
สูตรหาหุ้น 10 เด้ง ฉบับเจ้าของเพจ Earthh Evans มองหุ้นที่ดูแพง ให้เป็นโอกาส
ถ้าหุ้นตัวหนึ่งมีราคาแพงกว่าพื้นฐานที่ควรจะเป็นถึง 15 เท่า จะยังมีคนกล้าซื้อไหม ?
คุณเอิร์ท-ศรารัญย์ คาน นักลงทุนและเจ้าของเพจ Earthh Evans คือหนึ่งในคนที่กล้า
และหุ้นตัวนั้นคือ Palantir ที่วันนี้มูลค่ากิจการเติบโตขึ้นมากกว่า 10 เท่า นับจากวันที่เขาตัดสินใจเข้าซื้อ..
และหุ้นตัวนั้นคือ Palantir ที่วันนี้มูลค่ากิจการเติบโตขึ้นมากกว่า 10 เท่า นับจากวันที่เขาตัดสินใจเข้าซื้อ..
Palantir บริษัทซอฟต์แวร์ AI ที่คุณเอิร์ทเข้าซื้อตั้งแต่มูลค่ากิจการ (Enterprise Value) อยู่ที่ราว 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ วันนี้เติบโตขึ้นไปแตะ 400,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
แต่ต้องเข้าใจก่อนว่า 10 เด้งของคุณเอิร์ท ไม่ใช่แบบเปิดพอร์ตมาแล้วบวก 1,000% ทันที
เพราะเป็นการซื้อล็อตแรกไว้ แล้วค่อย ๆ ทยอยซื้อเพิ่มขึ้นตามราคาที่ปรับตัวขึ้น
เพราะเป็นการซื้อล็อตแรกไว้ แล้วค่อย ๆ ทยอยซื้อเพิ่มขึ้นตามราคาที่ปรับตัวขึ้น
ในตอนนั้น ตลาดมีแพลตฟอร์มแบบ End-to-End น้อยมาก และ Palantir เป็นเจ้าแรกเลยที่นำระบบ AIP (Artificial Intelligence Platform) เข้ามา
การทำงานของ AIP จะเหมือนกับ ChatGPT ที่เราสามารถถามคำถามเข้าไป แล้วระบบจะทำการจำลองสถานการณ์ออกมา เพื่อช่วยในการตัดสินใจ และลงมือปฏิบัติจริง
การทำงานของ AIP จะเหมือนกับ ChatGPT ที่เราสามารถถามคำถามเข้าไป แล้วระบบจะทำการจำลองสถานการณ์ออกมา เพื่อช่วยในการตัดสินใจ และลงมือปฏิบัติจริง
คุณเอิร์ทมองว่าตรงนี้จะสามารถล้อไปกับกระแส AI Boom ได้ดี
แต่จุดที่ยากที่สุดในการตัดสินใจซื้อหุ้น Palantir ตอนนั้นคือ บริษัทยังไม่มีกำไรมากนัก จะใช้วิธี DCF หรือการคิดลดกระแสเงินสดแบบทั่วไป เพื่อหาส่วนต่างความปลอดภัย (Margin of Safety) ก็ทำได้ยาก
คุณเอิร์ทเลยเลือกใช้วิธีที่เรียกว่า Reverse DCF แทน
คุณเอิร์ทเลยเลือกใช้วิธีที่เรียกว่า Reverse DCF แทน
หลักการง่าย ๆ ของ Reverse DCF หรือการคิดลดกระแสเงินสดแบบย้อนกลับ
คือ แทนที่จะเริ่มจากการคาดการณ์กระแสเงินสด แล้วคำนวณไปหาราคาที่เหมาะสม ก็ให้เอา "ราคาตลาดปัจจุบัน" มาตั้งเป็นโจทย์ แล้วคำนวณย้อนกลับว่า บริษัทต้องเติบโตเฉลี่ยปีละกี่เปอร์เซ็นต์ ราคานั้นถึงจะสมเหตุสมผล
คือ แทนที่จะเริ่มจากการคาดการณ์กระแสเงินสด แล้วคำนวณไปหาราคาที่เหมาะสม ก็ให้เอา "ราคาตลาดปัจจุบัน" มาตั้งเป็นโจทย์ แล้วคำนวณย้อนกลับว่า บริษัทต้องเติบโตเฉลี่ยปีละกี่เปอร์เซ็นต์ ราคานั้นถึงจะสมเหตุสมผล
ตอนที่คุณเอิร์ทเข้าซื้อ Palantir ในราคาประมาณ 15 ดอลลาร์สหรัฐ (ปัจจุบันราคาอยู่ที่ 171 ดอลลาร์สหรัฐ) บริษัทมีรายได้อยู่ที่ราว 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อคำนวณย้อนกลับออกมา ราคาตอนนั้นสะท้อนความคาดหวังของตลาดว่า Palantir ต้องโตไปถึงรายได้ 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นพรีเมียมที่ตลาดให้ไว้ล่วงหน้าถึง 15 เท่า..
