
ดร.นิเวศน์ ทำอย่างไร แม้ออมช้า เริ่มออมตอนอายุ 32 แต่ปั้นพอร์ตพันล้านได้ ?
อายุ 32 ปี ยังไม่มีเงินออมสักบาทเดียว
อายุกว่า 50 ปี เพิ่งจะมีบ้านเป็นของตัวเอง ครั้งแรกในชีวิต
อายุ 52 ปี หลังเกษียณจากงานประจำ ถึงเพิ่งซื้อรถใหม่คันแรก
อายุกว่า 50 ปี เพิ่งจะมีบ้านเป็นของตัวเอง ครั้งแรกในชีวิต
อายุ 52 ปี หลังเกษียณจากงานประจำ ถึงเพิ่งซื้อรถใหม่คันแรก
นี่คือไทม์ไลน์ชีวิตของ ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร ต้นแบบนักลงทุนเน้นคุณค่าคนแรกของไทย ที่ต่อมาสามารถปั้นพอร์ตจนมีมูลค่าระดับหลายพันล้านบาทได้
จุดเริ่มต้นของ ดร.นิเวศน์ ไม่ได้สวยหรูเลย ครอบครัวไม่เคยมีเงินเก็บมากพอที่จะสร้างความมั่นคงได้ พอเรียนจบปริญญาตรี ดร.นิเวศน์ จึงเลือกทำงานที่ให้ "ออมได้มากที่สุด" นั่นคือโรงงานน้ำตาลต่างจังหวัด
จุดเริ่มต้นของ ดร.นิเวศน์ ไม่ได้สวยหรูเลย ครอบครัวไม่เคยมีเงินเก็บมากพอที่จะสร้างความมั่นคงได้ พอเรียนจบปริญญาตรี ดร.นิเวศน์ จึงเลือกทำงานที่ให้ "ออมได้มากที่สุด" นั่นคือโรงงานน้ำตาลต่างจังหวัด
เงินเดือนเพียง 3,000 บาท แต่แทบไม่มีรายจ่าย เพราะมีอาหารและที่พักให้ฟรีในโรงงาน
ซึ่งเงินที่เหลือหลังจากให้แม่และใช้จ่ายส่วนตัวเล็กน้อย ถูกเก็บออมไว้ในธนาคารทั้งหมด เพราะตอนนั้นตลาดหุ้นไทยยังแทบไม่มีที่ทางให้ลงทุน
ซึ่งเงินที่เหลือหลังจากให้แม่และใช้จ่ายส่วนตัวเล็กน้อย ถูกเก็บออมไว้ในธนาคารทั้งหมด เพราะตอนนั้นตลาดหุ้นไทยยังแทบไม่มีที่ทางให้ลงทุน
แต่พอเก็บเงินได้ก้อนหนึ่ง แทนที่จะเก็บไว้เฉย ๆ ดร.นิเวศ น์กลับนำเงินออมทั้งหมดไปลงทุน กับการศึกษาต่อระดับปริญญาโทและเอก เพราะเชื่อว่าความรู้จะทำให้หาเงินได้มากขึ้นในอนาคต ผลคือ แม้จะเป็นคนที่มีวินัยออมสูงมาตลอด แต่กว่าจะเรียนจบก็อายุประมาณ 32 ปี ซึ่งตอนนั้น ดร.นิเวศน์แทบไม่มีเงินออมเหลืออยู่เลย
ช่วงอายุ 32-44 ปี เป็นเวลา 12 ปีที่รายได้เริ่มมากขึ้นชัดเจน แต่วิถีชีวิตยังคงเดิม ไม่ฟุ่มเฟือย ไม่ซื้อบ้าน ไม่ซื้อรถ
สิ่งที่ยอมจ่ายมากกว่าคนฐานะใกล้เคียงกันคือ “การศึกษาของลูก” ที่ส่งเรียนอินเตอร์ตั้งแต่ยุคที่คนมีฐานะก็ยังไม่นิยมทำกัน เพราะมองว่าจำเป็นสำหรับอนาคตของลูก และเป็นเรื่องที่รอไม่ได้ โดยเฉพาะทางด้านของภาษาและแนวความคิด แม้ต้องใช้เงินสูงมาก
ผลจากวินัยที่สะสมมา ทำให้ก่อนเกิดวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 ดร.นิเวศน์มีเงินออมสะสมอยู่ราว 10 ล้านบาท
และจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิตเกิดขึ้นหลังวิกฤตปี 2540 นั่นคือการกลายเป็นนักลงทุนแบบ VI เต็มตัว นำเงินออมทั้งหมดเข้าสู่ตลาดหุ้น ถือหุ้นหลักเพียง 5-6 ตัว
ผลตอบแทน 10 ปีแรกเปลี่ยนความมั่งคั่งไปอย่างรวดเร็ว แต่ชีวิตส่วนตัวกลับแทบไม่เปลี่ยนแปลง ยังคงทำงานประจำ และใช้ชีวิตเรียบง่ายต่อไปอีก 6-7 ปี
โดยไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ไม่ซื้อของมีราคาสูง ไม่ซื้อบ้านไม่ซื้อรถ ไปเที่ยวกับทัวร์ซึ่งราคาไม่แพง สิ่งที่แพงที่สุด มีเพียงการศึกษาของลูก ที่ต้องใช้จ่ายใกล้เคียงของเดิม
จนกระทั่งดร.นิเวศน์ ตัดสินใจเลิกทำงานประจำตอนอายุ 51 ปี ด้วยเงินออมที่เพิ่มขึ้นเป็นราว 20-30 ล้านบาท
และนั่นคือเหตุผลว่าทำไม แม้จะมีเงินออมและลงทุนมานานหลายสิบปี ถึงเพิ่งมีบ้านเป็นของตัวเองตอนอายุกว่า 50 ปี และเพิ่งซื้อรถใหม่คันแรกในชีวิตหลังเกษียณตอนอายุ 52 ปี
เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา ดร.นิเวศน์ เลือกที่จะ "รอ" สำหรับสิ่งของที่รอได้ เพื่อนำเงินทุกบาททุกสตางค์ไปต่อยอดในสิ่งที่ให้ผลตอบแทนในระยะยาวก่อน
จากจุดที่อายุ 32 ปียังไม่มีเงินออม สู่พอร์ตการลงทุนที่เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงระดับพันล้านบาทในเวลาต่อมา
เส้นทางของ ดร.นิเวศน์ สะท้อนให้เห็นว่า การออมและการลงทุน ไม่ได้วัดกันที่ใครเริ่มเร็วกว่า แต่วัดกันที่ความสม่ำเสมอ และความสามารถในการแยกแยะว่า อะไรคือสิ่งที่ "รอได้" กับอะไรคือสิ่งที่ "รอไม่ได้"
แล้วในยุคที่โลกหมุนไวทวีคูณอย่างทุกวันนี้ หลักการออมและลงทุนแบบที่ ดร.นิเวศน์ยึดมั่นมาตลอดชีวิต จะยังใช้ได้อยู่หรือไม่ ? และคนรุ่นใหม่ควรปรับใช้อย่างไร
คำตอบจาก ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร ตัวจริง จะถูกเล่าแบบเจาะลึกในหัวข้อ The Future of Value Investing ลงทุนเน้นคุณค่าอย่างไร ในยุคโลกหมุนไวทวีคูณ ที่งาน ลงทุนแมน SUMMIT 2026 งานรวมวิธีสร้างความมั่งคั่งทั้งการทำธุรกิจ การทำตลาด และการลงทุน ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย พร้อมกับ Speaker นักธุรกิจ นักการตลาด และนักลงทุนอีกกว่า 20 ท่าน
งานจะจัดขึ้นวันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม 2569 ที่ ICON HALL, ICONSIAM เวลา 09.00-18.00 น. เปิดขายบัตรแล้ววันนี้ ราคาบัตรเดี่ยว Regular Pass 1,890 บาท และบัตรคู่ Double Pass ลดเหลือใบละ 1,695 บาท (จำกัดซื้อ 2 ใบต่อ Order) บัตรมีจำนวนจำกัด สิทธิ์เข้าร่วมเรียงตามลำดับเวลาจอง
สนใจซื้อบัตรได้ที่ https://www.zipeventapp.com/e/longtunmansummit2026
—---------------------
ที่มา : https://www.blockdit.com/posts/6a7fe9083d1e20aba5a2ea16
ที่มา : https://www.blockdit.com/posts/6a7fe9083d1e20aba5a2ea16
Tag: ลงทุนแมน Summit