อนาคต Data Center จะไปอยู่ในอวกาศ บนทะเล และใต้ดิน ?

อนาคต Data Center จะไปอยู่ในอวกาศ บนทะเล และใต้ดิน ?

อนาคต Data Center จะไปอยู่ในอวกาศ บนทะเล และใต้ดิน ? /โดย ลงทุนแมน
Data Center กำลังเป็นปัญหาใหญ่ของมนุษยชาติ เพราะมันกำลังกินไฟฟ้าและน้ำอย่างมหาศาล แถมยังทำให้เกิดความร้อนรอบ ๆ ตัวด้วย
แถมคนในหลายประเทศเริ่มมองว่า Data Center สร้างประโยชน์กับเศรษฐกิจน้อย และสร้างปัญหาแย่งไฟฟ้าและน้ำกับคนในพื้นที่ต่าง ๆ แทน
พอเป็นแบบนี้ วิธีแก้ปัญหาของ Data Center ตอนนี้จึงมีอยู่ 3 วิธี นั่นคือ เอาไปอยู่ในอวกาศ บนน้ำ หรือใต้ดินไปเลย
แล้ว 3 วิธีนี้ ทำได้จริงแค่ไหน ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
เริ่มกันที่วิธีแรก เอามันไปไว้ในอวกาศ
วิธีนี้เป็นแนวคิดของบริษัทเจ้าดังอย่าง SpaceX ของอีลอน มัสก์ รวมไปถึงบริษัทเทคโนโลยีต่าง ๆ เช่น Google ที่อยากเอาไปไว้นอกโลก
ทำไมต้องนอกโลก ก็เพราะว่าในอวกาศมีพลังงานแสงอาทิตย์ไม่จำกัด ทำให้ Data Center ไม่ต้องกังวลเลยว่าจะหาพลังงานมาหล่อเลี้ยง 24 ชั่วโมงจากที่ไหน
แม้จะหมดปัญหาเรื่องพลังงานไม่จำกัด แต่ความท้าทายสำคัญกลับอยู่ที่การรักษาอุณหภูมิภายในของตัว Data Center ไม่ให้ร้อนเกินไป
พอ Data Center ไปอยู่ในอวกาศ ธรรมชาติของอวกาศจะไม่มีอากาศคอยถ่ายเทความร้อน ดังนั้นจึงต้องใช้วิธีที่เรียกว่า การแผ่รังสี
ซึ่งแผงแผ่รังสีจะเป็นช่องทางระบายความร้อนข้างใน Data Center ด้วยการเอาน้ำหรือสารอะไรบางอย่างดึงความร้อนออกมาจากข้างใน
น้ำหรือสารที่มีความร้อนนี้ก็จะเคลื่อนไปที่แผงแผ่รังสี
แล้วรอให้รังสีความร้อนแผ่ออกมาเรื่อย ๆ
จนสารพาความร้อนเย็นลง แล้วกลับไปนำความร้อนข้างในให้เย็นลงอีกรอบ วนแบบนี้ซ้ำ ๆ ไปเรื่อย ๆ
ถ้าพูดให้เห็นภาพ มันเหมือนกับการที่เราต้มน้ำให้ร้อน แล้วรอให้น้ำเย็นลง ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควร
ดังนั้น ความเร็วในการระบายความร้อน ที่จะไม่ให้การทำงานของ Data Center ในอวกาศได้รับผลกระทบ จึงเป็นเรื่องที่ท้าทายไม่น้อยเลยทีเดียว
ซึ่งยังไม่รวมความท้าทายเรื่องความเร็วของการสื่อสารเข้ามายังโลก หรือปัญหาการออกแบบ Data Center ที่ต้องทนต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิที่สุดขั้วอีกด้วย
เพราะเมื่อฝั่งที่เจอแสงอาทิตย์ อุณหภูมิจะสูงถึง 100 องศาเซลเซียส แต่พอไม่เจอแสงอาทิตย์ อุณหภูมิจะติดลบถึง 100 องศาเซลเซียส
ในเมื่อวิธีแรกดูมีความท้าทายอยู่เยอะมาก แล้วการไปวางบนน้ำ มีความท้าทายอะไรไหม ?
ฝั่งที่อยากจะเอา Data Center ไปวางบนน้ำ เช่น Samsung มีแนวคิดว่าในเมื่อที่ดินบนโลกมีจำกัด ก็เอาไปวางบนน้ำคล้ายกับเรือที่ลอยอยู่ได้หรือไม่
เพราะในทะเลมีปริมาณน้ำมหาศาลแบบไม่จำกัด ทำให้สามารถเอามาใช้ในการระบายความร้อนของ Data Center ได้เรื่อย ๆ
ส่วนเรื่องพลังงานไฟฟ้าที่ต้องการตลอด 24 ชั่วโมง เรือ Data Center ก็สามารถต่อเข้ากับสายส่งใต้ทะเลที่เชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าบนบก
หรือถ้าไม่เชื่อมต่อกับระบบสายส่งใต้ทะเล เรือลำนี้ก็สามารถใช้ก๊าซธรรมชาติเหลวหรือ LNG ไปผลิตเป็นกระแสไฟฟ้าบนเรือด้วยตัวเองได้เลย