ฟังดูแพง แต่คุณเอิร์ทมองต่างออกไป เพราะแพลตฟอร์มเทคโนโลยีแบบนี้ไม่ได้โตเป็นเส้นตรง แต่มักโตแบบก้าวกระโดดเมื่อเกิดการขยายตัวของแพลตฟอร์ม
และผลลัพธ์จาก Reverse DCF ก็บอกว่า Palantir แค่ต้องโตเฉลี่ย 31% ต่อปี ต่อเนื่อง 10 ปี ราคาหุ้นจึงจะสมเหตุสมผล ซึ่งเป็นตัวเลขที่คุณเอิร์ทเชื่อว่าเป็นไปได้จริง
เมื่อได้หุ้นเข้าพอร์ตแล้ว ก็ต้องมีการบริหารพอร์ตระหว่างทางด้วย
วิธีของคุณเอิร์ทคือ พอมูลค่าหุ้นเทคโนโลยีในพอร์ตเริ่มแพงเกินไป จะทำสิ่งที่เรียกว่า Rebalance
เช่น สมมติว่า ตั้งสัดส่วนหุ้น Palantir ไว้ที่ 10% ของพอร์ต ถ้ากำไรเติบโตแรงมากจนทำให้น้ำหนักพุ่งขึ้นไปเป็น 20% สิ่งที่ทำคือ ขายส่วนเกิน 10% นั้นทิ้ง แล้วนำเงินไปเก็บไว้ในรูปของทองคำ หรือหุ้นกลุ่ม Defensive ที่ราคายัง Laggard อยู่
วิธีนี้จะช่วยทำหน้าที่ Hedge พอร์ต ลดค่าความผันผวน ทำให้ระดับการขาดทุนสูงสุดของพอร์ต น้อยลงได้เวลาเกิดวิกฤต
และสิ่งที่คุณเอิร์ทย้ำว่า สำคัญไม่แพ้การหาหุ้น 10 เด้งเลยคือ การรับมือกับอาการ Overconfidence หรือความมั่นใจในตัวเองมากเกินไป
ช่วงที่พอร์ตบวกแรง หลายคนจะเริ่มรู้สึกว่าตัวเองเก่ง ทั้งที่จริง ๆ แล้ว อาจมีปัจจัยเรื่องจังหวะเวลา และกระแสเงินทุนที่ไหลเข้ามาสนับสนุนพอดี
ความมั่นใจแบบนั้น มักไม่ยั่งยืน เพราะสิ่งที่ยั่งยืนคือ การที่เรามีแผนการรับมือและการบริหารความเสี่ยงที่ดี
ซึ่งคีย์หลักของการลงทุนคือ ทำอย่างไรให้เราสามารถกินอิ่ม นอนหลับ และลงทุนในระยะยาวได้อย่างสบายใจที่สุด ไม่ใช่การวิ่งไล่ล่าหาหุ้น 10 เด้งตลอดเวลา
เพราะควรเป็นการลงทุนที่สอดคล้องกับเป้าหมายของเรา และมีระดับความเสี่ยงที่เรายอมรับได้ โดยไม่ต้องกังวล..
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มลงทุน คุณเอิร์ทฝากไว้ว่า อย่าเพิ่งถามว่า จะลงทุนอะไรดี แต่ให้ถามตัวเองก่อนว่า เป้าหมายและระดับความเสี่ยงที่รับได้จริง ๆ คืออะไร
เพราะหลายคนบอกว่าจะลงทุนระยะยาว แต่พอเจอหุ้นร่วง 30-40% ภายในสัปดาห์เดียวก็ Cut Loss ทันที
คำถามที่คุณเอิร์ทอยากให้ทุกคนถามตัวเองก่อนลงทุนทุกครั้งคือ ถ้าราคาผันผวนขนาดนั้น เรายังกินอิ่มนอนหลับอยู่ไหม และเงินที่ใช้ลงทุนเป็นเงินเย็นจริงหรือเปล่า ?
