
Prometheus สตาร์ตอัปใหม่ของ Jeff Bezos ก่อตั้งไม่ถึง 1 ปี แต่มีมูลค่า 1.3 ล้านล้าน
Prometheus สตาร์ตอัปใหม่ของ Jeff Bezos ก่อตั้งไม่ถึง 1 ปี แต่มีมูลค่า 1.3 ล้านล้าน /โดย ลงทุนแมน
โลกในยุค AI กำลังถูกขับเคลื่อนด้วยการแข่งขันของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น OpenAI, Anthropic, Google หรือ xAI
โลกในยุค AI กำลังถูกขับเคลื่อนด้วยการแข่งขันของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น OpenAI, Anthropic, Google หรือ xAI
โดยทุกรายต่างเร่งพัฒนาโมเดลให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูล ตอบคำถาม สร้างภาพ ผลิตวิดีโอ หรือเขียนโคด ได้เก่งขึ้นเรื่อย ๆ
แต่รู้ไหมว่า มีสตาร์ตอัปน้องใหม่อายุไม่ถึง 1 ปี ชื่อว่า Prometheus
ที่มองว่าการใช้งาน AI ไม่ควรถูกจำกัดอยู่แค่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ แต่น่าจะช่วยสร้างสิ่งของบนโลกความเป็นจริงได้ด้วย
ที่น่าสนใจคือ ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของบริษัทแห่งนี้ ก็คือ คุณ Jeff Bezos ผู้ก่อตั้ง Amazon นั่นเอง
แล้ว Prometheus มีเป้าหมายที่จะสร้าง AI แบบไหน ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
คุณ Jeff Bezos ก้าวลงจากตำแหน่งซีอีโอของ Amazon เมื่อปี 2021 ทำให้หลายคนคิดว่า เขาคงหันไปทุ่มเทเวลาให้กับ Blue Origin บริษัทธุรกิจอวกาศแทน
แต่ในเดือนพฤศจิกายน 2025 หรือ 8 เดือนที่แล้ว
คุณ Bezos ได้สร้างความประหลาดใจให้กับวงการเทคโนโลยีอีกครั้ง
คุณ Bezos ได้สร้างความประหลาดใจให้กับวงการเทคโนโลยีอีกครั้ง
เมื่อเขาร่วมกับคุณ Vik Bajaj อดีตผู้บริหารจาก Google ก่อตั้งบริษัท AI แห่งใหม่ ชื่อว่า Prometheus และรับตำแหน่งซีอีโอร่วมกัน
เนื่องจากมองว่า แม้ปัจจุบัน AI จะสามารถวิเคราะห์ข้อมูล ตอบคำถาม หรือกระทั่งเขียนโคดได้ แต่มันยังไม่ได้ช่วยในการสร้างวัตถุที่จับต้องได้นอกจอคอมพิวเตอร์เท่าที่ควร
จึงเกิดเป็นคำถามว่า จะทำอย่างไรให้ AI เข้าไปมีบทบาทในการออกแบบทางวิศวกรรม
ไม่ว่าจะเป็น ภาคโรงงานอุตสาหกรรม การบิน ยานอวกาศ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ หรือแม้แต่การพัฒนายา
ทำให้ Prometheus ตั้งเป้าหมายที่จะเป็น Artificial General Engineer หรือ AI ที่เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม
นั่นคือ นอกจากจะสอนภาษาให้ AI แล้ว ยังสอนให้เข้าใจถึงเรื่องฟิสิกส์ เครื่องกล ไฟฟ้า กระบวนการผลิต และศาสตร์ทางวิศวกรรมต่าง ๆ
เพื่อให้สามารถช่วยออกแบบและพัฒนากระบวนการที่มีความซับซ้อนได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น
ซึ่งน่าจะส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจ ไม่น้อยไปกว่าตลาดแช็ตบอตเลยทีเดียว
ยกตัวอย่างเช่น การสร้างเครื่องบินรุ่นใหม่ อาจใช้เวลาเป็น 10 ปี ต้องอาศัยวิศวกรหลายร้อยคน และงบประมาณหลายพันล้านบาท
แต่หากนำ AI มาช่วยงานทางวิศวกรรมได้จริง ก็อาจทำให้ระยะเวลาและต้นทุนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ทั้งนี้ คุณ Bezos ไม่ได้มองว่า Prometheus จะเข้าไปแย่งงานมนุษย์ เพราะตลาดยังขาดบุคลากรที่เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมอีกมาก
รวมถึงยังส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมต่อเนื่อง แม้แต่คนที่ไม่ได้เก่งวิศวกรรม ก็อาจทำให้ไอเดียในหัวออกมาเป็นรูปเป็นร่างได้เช่นกัน
แต่ความท้าทายสำคัญ คือการพัฒนา AI ลักษณะนี้ต้องใช้พลังประมวลผลและเงินทุนจำนวนมาก
ซึ่งก็มีนักลงทุนสถาบันชื่อดังหลายราย ให้ความสนใจเข้ามาร่วมลงทุนด้วย เช่น JPMorgan, Goldman Sachs, BlackRock
ทำให้ที่ผ่านมา บริษัทประสบความสำเร็จในการระดมเงินทุนเป็นอย่างมาก
- เดือนพฤศจิกายน 2025 ระดมทุนได้ 200,000 ล้านบาท
- เดือนมิถุนายน 2026 ระดมทุนได้ 400,000 ล้านบาท
- เดือนมิถุนายน 2026 ระดมทุนได้ 400,000 ล้านบาท
ซึ่งนับเป็นหนึ่งในการระดมทุนจำนวนมหาศาลที่รวดเร็วสุดในประวัติศาสตร์ของวงการสตาร์ตอัปก็ว่าได้
โดยล่าสุด Prometheus ถูกประเมินมูลค่าบริษัทไว้อยู่ที่ 1,350,000 ล้านบาท ภายในเวลาไม่ถึง 1 ปีหลังจากเปิดตัว
ทั้ง ๆ ที่บริษัทยังอยู่ในช่วงพัฒนาเทคโนโลยี และยังไม่ได้เปิดให้บริการผลิตภัณฑ์ในเชิงพาณิชย์เลยด้วยซ้ำ
หมายความว่า มูลค่าของบริษัทในวันนี้ เกิดจากความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อวิสัยทัศน์ของคุณ Jeff Bezos เป็นหลัก
เรื่องราวของ Prometheus สะท้อนให้เห็นว่า
ในวันที่ทุกคนแข่งขันกันสร้าง AI ที่พูดเก่ง ทำงานเก่ง
แต่คุณ Jeff Bezos กลับเลือกเดิมพันไปกับการนำ AI ออกมาสู่โลกจริงแทน
แต่คุณ Jeff Bezos กลับเลือกเดิมพันไปกับการนำ AI ออกมาสู่โลกจริงแทน
เพราะสุดท้ายแล้ว มนุษย์ยังจำเป็นต้องใช้สิ่งของที่จับต้องได้ ซึ่งถูกสร้างมาจากเครื่องจักรอุปกรณ์ โรงงานอุตสาหกรรม และโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ
ดังนั้น หากเทคโนโลยีนี้ประสบความสำเร็จ
Prometheus อาจเปลี่ยนวิธีการออกแบบและผลิตทุกสิ่งบนโลกใบนี้
Prometheus อาจเปลี่ยนวิธีการออกแบบและผลิตทุกสิ่งบนโลกใบนี้
เหมือนที่ Amazon เปลี่ยนวิธีการซื้อสินค้า หรือ AWS เปลี่ยนวิธีการบริหารจัดการข้อมูล ในอดีตที่ผ่านมา ก็เป็นได้..