แม้ฟังแล้วเหมือนดูดี แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่และเป็นความท้าทายสำคัญ ก็คือ ทะเล
ทะเลไม่ได้เป็นน้ำจืดที่บริสุทธิ์ แต่มีความเค็มจากเกลือ ซึ่งทำให้อาจกัดกร่อนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของ Data Center ในอนาคต
และยังมีปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่ต้องคิดเผื่อในอนาคต การที่น้ำทะเลที่ใช้ระบายความร้อนกลับลงไปสู่ทะเล ผลกระทบต่อสัตว์น้ำก็อาจเกิดขึ้นตามมาได้
ในเมื่อทั้งในอวกาศและบนทะเลยังมีความท้าทายเยอะขนาดนี้ แล้วการวาง Data Center ไว้ใต้ดิน มีความเป็นไปได้จริงไหม ?
จริง ๆ แล้วการวาง Data Center ไว้ใต้ดิน เกิดขึ้นจริงแล้ว
แถมทำได้จริงมากกว่าการเอา Data Center ไปอยู่ในอวกาศหรือบนทะเลเสียอีก
เรื่องนี้เกิดขึ้นที่ฟินแลนด์ โดยบริษัทที่ชื่อว่า Helen ซึ่งมีเทศบาลท้องถิ่นอย่างเฮลซิงกิถือหุ้นอยู่ 100%
บริษัทนี้ผูกขาดการขายความร้อนผ่านระบบท่อที่วางไว้ทั่วเมืองเฮลซิงกิ ซึ่งขายให้กับชาวเมืองได้ใช้ โดยเฉพาะในช่วงหน้าหนาว
เห็นอะไรไหม บริษัทนี้ต้องการสินค้าคือความร้อน
และบริษัทที่เสมือนมีสินค้าอย่างความร้อน ก็คือ พวกบริษัทเทคโนโลยีเจ้าของ Data Center นั่นเอง
การได้ความร้อนจาก Data Center มาใช้ จึงเหมือนได้โรงไฟฟ้าที่ผลิตพลังงานออกมาได้ตลอดทั้งปี
โดย Helen ก็จะนำท่อไปดูดความร้อนมาจาก Data Center จากนั้นก็นำมาเก็บไว้แล้วเพิ่มความร้อนให้สูงขึ้นอีก ก่อนนำไปขายต่อให้กับชาวเมืองเฮลซิงกิอีกทอดหนึ่ง
ส่วนระบบความเย็น ซึ่งเป็นสิ่งที่ Helen ขายให้กับชาวเมืองด้วยนั้น ก็ถูกแบ่งส่งไปให้ Data Center เพื่อแก้ปัญหาความร้อนได้อีกด้วย
ดังนั้นแล้ว Helen จึงแทบไม่ต้องลงทุนกับอะไรเพิ่มเติมมากนัก เพราะมีระบบท่อความร้อนและความเย็นทั่วเมืองอยู่แล้ว ขอแค่ไปต่อท่อเอาความร้อนออกจาก Data Center เท่านั้น
ส่วนบริษัทเทคโนโลยีที่มี Data Center อยู่ในมือ ก็ไม่ต้องลงทุนมหาศาลกับระบบทำความเย็นเพื่อลดความร้อน เพราะสามารถใช้บริการจาก Helen ได้เลย
อ่านมาถึงตรงนี้ เราคงคิดว่า ก็ฟังแล้วดูทำได้จริงกว่าการเอา Data Center ไปอยู่ในอวกาศหรือบนทะเล วิธีนี้ก็น่าจะเอาไปใช้กับหลาย ๆ เมืองได้
แต่ปัญหาคือ โมเดลนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะทำตามได้ง่าย ๆ เพราะต้องมีระบบโครงข่ายท่อรอบเมือง เหมือนอย่างฟินแลนด์ที่มีพร้อมอยู่แล้ว
ประเทศที่สามารถทำตามได้ ก็อาจต้องเป็นประเทศเมืองหนาวต่าง ๆ ที่ชาวเมืองต้องใช้ระบบความร้อนเป็นประจำในทุกวัน
ในอนาคต เราจึงต้องดูกันต่อไปว่า สุดท้ายแล้วนอกจากการวางเอาไว้บนโลก Data Center จะไปอยู่ในอวกาศ บนทะเล หรือใต้ดินมากกว่ากัน
แต่บางที คำตอบอาจไม่ใช่การผลัก Data Center ไปไว้บนน้ำ ใต้ดิน หรือในอวกาศ
ในมุมกลับกัน อาจเป็นการทำให้ Data Center หลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกับเมือง เช่น ฟินแลนด์
ซึ่งทำให้เห็นว่า จริง ๆ แล้วเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมสามารถเติบโตไปพร้อมกันได้เช่นกัน..

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

SPONSORED
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon