
GDP เวียดนามจะแซงไทยแล้ว นักลงทุนไทย ทำอะไรได้บ้าง ?
ตอนนี้ GDP เวียดนาม มีมูลค่า 17.2 ล้านล้านบาท
ส่วน GDP ไทย อยู่ที่ 18.9 ล้านล้านบาท
ไทยยังนำอยู่เล็กน้อย
ส่วน GDP ไทย อยู่ที่ 18.9 ล้านล้านบาท
ไทยยังนำอยู่เล็กน้อย
แต่ช่องว่างนี้ กำลังแคบลงเร็วมาก
เพราะปีที่แล้ว เศรษฐกิจเวียดนามโตถึง 8%
ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ เวียดนามยังมองว่า แค่นี้ยังไม่พอ
ปีนี้ รัฐบาลเวียดนามเลยตั้งเป้าให้เศรษฐกิจโต 10%..
เพราะปีที่แล้ว เศรษฐกิจเวียดนามโตถึง 8%
ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ เวียดนามยังมองว่า แค่นี้ยังไม่พอ
ปีนี้ รัฐบาลเวียดนามเลยตั้งเป้าให้เศรษฐกิจโต 10%..
ถ้าทำได้จริง GDP เวียดนามจะขึ้นมาแตะ 18.9 ล้านล้านบาท ภายในปีนี้
เท่ากับว่า จะขึ้นมาอยู่ระดับเดียวกับไทย
เท่ากับว่า จะขึ้นมาอยู่ระดับเดียวกับไทย
ถ้ายังโตต่อในอัตราเดิม ปีหน้า GDP เวียดนามอาจแตะ 20.8 ล้านล้านบาท
ซึ่งหมายความว่า เวียดนามจะไม่ใช่แค่ไล่ทันไทย แต่กำลังจะแซงไทยไปแล้ว
ซึ่งหมายความว่า เวียดนามจะไม่ใช่แค่ไล่ทันไทย แต่กำลังจะแซงไทยไปแล้ว
และช่องว่างระหว่างไทยกับเวียดนาม ก็น่าจะกว้างขึ้นเรื่อย ๆ ทุกปี..
เรื่องนี้อาจทำให้คนไทยหลายคนรู้สึกผิดหวัง
ในโลกการลงทุน บางครั้งสิ่งสำคัญ ไม่ใช่ว่าเราต้องมานั่งเสียดายว่าใครแซงใคร
แต่คือการถามว่า แล้วเราจะมีส่วนร่วมกับการเติบโตนั้น ได้อย่างไร ?
ถ้าพร้อมแล้ว ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ถ้าพร้อมแล้ว ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ถ้าถามว่าเวียดนามโตแรงขนาดนี้ มาจากอะไร ?
คำตอบคือ เวียดนามไม่ได้โตจากเรื่องเดียว
แต่กำลังโตจากหลายเครื่องยนต์ พร้อมกัน..
แต่กำลังโตจากหลายเครื่องยนต์ พร้อมกัน..
-คนในประเทศ มีกำลังซื้อมากขึ้น
-รัฐบาล เดินหน้าอัดฉีดโครงการขนาดใหญ่
-การส่งออก ยังขยายตัวต่อเนื่อง
-บริษัทยักษ์ใหญ่ต่างชาติ แห่เข้าไปตั้งโรงงานในประเทศ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมสมัยใหม่
-รัฐบาล เดินหน้าอัดฉีดโครงการขนาดใหญ่
-การส่งออก ยังขยายตัวต่อเนื่อง
-บริษัทยักษ์ใหญ่ต่างชาติ แห่เข้าไปตั้งโรงงานในประเทศ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมสมัยใหม่
พูดง่าย ๆ คือ เวียดนามกำลังโตทั้งจากคนในบ้าน และโตจากเงินนอกบ้านที่ไหลเข้าไป
ฝั่งรัฐบาลเวียดนามเอง ก็ไม่ได้แค่อยากโตแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่กำลังวางเกมให้ประเทศ กระโดดขึ้นไป
ทั้งแผนสร้างทางหลวงให้ได้ 5,000 กิโลเมตร
โครงการรถไฟความเร็วสูง
การผลักดันอุตสาหกรรม AI
รวมถึงการดันอุตสาหกรรมชิป แบบเต็มกำลัง
ทั้งแผนสร้างทางหลวงให้ได้ 5,000 กิโลเมตร
โครงการรถไฟความเร็วสูง
การผลักดันอุตสาหกรรม AI
รวมถึงการดันอุตสาหกรรมชิป แบบเต็มกำลัง
ทั้งหมดนี้ ทำให้เวียดนามไม่ได้เป็นแค่ประเทศค่าแรงถูกอีกต่อไป แต่กำลังพยายามเปลี่ยนตัวเอง เป็นฐานการผลิตและเทคโนโลยีแห่งใหม่ของเอเชีย
ถ้าสรุปแผนเศรษฐกิจเวียดนาม ตั้งแต่ปี 2026 ถึง 2030
จะเห็นว่าเป้าหมายของเขา ไม่ธรรมดาเลย
จะเห็นว่าเป้าหมายของเขา ไม่ธรรมดาเลย
-กำลังซื้อในประเทศ ต้องเติบโต 13% ถึง 15% ในปีนี้
-GDP ต้องโตระดับ 2 หลัก หรือมากกว่า 10% ต่อปี
-รายได้ต่อหัวประชากร ต้องเพิ่มเป็น 23,000 บาทต่อเดือน ภายในปี 2030
-GDP ต้องโตระดับ 2 หลัก หรือมากกว่า 10% ต่อปี
-รายได้ต่อหัวประชากร ต้องเพิ่มเป็น 23,000 บาทต่อเดือน ภายในปี 2030
นี่จึงไม่ใช่แค่ประเทศที่กำลังโต แต่เป็นประเทศที่กำลังตั้งเป้า “โตให้เร็วกว่าเดิม”
แล้วถ้ามองในมุมตลาดหุ้น เศรษฐกิจจริงโตเร็วขนาดนี้
ตลาดหุ้นเวียดนาม น่าสนใจแค่ไหน ?
ตลาดหุ้นเวียดนาม น่าสนใจแค่ไหน ?
คำตอบคือ น่าสนใจขึ้นเรื่อย ๆ
เพราะกำไรของบริษัทจดทะเบียนในเวียดนาม มีแนวโน้มโตล้อไปกับเศรษฐกิจ
-ปี 2026 กำไรบริษัทในตลาดหุ้นเวียดนาม คาดว่าจะโต 20.5%
-ปี 2027 กำไรบริษัทในตลาดหุ้นเวียดนาม คาดว่าจะโต 17.1%
-ปี 2027 กำไรบริษัทในตลาดหุ้นเวียดนาม คาดว่าจะโต 17.1%
ถ้าดูเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่ 30 อันดับแรก หรือดัชนี VN30 ซึ่งคล้ายกับ SET50 ของไทย
-ปี 2026 กำไรของบริษัทใน VN30 คาดว่าจะโต 23.3%
-ปี 2027 กำไรของบริษัทใน VN30 คาดว่าจะโต 19.8%
-ปี 2027 กำไรของบริษัทใน VN30 คาดว่าจะโต 19.8%
แปลว่า บริษัทใหญ่สุดของเวียดนาม ไม่ได้แค่ใหญ่แต่ยังมีโอกาสโตเร็วกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดด้วย..
อีกประเด็นที่ต้องดู คือ Valuation หรือราคาหุ้น เมื่อเทียบกับกำไรในอนาคต
ตอนนี้ บริษัทใหญ่สุด 30 บริษัทแรกของเวียดนาม มี Forward P/E หรือราคาต่อกำไรคาดการณ์ 12 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ 10.8 เท่า
ระดับนี้ถือว่าอยู่ใกล้ค่าเฉลี่ย 10 ปี แปลแบบง่าย ๆ คือตลาดหุ้นเวียดนามตอนนี้ ไม่ได้มีราคาแพง
แต่ไฮไลต์ที่นักลงทุนทั่วโลกกำลังจับตา
ไม่ใช่แค่เรื่องเศรษฐกิจโต
ไม่ใช่แค่เรื่องกำไรบริษัทโต
แต่คือจุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์ ของตลาดหุ้นเวียดนาม
ไม่ใช่แค่เรื่องเศรษฐกิจโต
ไม่ใช่แค่เรื่องกำไรบริษัทโต
แต่คือจุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์ ของตลาดหุ้นเวียดนาม
วันที่ 21 กันยายน 2026 ตลาดหุ้นเวียดนาม กำลังจะถูกเลื่อนชั้นอย่างเป็นทางการโดย FTSE จากตลาดชายขอบ ขึ้นมาเป็นตลาดเกิดใหม่
เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะเมื่อเวียดนามเป็นตลาดเกิดใหม่
กองทุนระดับโลกจำนวนมาก ที่เคยมีข้อจำกัดในการลงทุน
ก็จะสามารถเข้ามาลงทุนในหุ้นเวียดนามได้มากขึ้น
กองทุนระดับโลกจำนวนมาก ที่เคยมีข้อจำกัดในการลงทุน
ก็จะสามารถเข้ามาลงทุนในหุ้นเวียดนามได้มากขึ้น
พูดง่าย ๆ คือ ประตูที่เคยแง้มอยู่
กำลังจะเปิดกว้างขึ้น
และมีการคาดการณ์ว่าเม็ดเงินต่างชาติที่ไหลเข้าตลาดหุ้นเวียดนาม
อาจสูงถึง 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทย ก็ราวระดับแสนล้านบาท
กำลังจะเปิดกว้างขึ้น
และมีการคาดการณ์ว่าเม็ดเงินต่างชาติที่ไหลเข้าตลาดหุ้นเวียดนาม
อาจสูงถึง 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทย ก็ราวระดับแสนล้านบาท
เศรษฐกิจโตแรง
กำไรบริษัทโตสูง
Valuation ยังอยู่ระดับกลาง ๆ
และกำลังมีเงินทุนต่างชาติ รอไหลเข้า
นี่คือเหตุผลที่เวียดนาม กลายเป็นหนึ่งในตลาดที่น่าจับตามากที่สุดในภูมิภาค
กำไรบริษัทโตสูง
Valuation ยังอยู่ระดับกลาง ๆ
และกำลังมีเงินทุนต่างชาติ รอไหลเข้า
นี่คือเหตุผลที่เวียดนาม กลายเป็นหนึ่งในตลาดที่น่าจับตามากที่สุดในภูมิภาค
คำถามคือในฐานะนักลงทุนไทย เราควรทำอะไรกับเรื่องนี้ ?
แม้เศรษฐกิจจริงของไทยกับเวียดนาม จะแข่งขันกันอย่างดุเดือด
แต่พอร์ตการลงทุนของเรา ไม่จำเป็นต้องเลือกข้างแบบประเทศ
แต่พอร์ตการลงทุนของเรา ไม่จำเป็นต้องเลือกข้างแบบประเทศ
เพราะถ้าเวียดนามโต เราก็สามารถมีส่วนร่วมกับการเติบโตนั้นได้ ผ่านการลงทุน
ล่าสุดมีกองทุนเวียดนามชื่อ PRINCIPAL VNEI-EX เปิดตัวออกมาตอบโจทย์นี้
ด้วยจุดเด่น คือ..
การเน้นลงทุนแบบ Passive ด้วยค่าจัดการที่ต่ำมาก
ด้วยจุดเด่น คือ..
