
กมธ. เศรษฐกิจ ตั้งข้อสังเกต Data Center ลงทุนไทย หลักแสนล้าน คนไทยได้ประโยชน์น้อย และอาจมีบริษัทจีน ใช้ไทยเป็นทางผ่าน เข้าถึงชิป GPU ประสิทธิภาพสูง จากสหรัฐฯ
คณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ หรือ กมธ. เศรษฐกิจ ได้จัดงานเสวนา "Renew-able Thailand : ฟื้นเศรษฐกิจไทย เปลี่ยนผ่านพลังงานใหม่ สร้างอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์"
ซึ่งหนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจคือ การพูดคุยถึงประโยชน์ของ Data Center ที่มีการประกาศตัวเลขอภิมหาโครงการลงทุนเป็นแสนล้านบาท ซึ่งจะไหลเข้าประเทศไทย
ว่าประเทศไทย จะได้อะไรบ้าง ?
เวลาพูดถึง Data Center มองผิวเผิน เหมือนเป็นสิ่งที่จะทำให้ประเทศเรามั่งคั่งจากการลงทุนมหาศาล
แต่ถ้าจะให้ส่งผลดีและทำให้เศรษฐกิจในประเทศคึกคักจริง ต้องเกิดการกระจายตัวไปทั่ว
แต่ถ้าจะให้ส่งผลดีและทำให้เศรษฐกิจในประเทศคึกคักจริง ต้องเกิดการกระจายตัวไปทั่ว
ความจริงก็คือ Data Center มี Local Content ในไทยไม่ถึง 30% เช่นกัน
และในช่วงแรกที่เริ่มสร้าง โครงการเหล่านี้สร้างงานก่อสร้างให้คนไทยเป็นพัน ๆ คน แต่จากการไปลงพื้นที่จริง และตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ ปรากฏว่าคนงานในแคมป์ก่อสร้างส่วนใหญ่เป็น แรงงานต่างด้าวไร้ฝีมือ ไม่ใช่แรงงานไทยเลยด้วยซ้ำ
วิศวกรไทยหน้างาน ต้องคอยสอน และกำกับดูแลเรื่องความปลอดภัยให้แรงงานต่างชาติเหล่านี้
แล้วถามว่า เงินจากการตั้ง Data Center ตกไปอยู่ที่ใครบ้าง ? แน่นอนว่าตกไปที่ผู้รับเหมาก่อสร้างและเจ้าของที่ดินไทยบางราย ซึ่งมีอยู่ไม่กี่คน
แต่คนส่วนใหญ่ที่ได้ประโยชน์สูงสุดคือ ธุรกิจผลิตและขายไฟฟ้า เพราะ Data Center กินไฟมหาศาล
ส่วนเงินรายได้อื่น ๆ ก็ไหลกลับออกไปต่างประเทศ กระเป๋าเงินของคนไทยส่วนใหญ่จึงไม่ได้เพิ่มขึ้น
ส่วนเงินรายได้อื่น ๆ ก็ไหลกลับออกไปต่างประเทศ กระเป๋าเงินของคนไทยส่วนใหญ่จึงไม่ได้เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม
แม้ Data Center มีปัญหาเรื่อง Local Content และกินพลังงานมหาศาล แต่ในขณะเดียวกัน ประเทศไทยเราก็จำเป็นต้องใช้ AI และเพิ่มผลิตภาพเชิงดิจิทัลอย่างเร่งด่วน
แม้ Data Center มีปัญหาเรื่อง Local Content และกินพลังงานมหาศาล แต่ในขณะเดียวกัน ประเทศไทยเราก็จำเป็นต้องใช้ AI และเพิ่มผลิตภาพเชิงดิจิทัลอย่างเร่งด่วน
ซึ่งการใช้ AI ก็จำเป็นต้องพึ่งพาระบบประมวลผลและ Data Center อยู่ดี
โดยตอนนี้กระแสสังคมค่อนข้างสุดโต่งไปคนละขั้ว ฝั่งหนึ่งก็เชียร์ว่า Data Center คือฮีโร่กอบกู้เศรษฐกิจและเป็นโครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคต ที่ต้องสร้างเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ
อีกฝั่งหนึ่งก็ต้านสุดตัวว่า ไม่เอาเลย เพราะเปลืองไฟ เปลืองน้ำ
แต่จริง ๆ แล้ว คำถามที่เราต้องถามไม่ใช่ "จะเอาหรือไม่เอา" แต่ต้องถามว่า "เราอยากได้การลงทุนแบบไหน ที่จะสร้างประโยชน์สุทธิ (Net Benefit) ให้กับประเทศไทยมากที่สุด ?"
