใหม่ได้เรื่อย ๆ
จากเรื่องราวเหล่านี้ ดูเหมือนว่า Covered Call จะเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจไม่น้อย ตรงที่เราสร้างกระแสเงินสดได้ตลอด
แต่ก็มีสิ่งที่ต้องระวัง นั่นคือหากราคาหุ้นเกินราคาใช้สิทธิ แล้วคนซื้อ Call Options ใช้สิทธิ เราจะถูกบังคับให้ขายหุ้นที่ราคานั้น ทำให้เสียโอกาสในการสร้างผลตอบแทนจากราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้น
รวมถึงการใช้ Covered Call ไม่ได้ป้องกันการขาดทุนหากราคาหุ้นร่วงหนักด้วย
นั่นหมายความว่า กลยุทธ์นี้จะเหมาะสำหรับช่วงตลาดที่ราคาหุ้นทรงตัว หรือปรับตัวขึ้นเล็กน้อย
พออ่านถึงตรงนี้แล้ว หลายคนอาจตั้งคำถามต่อว่า ถ้าอย่างนั้นเราขาย Call Options แบบตั้งราคาใช้สิทธิที่สูงกว่าราคาปัจจุบันมาก ๆ แทนได้หรือไม่ เพื่อแก้ปัญหาที่คนใช้สิทธิซื้อหุ้น
ก็ต้องบอกว่า ทำได้ แต่ค่าพรีเมียมที่จะได้นั้นน้อยลง และจะยิ่งน้อยสุด ๆ หากนักลงทุนคาดการณ์ว่า เป็นไปได้ยากที่จะได้ใช้สิทธิ Call Options
ขณะที่ถ้าแก้ปัญหาด้วยการตั้งวันหมดอายุของ Options แบบใกล้ ๆ ก็จะได้ค่าพรีเมียมที่น้อยเช่นกัน เพราะโอกาสที่ราคาหุ้นจะไปแตะราคาใช้สิทธิแบบรวดเร็วเป็นไปได้ยาก
อย่างไรก็ตาม ถ้ายอมรับค่าพรีเมียมได้ ก็สามารถทำได้เช่นกัน
แล้วคนไทยสามารถใช้กลยุทธ์ Covered Call ได้หรือไม่ ?
คำตอบคือ ทำได้ผ่านแอป Webull แบบง่าย ๆ ผ่าน 3 ขั้นตอน
1. เปิดแอป Webull
2. เลือกหุ้นที่ต้องการ และคลิกลองสร้างกลยุทธ์จากพอร์ตฯ
3. เลือกสัญญาที่ต้องการทำ Covered Call และยืนยัน
เพียงเท่านี้ เราก็จะทำ Covered Call ได้เสร็จเรียบร้อยแล้ว และได้รับเงินทันที ณ ตอนที่เปิดสัญญาเลย
คำเตือน : การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
การลงทุนในตราสารอนุพันธ์ (Derivatives) มีความเสี่ยงสูงและซับซ้อน ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจคำเตือนที่สำคัญดังนี้
ความเสี่ยงจากการใช้อัตราทด (Leverage) อนุพันธ์อนุญาตให้วางเงินประกันเพียงบางส่วน (Initial Margin) ทำให้สามารถขาดทุนได้มากกว่าราคาทุนเริ่มต้นได้ง่าย
ความผันผวนสูง ราคาตราสารอนุพันธ์มักผันผวนสูงกว่าสินทรัพย์อ้างอิง ทำให้บริหารความเสี่ยงยาก
ซับซ้อนและเข้าใจยาก ต้องใช้ความรู้และความเข้าใจสูงเกี่ยวกับเงื่อนไขของสัญญา
ไม่ได้รับการคุ้มครองเงินฝาก หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝงไม่ได้รับการคุ้มครองภายใต้พระราชบัญญัติสถาบันคุ้มครองเงินฝาก
ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง หากต้องการปิดสถานะทันที อาจไม่ได้ราคาที่ต้องการ
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon