
หุ้นไทยผันผวนคือโอกาส! KGI แนะดักทาง Fund Flow ผ่าน DW13 ทั้ง Call และ Put ยืนหนึ่ง ครองส่วนแบ่งตลาด 70%
ลองนึกภาพว่าเรากำลังขับรถอยู่บนถนนที่ทัศนวิสัยไม่ค่อยดี เดี๋ยวฝนตก เดี๋ยวหมอกลง ทางข้างหน้า ดูขมุกขมัวจนไม่แน่ใจว่าจะเหยียบคันเร่งหรือแตะเบรกดี
สถานการณ์ตลาดหุ้นไทยในตอนนี้ ก็แทบไม่ต่างกัน..
ต้นปี 2569 ดัชนี SET พุ่งทะยานแตะ 1,500 จุด สร้างผลตอบแทนให้หลายคนยิ้มได้ถึง 15%-20% แต่เพียงไม่นาน ปัจจัยโลกทั้งเรื่องดอกเบี้ย Fed ที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ บวกกับความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ดันราคาน้ำมันให้สูงขึ้น จนเงินเฟ้อขยับตัวตาม กลายเป็นหมอกหนาที่ปกคลุมตลาดหุ้นไทยให้วนเวียนอยู่แถว 1,500 จุด ไม่ไปไหนไกล
คำถามคือ ในสภาวะที่ทิศทางดอกเบี้ยโลกยังไม่นิ่ง นักลงทุนควรวางหมากอย่างไร?
คุณเจนวิทย์ ชินกุลกิจนิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายธุรกิจตราสารอนุพันธ์ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KGI ให้มุมมองที่เฉียบคมว่า ในภาวะแบบนี้เราต้องให้ความสำคัญ กับ "Fund Flow" มากกว่าปัจจัยพื้นฐาน
เหตุผลก็เพราะเศรษฐกิจไทยชะลอตัวจนสะท้อนไปในค่า P/E ที่ต่ำเพียง 17 เท่ามานานหลายปี ในขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ พุ่งไปถึง 25-30 เท่า แม้เทคโนโลยีในต่างประเทศจะเป็นตัวดึงดูดเงินลงทุนทั่วโลก แต่ในสภาวะที่อัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับสูงควบคู่กับเงินเฟ้อ ทำให้ตลาดหุ้นไทยกลายเป็นแหล่งพักเงินที่มีความเสี่ยงต่ำกว่าและมีปันผลจูงใจ เมื่อมีข่าวลบกระทบหุ้นเทคโนโลยีโลก เงินทุนบางส่วนจึงพร้อมจะไหลกลับมาที่ไทยเสมอ
ดังนั้น การเคลื่อนย้ายของ Fund Flow จึงกลายเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดทิศทางตลาดหุ้นไทยมากกว่าปัจจัยพื้นฐานในประเทศเสียอีก
แล้วเราจะ "ดักทาง" Fund Flow ที่ไหลไปมาอย่างรวดเร็วได้อย่างไร?
คำตอบที่นักลงทุนไทยส่วนใหญ่เลือกใช้ คือ Derivative Warrant หรือ DW โดยเฉพาะ "DW13" ของ KGI ที่ล่าสุดประกาศศักดาความเป็นเบอร์ 1 ด้วยการครองส่วนแบ่งตลาด (Market Share) สูงถึง 70% เป็นประวัติการณ์
สิ่งที่น่าสนใจคือ นักลงทุนใช้ DW13 ทำอะไรในตลาดที่ผันผวนแบบนี้?
พฤติกรรมที่เกิดขึ้นจริงในตลาดสะท้อนผ่านกลยุทธ์ที่หลากหลาย:
ใช้เป็น "โล่" : เมื่อดัชนีเข้าใกล้ 1,500 จุด นักลงทุนเลือกใช้ SET50 Put DW เพื่อป้องกันความเสี่ยงให้พอร์ตหุ้น เปรียบเหมือนการทำประกันในวันที่พายุเริ่มตั้งเค้า
ใช้เป็น "ดาบ" : ในจังหวะที่ตลาดแกว่งตัวในกรอบ นักลงทุนเลือกเทรดสลับระหว่าง SET50 Call และ Put ภายในวัน เพื่อทำกำไรจากความผันผวนสั้น ๆ
ใช้เป็น "เครื่องทุ่นแรง" : สำหรับสายรุกที่มองหา Extreme Leverage หรืออัตราทดสูงพิเศษบนหุ้นรายตัวที่ราคาลงมาลึกแต่เริ่มเห็นวอลุ่มเงินทุนไหลกลับเข้ามา
สถานการณ์ตลาดหุ้นไทยในตอนนี้ ก็แทบไม่ต่างกัน..
ต้นปี 2569 ดัชนี SET พุ่งทะยานแตะ 1,500 จุด สร้างผลตอบแทนให้หลายคนยิ้มได้ถึง 15%-20% แต่เพียงไม่นาน ปัจจัยโลกทั้งเรื่องดอกเบี้ย Fed ที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ บวกกับความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ดันราคาน้ำมันให้สูงขึ้น จนเงินเฟ้อขยับตัวตาม กลายเป็นหมอกหนาที่ปกคลุมตลาดหุ้นไทยให้วนเวียนอยู่แถว 1,500 จุด ไม่ไปไหนไกล
คำถามคือ ในสภาวะที่ทิศทางดอกเบี้ยโลกยังไม่นิ่ง นักลงทุนควรวางหมากอย่างไร?
คุณเจนวิทย์ ชินกุลกิจนิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายธุรกิจตราสารอนุพันธ์ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KGI ให้มุมมองที่เฉียบคมว่า ในภาวะแบบนี้เราต้องให้ความสำคัญ กับ "Fund Flow" มากกว่าปัจจัยพื้นฐาน
เหตุผลก็เพราะเศรษฐกิจไทยชะลอตัวจนสะท้อนไปในค่า P/E ที่ต่ำเพียง 17 เท่ามานานหลายปี ในขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ พุ่งไปถึง 25-30 เท่า แม้เทคโนโลยีในต่างประเทศจะเป็นตัวดึงดูดเงินลงทุนทั่วโลก แต่ในสภาวะที่อัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับสูงควบคู่กับเงินเฟ้อ ทำให้ตลาดหุ้นไทยกลายเป็นแหล่งพักเงินที่มีความเสี่ยงต่ำกว่าและมีปันผลจูงใจ เมื่อมีข่าวลบกระทบหุ้นเทคโนโลยีโลก เงินทุนบางส่วนจึงพร้อมจะไหลกลับมาที่ไทยเสมอ
ดังนั้น การเคลื่อนย้ายของ Fund Flow จึงกลายเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดทิศทางตลาดหุ้นไทยมากกว่าปัจจัยพื้นฐานในประเทศเสียอีก
แล้วเราจะ "ดักทาง" Fund Flow ที่ไหลไปมาอย่างรวดเร็วได้อย่างไร?
คำตอบที่นักลงทุนไทยส่วนใหญ่เลือกใช้ คือ Derivative Warrant หรือ DW โดยเฉพาะ "DW13" ของ KGI ที่ล่าสุดประกาศศักดาความเป็นเบอร์ 1 ด้วยการครองส่วนแบ่งตลาด (Market Share) สูงถึง 70% เป็นประวัติการณ์
สิ่งที่น่าสนใจคือ นักลงทุนใช้ DW13 ทำอะไรในตลาดที่ผันผวนแบบนี้?
พฤติกรรมที่เกิดขึ้นจริงในตลาดสะท้อนผ่านกลยุทธ์ที่หลากหลาย:
ใช้เป็น "โล่" : เมื่อดัชนีเข้าใกล้ 1,500 จุด นักลงทุนเลือกใช้ SET50 Put DW เพื่อป้องกันความเสี่ยงให้พอร์ตหุ้น เปรียบเหมือนการทำประกันในวันที่พายุเริ่มตั้งเค้า
ใช้เป็น "ดาบ" : ในจังหวะที่ตลาดแกว่งตัวในกรอบ นักลงทุนเลือกเทรดสลับระหว่าง SET50 Call และ Put ภายในวัน เพื่อทำกำไรจากความผันผวนสั้น ๆ
ใช้เป็น "เครื่องทุ่นแรง" : สำหรับสายรุกที่มองหา Extreme Leverage หรืออัตราทดสูงพิเศษบนหุ้นรายตัวที่ราคาลงมาลึกแต่เริ่มเห็นวอลุ่มเงินทุนไหลกลับเข้ามา

ทำไมต้องเป็น DW13?
