ดร.นิเวศน์ เริ่มออมตอน 32 ตอนนี้พอร์ตหุ้นไทย 5,000 ล้าน ปันผลปีละ 170 ล้าน

ดร.นิเวศน์ เริ่มออมตอน 32 ตอนนี้พอร์ตหุ้นไทย 5,000 ล้าน ปันผลปีละ 170 ล้าน

ปี 2540 ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร ถูกเชิญออกจากงานในสถาบันการเงิน ที่ทำมากว่า 10 ปี ในวัย 42 ปี ท่ามกลางวิกฤตต้มยำกุ้งที่ทำให้คนไทยเจ็บตัวจากหุ้นกันถ้วนหน้า
แทนที่จะถอยหนีตลาดหุ้นเหมือนคนส่วนใหญ่ในตอนนั้น
ดร.นิเวศน์ กลับเลือกทำตรงกันข้าม นำเงินออมทั้งหมด 10 ล้านบาท เข้าลงทุนในหุ้นที่ราคาร่วงลงมามาก
เกือบ 30 ปีให้หลัง การตัดสินใจครั้งนั้นเปลี่ยนเขาให้กลายเป็นต้นแบบนักลงทุนเน้นคุณค่าคนแรกของเมืองไทย
ที่วันนี้เขาถือพอร์ตหุ้นไทยมูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท และได้รับเงินปันผลไม่ต่ำกว่าปีละ 100 ล้านบาท
ในอดีต ครอบครัวของ ดร.นิเวศน์ ไม่เคยมีเงินเก็บมากพอที่จะสร้างความมั่นคงได้
พอเรียนจบปริญญาตรี ดร.นิเวศน์จึงเลือกทำงานที่ให้ออมได้มากที่สุด นั่นคือ งานในโรงงานน้ำตาลต่างจังหวัด เงินเดือนเพียง 3,000 บาท แต่แทบไม่มีรายจ่าย เพราะมีอาหารและที่พักให้ฟรีในโรงงาน
เงินที่เหลือหลังจากให้แม่และใช้จ่ายส่วนตัวเล็กน้อย ถูกเก็บออมไว้ในธนาคารทั้งหมด
พอเก็บเงินได้ก้อนหนึ่ง แทนที่จะเก็บไว้เฉย ๆ ดร.นิเวศน์กลับนำเงินออมทั้งหมดไปลงทุนกับการศึกษาต่อระดับปริญญาโทและเอก เพราะเชื่อว่าความรู้จะทำให้หาเงินได้มากขึ้นในอนาคต
ผลคือกว่าจะเรียนจบก็อายุประมาณ 32 ปี ซึ่งตอนนั้นแทบไม่มีเงินออมเหลืออยู่เลย
ช่วงอายุ 32-44 ปี รายได้เริ่มมากขึ้นชัดเจนหลังกลับมาทำงานในสถาบันการเงิน แต่วิถีชีวิตยังคงเดิม ไม่ฟุ่มเฟือย ไม่ซื้อบ้าน ไม่ซื้อรถ
สิ่งที่ยอมจ่ายมากกว่าคนฐานะใกล้เคียงกันคือการศึกษาของลูก ที่ส่งเรียนอินเตอร์ เพราะมองว่าเป็นเรื่องที่รอไม่ได้
ผลจากวินัยที่สะสมมา ทำให้ก่อนเกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง ดร.นิเวศน์มีเงินออมสะสมอยู่ราว 10 ล้านบาท
ปี 2540 คือจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดในชีวิต การถูกเชิญออกจากงานมาพร้อมภาระครอบครัวทั้งลูกที่ยังเรียนอยู่และภรรยาที่ต้องดูแล
ดร.นิเวศน์ นำเงินออม 10 ล้านบาทเข้าลงทุนในหุ้นที่ราคาร่วงลงมามากในช่วงวิกