
One To Two Coffee ร้านกาแฟเล็ก ๆ จากเชียงราย ที่เปิดมา 8 ปี มี 100 กว่า สาขา
เมื่อเดือนมีนาคม ปีที่แล้ว คุณเคน-ทวิวัฒน์ ลาภผาติกุล ผู้ก่อตั้ง และ CEO ของ One To Two Coffee ได้ขึ้นมาพูดบนเวทีลงทุนแมนตอนนั้นยังมีเพียง 50 สาขา
ในวันนี้ One To Two Coffee มี 140 สาขา หรือ โตเกือบ 3 เท่า ! แถมคนยังต่อคิวแน่นแทบทุกสาขา
ร้านกาแฟที่เริ่มจากร้านเล็ก ๆ ในเชียงราย แต่กล้ากระโดดเข้าใส่สมรภูมิการแข่งขันที่เดือดที่สุด
.
คำถามคือ...
เขาคิดอะไรต่างจากคนอื่น ?
"ผมไม่ได้อยากขายกาแฟแพง"
คุณเคนเริ่มด้วยคำถามว่า
"คุณจะยอมซื้อกาแฟแก้วละ 100 กว่าบาททุกวันไหม"
ผมเชื่อว่าหลายคนก็คงตอบเหมือนกัน
"ไม่"
นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของ One To Two
เขาไม่ได้อยากแค่สร้างร้านกาแฟที่คุณภาพดีอย่างเดียว แต่ต้องเข้าถึงง่าย เหมือนกินข้าวแกง เขาเรียกแนวคิดนี้ว่า Everyday Coffee
.
คำถามคือ...
เขาคิดอะไรต่างจากคนอื่น ?
"ผมไม่ได้อยากขายกาแฟแพง"
คุณเคนเริ่มด้วยคำถามว่า
"คุณจะยอมซื้อกาแฟแก้วละ 100 กว่าบาททุกวันไหม"
ผมเชื่อว่าหลายคนก็คงตอบเหมือนกัน
"ไม่"
นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของ One To Two
เขาไม่ได้อยากแค่สร้างร้านกาแฟที่คุณภาพดีอย่างเดียว แต่ต้องเข้าถึงง่าย เหมือนกินข้าวแกง เขาเรียกแนวคิดนี้ว่า Everyday Coffee
.
หลายคนหนี Red Ocean
แต่เขาเลือกลงไปว่ายน้ำ
ทุกวันนี้กูรูธุรกิจจำนวนไม่น้อยพูดถึง Blue Ocean
หาตลาดใหม่ คู่แข่งน้อย กำไรสูง
แต่คุณเคนกลับมองอีกมุมหนึ่ง
"Red Ocean มีเรือคู่แข่งเยอะก็จริง...แต่ก็มีปลาหรือลูกค้าเยอะที่สุดเช่นกัน"
ประโยคนี้ฟังดูเรียบง่าย
แต่กลับอธิบายธุรกิจของเขาได้ทั้งหมด
เขาไม่ได้มองว่าคู่แข่งคือปัญหา
แต่ถามตัวเองว่า
"จะทำอย่างไรให้ลูกค้าเลือกเรา"
มากกว่า
"จะทำอย่างไรให้ไม่มีคู่แข่ง"
.
ความแตกต่าง...
ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากของแพง
แต่เริ่มจาก "ความใส่ใจ"
หลายคนเห็นเครื่องชงกาแฟ และสไตล์ร้านของ One To Two ครั้งแรก
ไม่กล้าเดินเข้าร้าน
เพราะคิดว่าราคาคงเกินร้อยบาทแน่ๆ! แต่..พอเห็นป้ายราคาจริงๆ ถึงกับต้องขยี้ตา
เหตุผลที่คุณเคนลงทุนกับเครื่องชง Hi-end กลับไม่ใช่เพื่อขายแพง...แต่เพื่อให้ "กาแฟทุกแก้ว...มีรสชาติเสถียรที่สุด เขาลงทุนกับโรงคั่ว ลงทุนขยายสาขาโดยไม่มีแฟรนไชส์ ลงทุนกับเครื่องทำน้ำแข็ง เลือกวัตถุดิบที่ดีเท่าที่จะทำได้ เพื่อคุมต้นทุน คุมคุณภาพ
เพราะเขาเชื่อว่า Every Detail Matters ลูกค้าอาจจำไม่ได้ว่าเครื่องชงราคาเท่าไร แต่ลูกค้าจะจำได้ว่า กาแฟร้านนี้...ไว้ใจได้เหมือนเดิม
หลายคนหนี Red Ocean
แต่เขาเลือกลงไปว่ายน้ำ
ทุกวันนี้กูรูธุรกิจจำนวนไม่น้อยพูดถึง Blue Ocean
หาตลาดใหม่ คู่แข่งน้อย กำไรสูง
แต่คุณเคนกลับมองอีกมุมหนึ่ง
"Red Ocean มีเรือคู่แข่งเยอะก็จริง...แต่ก็มีปลาหรือลูกค้าเยอะที่สุดเช่นกัน"
ประโยคนี้ฟังดูเรียบง่าย
แต่กลับอธิบายธุรกิจของเขาได้ทั้งหมด
เขาไม่ได้มองว่าคู่แข่งคือปัญหา
แต่ถามตัวเองว่า
"จะทำอย่างไรให้ลูกค้าเลือกเรา"
มากกว่า
"จะทำอย่างไรให้ไม่มีคู่แข่ง"
.
ความแตกต่าง...
ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากของแพง
แต่เริ่มจาก "ความใส่ใจ"
หลายคนเห็นเครื่องชงกาแฟ และสไตล์ร้านของ One To Two ครั้งแรก
ไม่กล้าเดินเข้าร้าน
เพราะคิดว่าราคาคงเกินร้อยบาทแน่ๆ! แต่..พอเห็นป้ายราคาจริงๆ ถึงกับต้องขยี้ตา
เหตุผลที่คุณเคนลงทุนกับเครื่องชง Hi-end กลับไม่ใช่เพื่อขายแพง...แต่เพื่อให้ "กาแฟทุกแก้ว...มีรสชาติเสถียรที่สุด เขาลงทุนกับโรงคั่ว ลงทุนขยายสาขาโดยไม่มีแฟรนไชส์ ลงทุนกับเครื่องทำน้ำแข็ง เลือกวัตถุดิบที่ดีเท่าที่จะทำได้ เพื่อคุมต้นทุน คุมคุณภาพ
เพราะเขาเชื่อว่า Every Detail Matters ลูกค้าอาจจำไม่ได้ว่าเครื่องชงราคาเท่าไร แต่ลูกค้าจะจำได้ว่า กาแฟร้านนี้...ไว้ใจได้เหมือนเดิม
หลายธุรกิจไม่ได้แพ้...
เพราะสินค้าไม่ดี
แต่แพ้
เพราะเลือก "Location" ผิด
คุณเคนเล่าว่า
ร้านกาแฟไม่ควรเป็นร้านลับ
ยิ่งลูกค้าเห็นง่าย
เข้าถึงง่าย
ยิ่งมีโอกาสขาย
อีกอย่างธุรกิจกาแฟมีความโหดร้ายอย่างหนึ่งคือ "Golden Hours" หรือช่วงเวลาทำเงินที่สั้น (เช้าถึงบ่าย) ถ้าทำเลไม่เป๊ะ อาจเจ๊งได้ !
One To Two เลยใช้สูตรยึดทำเล "ไข่แดง" ที่ Traffic พลุกพล่านที่สุด
ออฟฟิศ
ย่านที่อยู่อาศัย
ห้าง
และกำลังขยายไปปั๊มน้ำมัน หน่วยงานราชการ หัวเมืองต่างจังหวัดที่กำลังเติบโต เพื่อขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ มากขึ้น
เพราะสำหรับเขา
Traffic คือเชื้อเพลิงของธุรกิจ
.
แล้ว Marketing ล่ะ ?
หลายคนคิดว่า
แบรนด์ที่โตเร็ว
ต้องยิงโฆษณาหนัก ๆ
แต่ One To Two ใช้งบ Marketing น้อยมาก
คุณเคนเชื่อว่า
"โฆษณาซื้อได้...แต่ความประทับใจซื้อไม่ได้"
สิ่งที่ยากที่สุด
ไม่ใช่การทำให้ลูกค้าเข้าร้านครั้งแรก
แต่คือ
ทำอย่างไร
ให้เขากลับมา
ครั้งที่ 2
ครั้งที่ 3
และกลายเป็นลูกค้าประจำ
เพราะสุดท้ายแล้ว
"การบอกต่อ"
คือ Organic Marketing ที่ทรงพลังที่สุด
.
ก่อนจบบทสนทนา
คุณเคนทิ้งประโยคหนึ่งไว้
ซึ่งผมคิดว่าใช้ได้กับทุกธุรกิจ
ไม่ใช่แค่ร้านกาแฟ
.
บางที...
การสร้างธุรกิจที่แข็งแรง
อาจไม่ได้เริ่มจากการหาตลาดที่ไม่มีคู่แข่ง
แต่อาจเริ่มจาก
การเข้าใจลูกค้า...ให้มากกว่าคู่แข่ง
........
แล้วคุณล่ะ...
ถ้าวันนี้ต้องเริ่มธุรกิจใหม่
คุณจะเลือก "หนี Red Ocean"
หรือจะลงไปแข่งขัน แล้วสร้างความแตกต่าง ?
หรือ...ใครเป็นแฟนคลับ One To Two บ้าง ? แก้วโปรดของคุณคือเมนูไหน ลองมาป้ายยากันหน่อยครับ !
เพราะสินค้าไม่ดี
แต่แพ้
เพราะเลือก "Location" ผิด
คุณเคนเล่าว่า
ร้านกาแฟไม่ควรเป็นร้านลับ
ยิ่งลูกค้าเห็นง่าย
เข้าถึงง่าย
ยิ่งมีโอกาสขาย
อีกอย่างธุรกิจกาแฟมีความโหดร้ายอย่างหนึ่งคือ "Golden Hours" หรือช่วงเวลาทำเงินที่สั้น (เช้าถึงบ่าย) ถ้าทำเลไม่เป๊ะ อาจเจ๊งได้ !
One To Two เลยใช้สูตรยึดทำเล "ไข่แดง" ที่ Traffic พลุกพล่านที่สุด
ออฟฟิศ
ย่านที่อยู่อาศัย
ห้าง
และกำลังขยายไปปั๊มน้ำมัน หน่วยงานราชการ หัวเมืองต่างจังหวัดที่กำลังเติบโต เพื่อขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ มากขึ้น
เพราะสำหรับเขา
Traffic คือเชื้อเพลิงของธุรกิจ
.
แล้ว Marketing ล่ะ ?
หลายคนคิดว่า
แบรนด์ที่โตเร็ว
ต้องยิงโฆษณาหนัก ๆ
แต่ One To Two ใช้งบ Marketing น้อยมาก
คุณเคนเชื่อว่า
"โฆษณาซื้อได้...แต่ความประทับใจซื้อไม่ได้"
สิ่งที่ยากที่สุด
ไม่ใช่การทำให้ลูกค้าเข้าร้านครั้งแรก
แต่คือ
ทำอย่างไร
ให้เขากลับมา
ครั้งที่ 2
ครั้งที่ 3
และกลายเป็นลูกค้าประจำ
เพราะสุดท้ายแล้ว
"การบอกต่อ"
คือ Organic Marketing ที่ทรงพลังที่สุด
.
ก่อนจบบทสนทนา
คุณเคนทิ้งประโยคหนึ่งไว้
ซึ่งผมคิดว่าใช้ได้กับทุกธุรกิจ
ไม่ใช่แค่ร้านกาแฟ
.
บางที...
การสร้างธุรกิจที่แข็งแรง
อาจไม่ได้เริ่มจากการหาตลาดที่ไม่มีคู่แข่ง
แต่อาจเริ่มจาก
การเข้าใจลูกค้า...ให้มากกว่าคู่แข่ง
........
แล้วคุณล่ะ...
ถ้าวันนี้ต้องเริ่มธุรกิจใหม่
คุณจะเลือก "หนี Red Ocean"
หรือจะลงไปแข่งขัน แล้วสร้างความแตกต่าง ?
หรือ...ใครเป็นแฟนคลับ One To Two บ้าง ? แก้วโปรดของคุณคือเมนูไหน ลองมาป้ายยากันหน่อยครับ !