การเน้นลงทุนแบบ Passive ด้วยค่าจัดการที่ต่ำมาก
กองทุนนี้เป็นรูปแบบ Series X ที่ซื้อได้ใน WealthX และบลจ. พรินซิเพิล เท่านั้น
มีค่าจัดการต่ำมากในกลุ่มกองทุนเวียดนาม เพียง 0.32% ต่อปี
และมี TER หรือค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด เพียง 0.52% ต่อปี
มีค่าจัดการต่ำมากในกลุ่มกองทุนเวียดนาม เพียง 0.32% ต่อปี
และมี TER หรือค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด เพียง 0.52% ต่อปี
กองทุนนี้ IPO ตั้งแต่วันที่ 23 ถึง 26 มิถุนายน 2569
กองทุนนี้จะเป็นกองทุนแรกในไทย ที่จะพานักลงทุนไทยลงทุนล้อตามดัชนี VN30 ในกองทุนหลักชื่อ DCVFMVN30 ETF
ดัชนี VN30 คือหุ้น 30 บริษัทใหญ่สุด และซื้อขายคล่องที่สุดของเวียดนาม
พูดง่าย ๆ คือ ซื้อกองนี้กองเดียว ก็เหมือนได้ลงทุนในหุ้นแถวหน้าของเวียดนาม 30 บริษัท
และหุ้นกลุ่มนี้ ครอบคลุมมูลค่าตลาดหุ้นเวียดนามไปแล้วกว่า 70% ถึง 75%
และหุ้นกลุ่มนี้ ครอบคลุมมูลค่าตลาดหุ้นเวียดนามไปแล้วกว่า 70% ถึง 75%
ตัวอย่างบริษัทที่เราจะได้เป็นเจ้าของ เช่น
-Vingroup
อาณาจักรธุรกิจขนาดใหญ่ของเวียดนาม ทำตั้งแต่อสังหาริมทรัพย์ ห้างสรรพสินค้า ไปจนถึงรถยนต์ไฟฟ้า
-Vingroup
อาณาจักรธุรกิจขนาดใหญ่ของเวียดนาม ทำตั้งแต่อสังหาริมทรัพย์ ห้างสรรพสินค้า ไปจนถึงรถยนต์ไฟฟ้า
-FPT
บริษัทเทคโนโลยีแถวหน้าของเวียดนาม
ที่ก้าวไปไกลถึงขั้นจับมือกับบริษัทระดับโลกอย่าง NVIDIA
เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI
บริษัทเทคโนโลยีแถวหน้าของเวียดนาม
ที่ก้าวไปไกลถึงขั้นจับมือกับบริษัทระดับโลกอย่าง NVIDIA
เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI
-Mobile World
ผู้นำค้าปลีกทั้งสินค้าอุปโภคบริโภคและเทคโนโลยี ถ้าคนเวียดนามจะซื้อของใช้ในชีวิตประจำวัน หรือ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ ชื่อของบริษัทนี้ คือหนึ่งในชื่อแรก ๆ ที่คนจำนวนมากนึกถึง
ผู้นำค้าปลีกทั้งสินค้าอุปโภคบริโภคและเทคโนโลยี ถ้าคนเวียดนามจะซื้อของใช้ในชีวิตประจำวัน หรือ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ ชื่อของบริษัทนี้ คือหนึ่งในชื่อแรก ๆ ที่คนจำนวนมากนึกถึง
-Masan Group
เป็นผู้นำด้านสินค้า FMCG ที่คนเวียดนามแทบทุกบ้านต้องใช้ เช่น น้ำปลา ซอสถั่วเหลือง และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
เป็นผู้นำด้านสินค้า FMCG ที่คนเวียดนามแทบทุกบ้านต้องใช้ เช่น น้ำปลา ซอสถั่วเหลือง และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
-Vinamilk
ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับนมแบบครบวงจร อันดับ 1 ในประเทศ มีผลิตภัณฑ์ตั้งแต่นมสด นมผงเด็ก โยเกิร์ต นมข้นหวาน และไอศกรีม
ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับนมแบบครบวงจร อันดับ 1 ในประเทศ มีผลิตภัณฑ์ตั้งแต่นมสด นมผงเด็ก โยเกิร์ต นมข้นหวาน และไอศกรีม
-Vietjet
สายการบินต้นทุนต่ำสัญชาติเวียดนามที่เติบโตอย่างรวดเร็วระดับโลก ผ่านการขยายฝูงบินและเครือข่ายเส้นทางบินที่ครอบคลุม
สายการบินต้นทุนต่ำสัญชาติเวียดนามที่เติบโตอย่างรวดเร็วระดับโลก ผ่านการขยายฝูงบินและเครือข่ายเส้นทางบินที่ครอบคลุม
-Saigon Beer
ผู้ผลิตเบียร์ระดับตำนานที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและครองส่วนแบ่งตลาดอันดับหนึ่งในเวียดนาม
ผู้ผลิตเบียร์ระดับตำนานที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและครองส่วนแบ่งตลาดอันดับหนึ่งในเวียดนาม
-Vincom Retail
ผู้พัฒนาและบริหารศูนย์การค้าสมัยใหม่ที่ใหญ่และทรงอิทธิพลที่สุดในเวียดนาม
ผู้พัฒนาและบริหารศูนย์การค้าสมัยใหม่ที่ใหญ่และทรงอิทธิพลที่สุดในเวียดนาม
-Hoa Phat
ผู้นำอุตสาหกรรมเหล็กของประเทศ ซึ่งเติบโตล้อไปกับโครงการโครงสร้างพื้นฐานของเวียดนาม
ผู้นำอุตสาหกรรมเหล็กของประเทศ ซึ่งเติบโตล้อไปกับโครงการโครงสร้างพื้นฐานของเวียดนาม
-กลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ของเวียดนาม
ซึ่งได้ประโยชน์จากสินเชื่อ การบริโภค และการลงทุนในประเทศ เมื่อเศรษฐกิจขยายตัว ธนาคารก็มักเป็นหนึ่งในธุรกิจที่โตตามไปด้วย
ซึ่งได้ประโยชน์จากสินเชื่อ การบริโภค และการลงทุนในประเทศ เมื่อเศรษฐกิจขยายตัว ธนาคารก็มักเป็นหนึ่งในธุรกิจที่โตตามไปด้วย
จะเห็นว่า VN30 ไม่ได้เป็นแค่ดัชนีหุ้นใหญ่ แต่เป็นเหมือนภาพย่อของเศรษฐกิจเวียดนามทั้งประเทศ
มีทั้งอสังหาริมทรัพย์ ค้าปลีก เทคโนโลยี สินค้าอุปโภคบริโภค ศูนย์การค้า ธนาคาร สายการบิน วัสดุก่อสร้าง และธุรกิจที่โตไปพร้อมกับการยกระดับประเทศ
มีทั้งอสังหาริมทรัพย์ ค้าปลีก เทคโนโลยี สินค้าอุปโภคบริโภค ศูนย์การค้า ธนาคาร สายการบิน วัสดุก่อสร้าง และธุรกิจที่โตไปพร้อมกับการยกระดับประเทศ
ถ้าดูผลงานย้อนหลัง
กองทุนหลักตัวนี้ทำผลงานได้โดดเด่น ย้อนหลัง 1 ปี ให้ผลตอบแทน 44.2%
ชนะดัชนีตลาดหุ้นเวียดนามได้อย่างชัดเจน
ชนะดัชนีตลาดหุ้นเวียดนามได้อย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม ผลตอบแทนในอดีต ไม่ได้การันตีผลตอบแทนในอนาคตและการลงทุนในเวียดนาม ก็ยังมีความเสี่ยงทั้งความผันผวนของตลาดหุ้น ค่าเงิน กฎระเบียบ และความเสี่ยงเฉพาะประเทศ
แต่ถ้าถามว่า เวียดนามวันนี้ น่ามองข้ามไหม ?
คงตอบได้ว่ายากมาก ที่จะมองข้าม..
คงตอบได้ว่ายากมาก ที่จะมองข้าม..