เพราะสุดท้ายแล้ว หุ้น 10 เด้งไม่ได้เกิดจากการวิ่งไล่ล่าหาโอกาสให้เจอ แต่เกิดจากการมีกรอบคิดที่ถูกต้อง มีวินัยในการบริหารความเสี่ยง และรู้จักตัวเองมากพอ ที่จะอยู่กับความผันผวนได้ในระยะยาว..
และถ้าอยากพบคุณเอิร์ท ตัวเป็น ๆ เพื่อฟังเรื่องราวและแนวคิดการลงทุน
คุณเอิร์ท จะมาแชร์ประสบการณ์และมุมมองแบบจัดเต็มในงาน “ลงทุนแมน SUMMIT 2026” งานรวมความรู้เรื่องธุรกิจ การตลาด และการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดในไทย
คุณเอิร์ท จะมาแชร์ประสบการณ์และมุมมองแบบจัดเต็มในงาน “ลงทุนแมน SUMMIT 2026” งานรวมความรู้เรื่องธุรกิจ การตลาด และการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดในไทย
พร้อมกับ Speaker นักลงทุนและนักธุรกิจอีกกว่า 20 ท่าน ทั้ง ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร, คุณวีระพงษ์ ธัม, คุณตัน ภาสกรนที และอีกมากมาย
โดยงานจะจัดขึ้นวันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม 2569 ที่ ICON HALL, ICONSIAM เวลา 09.00-18.00 น.
จองบัตรได้แล้ว ตอนนี้ ! ลงทุนแมน SUMMIT 2026 งานรวมวิธีสร้างความมั่งคั่ง ทั้งการทำธุรกิจ การทำตลาด และการลงทุน ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย (บัตรมีจำนวนจำกัด หมดแล้วหมดเลย)
งานใหญ่ที่สุดของ ลงทุนแมน ปีนี้ ลงทุนแมน SUMMIT 2026 ในงานนี้จะมีเจ้าของธุรกิจ Dr.PONG, หมึกกรุบ, Srichand, Jones’ Salad, LA GLACE, Fastwork, MizuMi, KARMART, อิชิตัน มาแชร์ความรู้การสร้างธุรกิจ
ฝั่งนักลงทุนจะมี คุณ CK, คุณตัน, โค้ชหนุ่ม Money Coach, ดร.นิเวศน์, เซียนมี่ ทิวา, คุณหลิน วีระพงษ์ ธัม, คุณแอนนาเบล, คุณ Beauty Investor, คุณเฟิร์น ศิรัถยา, คุณเอิร์ธ Earthh Evans, คุณ Gee Money & More, ดร.ศรพล เลขาธิการ กบข. มาแชร์ความรู้ด้านการลงทุน
นอกจากนั้นยังมีนักการตลาด คุณเอ็ด7วิ, คุณวิชัย Salmon House จะมาแชร์ความรู้ด้านการตลาด
พลาดไม่ได้ เพราะงานนี้ คืองานที่รวมวิธีสร้างความมั่งคั่ง ทั้งการทำธุรกิจ การทำตลาด และการลงทุน ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
พลาดไม่ได้ เพราะงานนี้ คืองานที่รวมวิธีสร้างความมั่งคั่ง ทั้งการทำธุรกิจ การทำตลาด และการลงทุน ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
- ลงทุนแมน SUMMIT 2026 จะจัดขึ้นใน วันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม 2569
ที่ ICON HALL, ICONSIAM เวลา 09:00 - 18:00 น.
ราคาบัตรเดี่ยว Regular Pass 1,890 บาท
ลดพิเศษ ราคาบัตรคู่ Double Pass ลดเหลือใบละ 1,695 บาท เท่านั้น (จำกัดการซื้อบัตรประเภทนี้ 2 ใบ / Order)
ลดพิเศษ ราคาบัตรคู่ Double Pass ลดเหลือใบละ 1,695 บาท เท่านั้น (จำกัดการซื้อบัตรประเภทนี้ 2 ใบ / Order)
ทุกที่นั่งสามารถรับชม RERUN ย้อนหลังได้ทุก Sessions 2 เดือนเต็ม ๆ
บัตรมีจำนวนจำกัด หมดแล้วหมดเลย สิทธิ์เข้าร่วมเรียงลำดับตามเวลาจอง
