
Morningstar ธุรกิจที่เริ่มจากให้ดาวกองทุน วันนี้มีมูลค่า 200,000 ล้าน
Morningstar ธุรกิจที่เริ่มจากให้ดาวกองทุน วันนี้มีมูลค่า 200,000 ล้าน /โดย ลงทุนแมน
เวลาที่นักลงทุนเลือกซื้อกองทุนรวม หนึ่งในปัจจัยที่หลายคนนิยมใช้เป็นตัวช่วยในการตัดสินใจ ก็คือ คะแนนจาก Morningstar
เวลาที่นักลงทุนเลือกซื้อกองทุนรวม หนึ่งในปัจจัยที่หลายคนนิยมใช้เป็นตัวช่วยในการตัดสินใจ ก็คือ คะแนนจาก Morningstar
รู้ไหมว่า แม้ตัว Morningstar ไม่ได้ขายกองทุนเอง แต่กลับมีอิทธิพลต่ออุตสาหกรรมการลงทุนอย่างมาก
เพราะคะแนนที่กองทุนได้รับเพิ่มขึ้นหรือลดลง อาจส่งผลให้เม็ดเงินลงทุนไหลเข้าออกได้มหาศาล
ซึ่งทำให้ข้อมูลของ Morningstar มีความสำคัญมาก ถึงขนาดที่สามารถผลักดันให้ธุรกิจมีมูลค่าสูงกว่า 2 แสนล้านบาท ได้ในปัจจุบัน
แล้ว Morningstar มีความเป็นมาอย่างไร ?
ทำไมถึงได้รับความเชื่อใจจากนักลงทุนทั่วโลก ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ทำไมถึงได้รับความเชื่อใจจากนักลงทุนทั่วโลก ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
Morningstar เป็นบริษัทบริการข้อมูลทางการเงิน จากประเทศสหรัฐอเมริกา ก่อตั้งขึ้นในปี 1984 โดยคุณ Joe Mansueto
ในช่วงต้นทศวรรษ 1980 วงการลงทุนในสหรัฐอเมริกา เติบโตอย่างรวดเร็ว มีกองทุนใหม่ถูกจัดตั้งขึ้นมากมาย
แต่ปัญหาคือ นักลงทุนไม่สามารถหาข้อมูลได้ง่ายเหมือนทุกวันนี้
ซึ่งระหว่างที่คุณ Mansueto กำลังศึกษาเอกสารกองทุนจำนวนมากจากบริษัทกองทุนหลายแห่ง ได้เกิดไอเดียที่จะทำธุรกิจบริการข้อมูลกองทุนให้แก่คนทั่วไป
จึงก่อตั้งบริษัท Morningstar ขึ้นมาในห้องอะพาร์ตเมนต์ของเขาในเมืองชิคาโก ด้วยเงินเก็บ 2.7 ล้านบาท
โดยโมเดลธุรกิจ Morningstar จะเป็นผู้รวบรวมข้อมูลและผลการดำเนินงานของกองทุนต่าง ๆ ส่งรายงานให้สมาชิก เพื่อช่วยให้นักลงทุนตัดสินใจได้ดีขึ้น ผ่านข้อมูลที่ชัดเจนและน่าเชื่อถือ
แต่เอกลักษณ์ที่สร้างความแตกต่าง ก็คือ แนวคิดการเปลี่ยนตัวเลขการเงินที่ซับซ้อน ให้เป็นภาษาที่เข้าใจง่าย เพื่อช่วยให้นักลงทุนตัดสินใจซื้อขายกองทุนได้ดีขึ้น
เช่น ในปี 1985 Morningstar เปิดตัวระบบ Star Rating ซึ่งเป็นการจัดอันดับกองทุนโดยให้คะแนน 1-5 ดาว โดยประเมินผลตอบแทนย้อนหลังที่ปรับด้วยความเสี่ยง และเปรียบเทียบกับกองทุนในกลุ่มเดียวกัน
หรือต่อมา ในปี 1992 ได้ออกเครื่องมือวิเคราะห์กองทุน Morningstar Style Box ซึ่งเป็นตาราง 9 ช่อง แบ่งกองทุนตามลักษณะธุรกิจ (Value หรือ Growth) และขนาดของบริษัท
ซึ่งนวัตกรรมเหล่านั้นตอบโจทย์นักลงทุนมาก เพราะแทนที่จะต้องอ่านข้อมูลหลายสิบหน้า ก็สามารถประเมินความน่าสนใจหรือประเภทกองทุนได้ภายในไม่กี่นาที
ทำให้ชื่อเสียงของ Morningstar โด่งดัง โดยนักลงทุนมักใช้จำนวนดาวเป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจ ขณะที่บริษัทจัดการกองทุน ก็ให้ความสำคัญกับการได้รับคะแนนสูง ๆ เช่นกัน
ต่อมาพอยุคสมัยเปลี่ยนไป Morningstar มองเห็นว่า โลกการลงทุนมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่อยู่ตลอดเวลา
พอเป็นแบบนี้ บริษัทได้ขยายฐานข้อมูลให้กว้างขึ้น เพื่อกุมความได้เปรียบในการแข่งขันได้อย่างยั่งยืน
พวกเขาจึงเดินเกมธุรกิจไปสู่การให้บริการข้อมูลทางการเงินแบบครบวงจร ยกตัวอย่างเช่น
- ปี 2006 ซื้อกิจการ Ibbotson Associates บริษัทด้านการวางแผนการลงทุน ด้วยเงินมูลค่า 2,800 ล้านบาท
ซึ่งสะท้อนว่า บริษัทไม่ได้หยุดอยู่แค่การบอกว่ากองทุนไหนดี แต่ตั้งใจรุกธุรกิจ Wealth Management แนะนำการจัดพอร์ตให้นักลงทุนเลย
- ปี 2016 ซื้อกิจการ PitchBook บริษัทฐานข้อมูลบริษัทเอกชนนอกตลาดหุ้น ด้วยเงินมูลค่า 7,600 ล้านบาท
ซึ่งเป็นการขยายไปยังวงการสตาร์ตอัป, Venture Capital และ Private Equity ที่ข้อมูลไม่ค่อยเปิดเผยต่อสาธารณชน แต่มีประโยชน์มากต่อการทำดีล M&A
- ปี 2019 ซื้อกิจการ DBRS บริษัทจัดอันดับเครดิตเรตติงที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก ด้วยเงินมูลค่า 22,000 ล้านบาท
ซึ่งเป็นอีกก้าวสำคัญสู่ธุรกิจข้อมูลความน่าเชื่อถือของบริษัทและสินทรัพย์ต่าง ๆ ท้าชนกับยักษ์ใหญ่อย่าง S&P Global, Moody's และ Fitch แบบเต็มตัว
- ปี 2022 ซื้อกิจการ Leveraged Commentary and Data มาจาก S&P Global ซึ่งประกอบธุรกิจฐานข้อมูลด้านตราสารหนี้ ด้วยเงินมูลค่า 22,000 ล้านบาท
เท่ากับว่า Morningstar จะมีฐานข้อมูลทุกสินทรัพย์ครบวงจร ที่นักลงทุนสนใจ ไม่ว่าจะเป็น กองทุน, หุ้น, บริษัทเอกชน, สตาร์ตอัป, Venture Capital, ตราสารหนี้ รวมไปถึงเครดิตเรตติง และแผนการบริหารความมั่งคั่ง
ทีนี้ ลองมาดูผลประกอบการของ Morningstar กันบ้าง
ปี 2024 รายได้ 76,500 ล้านบาท กำไร 12,400 ล้านบาท
ปี 2025 รายได้ 82,200 ล้านบาท กำไร 12,500 ล้านบาท
ปี 2025 รายได้ 82,200 ล้านบาท กำไร 12,500 ล้านบาท
โดยสัดส่วนรายได้ของบริษัททุก ๆ 100 บาท มาจาก
- ธุรกิจ Direct Platform (ข้อมูลการลงทุน) 37 บาท
- ธุรกิจ PitchBook 29 บาท
- ธุรกิจ Credit Rating 17 บาท
- ธุรกิจ Wealth Management 10 บาท
- ธุรกิจ Retirement (วางแผนเกษียณ) 7 บาท
- ธุรกิจ PitchBook 29 บาท
- ธุรกิจ Credit Rating 17 บาท
- ธุรกิจ Wealth Management 10 บาท
- ธุรกิจ Retirement (วางแผนเกษียณ) 7 บาท
ทั้งนี้ บริษัทได้จดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ เมื่อปี 2005 ล่าสุดมีมูลค่าธุรกิจอยู่ที่ประมาณ 220,000 ล้านบาท
ขณะที่ผู้ก่อตั้งอย่างคุณ Joe Mansueto ได้ถูกนิตยสาร Forbes ประเมินว่ามีทรัพย์สินประมาณ 154,000 ล้านบาท
โดยเขาก้าวลงจากตำแหน่งซีอีโอเมื่อปี 2017 แต่ก็ถือหุ้นในบริษัทอยู่ อีกทั้งยังเป็นเจ้าของสื่อการเงินชื่อดังอย่าง Inc. และ Fast Company อีกด้วย
ถึงตรงนี้ จากเรื่องราวนี้จะเห็นได้ว่า นวัตกรรมและการดำเนินธุรกิจของ Morningstar ทั้งหมดล้วนมีจุดร่วมเดียวกัน
นั่นคือ การไม่ได้ชี้บอกนักลงทุนว่าควรซื้อขายอะไร
แต่พยายามทำให้ทุกคนเข้าถึงและเข้าใจข้อมูลการเงิน สำหรับนำไปใช้ตัดสินใจลงทุนเองได้
แต่พยายามทำให้ทุกคนเข้าถึงและเข้าใจข้อมูลการเงิน สำหรับนำไปใช้ตัดสินใจลงทุนเองได้
ซึ่งแนวคิดดังกล่าวทำให้ Morningstar ค่อย ๆ พัฒนาจากบริษัทให้ดาวกองทุน กลายเป็นอาณาจักรข้อมูลที่ครอบคลุมแทบทุกมิติของโลกการเงิน
เมื่อข้อมูลของ Morningstar ถูกนำไปใช้อ้างอิงโดยนักลงทุนรายย่อย, สถาบันการเงิน และผู้จัดการกองทุนทั่วโลก เหมือนเป็นเรื่องปกติ
จึงไม่น่าแปลกใจ ที่มันจะกลายเป็นความน่าเชื่อถือที่สั่งสมมาต่อเนื่องกว่า 40 ปี จนบริษัทมีมูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาท ได้ในวันนี้นั่นเอง..