เพราะนี่คือประเทศที่ GDP กำลังจะใหญ่กว่าไทย
บริษัทใหญ่กำลังโตตามเศรษฐกิจ
ตลาดหุ้นกำลังถูกยกระดับ
และเงินทุนระดับโลก กำลังเตรียมเข้ามา
บริษัทใหญ่กำลังโตตามเศรษฐกิจ
ตลาดหุ้นกำลังถูกยกระดับ
และเงินทุนระดับโลก กำลังเตรียมเข้ามา
ในอดีต คนไทยอาจมองเวียดนามเป็นคู่แข่ง
แต่ในมุมของนักลงทุน เวียดนามอาจเป็นโอกาสที่อยู่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด
แต่ในมุมของนักลงทุน เวียดนามอาจเป็นโอกาสที่อยู่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด
เพราะสุดท้ายแล้ว เราอาจหยุดไม่ได้ ที่เวียดนามจะแซงไทย
แต่เราสามารถเลือกได้ว่าจะยืนดูเขาแซงผ่านไป
หรือจะให้พอร์ตลงทุนของเรา โตไปพร้อมกับการแซงครั้งนี้
แต่เราสามารถเลือกได้ว่าจะยืนดูเขาแซงผ่านไป
หรือจะให้พอร์ตลงทุนของเรา โตไปพร้อมกับการแซงครั้งนี้
นี่อาจเป็นช่วงเวลาที่นักลงทุนไทยต้องถามตัวเองว่า
ถ้าเวียดนามกำลังจะกลายเป็นผู้ชนะคนใหม่ของอาเซียน
ถ้าเวียดนามกำลังจะกลายเป็นผู้ชนะคนใหม่ของอาเซียน
เราจะเป็นแค่ผู้ชม หรือจะร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตนี้ไปด้วยกัน..
ผ่าน PRINCIPAL VNEI-EX ที่ WealthX ดาวน์โหลดแอปได้ที่ https://www.wealthx.co/getapp
✅ ค่าจัดการต่ำในกลุ่มกองทุนเวียดนาม
✅ ประเทศที่เศรษฐกิจ จะเติบโตระดับ 10% ต่อปี
✅ ร่วมเติบโตไปกับ 30 บริษัทใหญ่สุดในเวียดนาม
✅ กำไรบริษัทในตลาดหุ้นเติบโตสูง Valuation ไม่แพง
✅ ยกเว้นภาษีหุ้นนอก Capital Gain สูงสุด 35%
✅ ค่าธรรมเนียมซื้อลด 20% เฉพาะช่วง IPO
✅ ประเทศที่เศรษฐกิจ จะเติบโตระดับ 10% ต่อปี
✅ ร่วมเติบโตไปกับ 30 บริษัทใหญ่สุดในเวียดนาม
✅ กำไรบริษัทในตลาดหุ้นเติบโตสูง Valuation ไม่แพง
✅ ยกเว้นภาษีหุ้นนอก Capital Gain สูงสุด 35%
✅ ค่าธรรมเนียมซื้อลด 20% เฉพาะช่วง IPO
กองทุนนี้เป็นรูปแบบ Series X ที่ซื้อได้ใน WealthX
มีค่าจัดการต่ำมากในกลุ่มกองทุนเวียดนาม เพียง 0.32% ต่อปี
และมี TER หรือค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด เพียง 0.52% ต่อปี
มีค่าจัดการต่ำมากในกลุ่มกองทุนเวียดนาม เพียง 0.32% ต่อปี
และมี TER หรือค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด เพียง 0.52% ต่อปี
ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บล.เวลท์เอกซ์ LINE ID: @wealthx และบลจ. พรินซิเพิล
สนับสนุนโดย บล.เวลท์เอกซ์

กองทุนมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหลักทรัพย์และอัตราแลกเปลี่ยนจากการลงทุนในตราสารต่างประเทศ กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในประเทศเวียดนาม ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย กองทุนรวมนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน ความเสี่ยง ที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุน ผู้ลงทุนควรพิจารณาความเหมาะสมและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ตัวเลขดังกล่าวเป็นการจำลองผลตอบแทนเพื่อประกอบการอธิบายแนวคิดการลงทุนเท่านั้น มิใช่การการันตีผลตอบแทนในอนาคต
จัดทำขึ้น ณ วันที่ 19 มิ.ย. 2569
References
-Bloomberg
-CNBC
-IMF
-Bloomberg
-CNBC
-IMF