ตลอด 17 ปีที่ผ่านมา KGI DW13 ไม่ได้แค่สร้างผลิตภัณฑ์ แต่สร้างสิ่งที่เรียกว่า "Localized Standard" คือการพัฒนาระบบให้เข้ากับจริตคนเทรดหุ้นไทยจริง ๆ ตั้งแต่การสร้างเว็บไซต์ Thaiwarrant.com ไปจนถึงการวางระบบคอมพิวเตอร์เพื่อดูแลสภาพคล่อง (Market Making)
หัวใจสำคัญคือ "ความเชื่อมั่น" ลองคิดดูว่า ในวันที่ตลาดวิกฤติจนราคาเหวี่ยงรุนแรง ถ้าเครื่องมือที่เราถืออยู่ไม่มีสภาพคล่องให้ขายออก ความเสียหายจะมากมายแค่ไหน ? แต่ที่ผ่านมา KGI DW13 พิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเขายังคงดูแลราคาและสภาพคล่องได้อย่างต่อเนื่อง แม้ในนาทีที่ตลาดตึงเครียดที่สุด
ก้าวต่อไปของ KGI DW13 ในปี 2569
เป้าหมายใหญ่ที่กำลังจะมาถึง คือการสร้างสถิติใหม่ด้วยการออก DW มากกว่า 1,100 ตัว เป็นครั้งแรก เพื่อรองรับความต้องการที่ซับซ้อนขึ้นของนักลงทุน ไม่ว่าจะเป็น DW อายุยาว หรืออัตราทดสูงพิเศษ และยังเชื่อมั่นว่า KGI DW13 จะสามารถรักษาความเป็นผู้นำในตลาดได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งมีบทบาทสำคัญในการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรม และรองรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ ๆ ในอนาคตตามกรอบที่หน่วยงานกำกับดูแลอนุญาต
สุดท้ายแล้ว ในโลกการลงทุนที่ไม่มีอะไรแน่นอน ความแตกต่างระหว่างคนที่จะ "รอด" หรือ "รุ่ง" อาจ ไม่ได้อยู่ที่ว่าใครพยากรณ์อนาคตได้เก่งกว่ากัน
แต่อยู่ที่ว่า ใครมีเครื่องมือที่ "คม" และ "นิ่ง" พอ ที่จะเปลี่ยนความผันผวนรอบตัวให้กลายเป็นผลกำไรในพอร์ตได้มากกว่ากันนั่นเอง..
นักลงทุนที่สนใจดักทาง Fund Flow สามารถดูรายละเอียดได้ที่ www.thaiwarrant.com
ตลอด 17 ปีที่ผ่านมา KGI DW13 ไม่ได้แค่สร้างผลิตภัณฑ์ แต่สร้างสิ่งที่เรียกว่า "Localized Standard" คือการพัฒนาระบบให้เข้ากับจริตคนเทรดหุ้นไทยจริง ๆ ตั้งแต่การสร้างเว็บไซต์ Thaiwarrant.com ไปจนถึงการวางระบบคอมพิวเตอร์เพื่อดูแลสภาพคล่อง (Market Making)
หัวใจสำคัญคือ "ความเชื่อมั่น" ลองคิดดูว่า ในวันที่ตลาดวิกฤติจนราคาเหวี่ยงรุนแรง ถ้าเครื่องมือที่เราถืออยู่ไม่มีสภาพคล่องให้ขายออก ความเสียหายจะมากมายแค่ไหน ? แต่ที่ผ่านมา KGI DW13 พิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเขายังคงดูแลราคาและสภาพคล่องได้อย่างต่อเนื่อง แม้ในนาทีที่ตลาดตึงเครียดที่สุด
ก้าวต่อไปของ KGI DW13 ในปี 2569
เป้าหมายใหญ่ที่กำลังจะมาถึง คือการสร้างสถิติใหม่ด้วยการออก DW มากกว่า 1,100 ตัว เป็นครั้งแรก เพื่อรองรับความต้องการที่ซับซ้อนขึ้นของนักลงทุน ไม่ว่าจะเป็น DW อายุยาว หรืออัตราทดสูงพิเศษ และยังเชื่อมั่นว่า KGI DW13 จะสามารถรักษาความเป็นผู้นำในตลาดได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งมีบทบาทสำคัญในการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรม และรองรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ ๆ ในอนาคตตามกรอบที่หน่วยงานกำกับดูแลอนุญาต
สุดท้ายแล้ว ในโลกการลงทุนที่ไม่มีอะไรแน่นอน ความแตกต่างระหว่างคนที่จะ "รอด" หรือ "รุ่ง" อาจ ไม่ได้อยู่ที่ว่าใครพยากรณ์อนาคตได้เก่งกว่ากัน
แต่อยู่ที่ว่า ใครมีเครื่องมือที่ "คม" และ "นิ่ง" พอ ที่จะเปลี่ยนความผันผวนรอบตัวให้กลายเป็นผลกำไรในพอร์ตได้มากกว่ากันนั่นเอง..
นักลงทุนที่สนใจดักทาง Fund Flow สามารถดูรายละเอียดได้ที่ www.thaiwarrant.com
Tag: KGI