หากเราไปดูภาพรวม Supply Chain ของเทคโนโลยี AI ระดับโลก จะพบความจริงที่น่าเศร้าว่า แทบไม่มีโลโกของบริษัทไทยอยู่ในห่วงโซ่นี้เลย บริษัทไทยเพียงรายเดียวที่ปรากฏอยู่คือ ปตท. (PTT) เท่านั้น
และจริงอยู่ที่ไทย มีโรงงานผลิตฮาร์ดดิสก์รายใหญ่อย่าง Seagate และ Western Digital ที่แชร์ส่วนแบ่งตลาดถึง 70% ของโลกตั้งอยู่ในไทยมานาน แต่เมื่อเปลี่ยนผ่านสู่ยุค Data Center และ AI สัดส่วน Local Content ของไทยกลับลดต่ำลงเหลือไม่ถึง 20% เท่านั้น
เปรียบเทียบกับอุตสาหกรรมรถยนต์ดั้งเดิม (ICE) อย่าง Toyota ที่มี Local Content ในไทยสูงถึง 40-50% และถ้าเป็นรถกระบะยิ่งสูงกว่านั้น ทำให้เม็ดเงินลงทุนไหลกระจายไปสู่ผู้ประกอบการชิ้นส่วนและแรงงานไทยจริง ๆ
กมธ. เศรษฐกิจ เปรียบเปรยว่า Data Center ในปัจจุบันเปรียบเหมือน "ร้านก๋วยเตี๋ยวต่างชาติ" ที่เราเห็นคนไทยเป็นคนยืนลวกเส้นอยู่หน้าร้าน แต่พอไปดูไส้ใน หม้อลวกเส้นก็นำเข้า ไม้พายลวกเส้นก็นำเข้า วัตถุดิบนำเข้าทั้งหมด
แถมแบรนด์ร้านก็ต้องจ่ายค่าสิทธิบัตร (Royalty Fee) กลับไปต่างประเทศ จ่ายเงินซื้อก๋วยเตี๋ยว 100 บาท เงินตกอยู่กับคนลวกเส้นที่เป็นค่าแรงขั้นต่ำและค่าเช่าที่ดินนิดหน่อย ที่เหลือไหลออกนอกประเทศหมด
นี่คือภาพสะท้อนของการลงทุน Data Center ในปัจจุบันที่เราได้ประโยชน์แค่ค่าก่อสร้างช่วงแรกและค่าแรงระดับล่างเท่านั้น
ยิ่งกว่านั้น กมธ. เศรษฐกิจ ยังตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมจู่ ๆ ประเทศไทยถึงเนื้อหอม มีต่างชาติยื่น BOI ขอตั้ง Data Center มหาศาลจนยอดขอใช้ไฟฟ้าสูงทะลุถึง 30 Gigawatts ซึ่งเกือบเท่ากับความต้องการใช้ไฟฟ้าของคนทั้งประเทศเลยทีเดียว ?
ซึ่งอาจไม่ได้เกิดขึ้นเพราะ ประเทศไทยน่าลงทุนอย่างเดียว เพราะหากดูตามแผนที่สายเคเบิลใต้ทะเล ประเทศไทยถือเป็นซอยตัน คือไม่มีแทรฟฟิกเชื่อมต่อไปยังประเทศอื่นเหมือนสิงคโปร์
ดังนั้นไม่มีเหตุผลเชิงวิศวกรรม ที่ต่างชาติจะมาตั้งฮับประมวลผลในไทย เพื่อให้บริการประเทศอื่น
แต่อย่างที่เห็นข่าวในรอบปีที่ผ่านมา สาเหตุที่แท้จริงและเป็นเคสที่เป็นไปได้คือ
บริษัทจีน อาจใช้ไทยเป็นทางผ่าน เพื่อเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรเทคโนโลยีจากสหรัฐอเมริกา
เนื่องจากสหรัฐฯ แบนไม่ให้จีนเข้าถึงชิปประมวลผลระดับสูง เช่น GPU ของ Nvidia และบล็อกช่องทางเข้าถึง AI ของฝั่งอเมริกา
เนื่องจากสหรัฐฯ แบนไม่ให้จีนเข้าถึงชิปประมวลผลระดับสูง เช่น GPU ของ Nvidia และบล็อกช่องทางเข้าถึง AI ของฝั่งอเมริกา
บริษัทจีนจึงหันมาจ้างบริษัทนอมินีในไทย นำการ์ดจอ GPU ประสิทธิภาพสูงเข้ามาตั้งใน Data Center ของไทย ใช้พลังงานไฟฟ้าของไทย และใช้โครงข่ายอินเทอร์เน็ตของไทย ในการเทรนและประมวลผลโมเดล AI ของค่ายจีน
ซึ่งผู้ยื่นคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI เพื่อทำโครงการ Data Center กินไฟสูงนี้ มีเพียงแค่จากจีนและอินเดียเท่านั้น
ข้อเสนอของ กมธ. เศรษฐกิจ คือ ไทยต้องรื้อและเขียนเงื่อนไข KPI ในการให้สิทธิประโยชน์การลงทุน (BOI) ใหม่ทั้งหมด
แทนที่จะไปเน้นตัวเลขเคลมยอดการลงทุนระดับแสนล้าน แต่กำไรของประเทศบางเฉียบ รัฐไทยต้องกำหนด เงื่อนไขบังคับเชิงลึกลงไป เช่น
แทนที่จะไปเน้นตัวเลขเคลมยอดการลงทุนระดับแสนล้าน แต่กำไรของประเทศบางเฉียบ รัฐไทยต้องกำหนด เงื่อนไขบังคับเชิงลึกลงไป เช่น
- ต้องกำหนดสัดส่วน Local Content และเงื่อนไขการจ้างงานวิศวกรและแรงงานไทยระดับสูงในสัดส่วนที่ชัดเจน
- เอาพลังงานไฟฟ้าที่มีจำกัด ไปแลกกับประโยชน์สูงสุด
สิงคโปร์เคยสั่งห้ามสร้าง Data Center เป็นเวลา 3 ปี เพื่อออกกฎเกณฑ์ใหม่ และปัจจุบันเขาบังคับให้ผู้ลงทุนต้องแข่งขันกันนำเสนอว่าใครจะสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจต่อเมกะวัตต์ไฟฟ้า (Value-added per Megawatt) ให้ประเทศได้สูงสุด
สิงคโปร์เคยสั่งห้ามสร้าง Data Center เป็นเวลา 3 ปี เพื่อออกกฎเกณฑ์ใหม่ และปัจจุบันเขาบังคับให้ผู้ลงทุนต้องแข่งขันกันนำเสนอว่าใครจะสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจต่อเมกะวัตต์ไฟฟ้า (Value-added per Megawatt) ให้ประเทศได้สูงสุด
ประเทศไทยก็ควรทำเช่นกัน โดยจำกัดโควตาการจ่ายไฟให้เฉพาะกลุ่มที่สร้างประโยชน์จริง ๆ
- ผูกมัดเงื่อนไขการช่วยเหลือ 5 อุตสาหกรรมดั้งเดิมเป้าหมาย
ใครที่จะเข้ามาตั้ง Data Center และขอเว้นภาษี 8 ปี หรือได้สิทธิพิเศษต่าง ๆ จะต้องมีเงื่อนไขช่วยเหลือและถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อนำ AI ไปปรับใช้กับอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย ได้แก่ การเกษตร, การท่องเที่ยว, Healthcare/สังคมผู้สูงอายุ, ความมั่นคง และบริการภาครัฐ
ใครที่จะเข้ามาตั้ง Data Center และขอเว้นภาษี 8 ปี หรือได้สิทธิพิเศษต่าง ๆ จะต้องมีเงื่อนไขช่วยเหลือและถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อนำ AI ไปปรับใช้กับอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย ได้แก่ การเกษตร, การท่องเที่ยว, Healthcare/สังคมผู้สูงอายุ, ความมั่นคง และบริการภาครัฐ
รวมถึงต้องมีมาตรการการันตีการช่วยอุดหนุนและพัฒนา AI Adoption ให้กับ SMEs ไทย
หากทำไม่ได้ตามเงื่อนไขเหล่านี้ รัฐไทยต้องมีกลไกทางกฎหมายในการดึงสิทธิ์และเรียกคืนสิทธิประโยชน์ทางภาษีทั้งหมดทันที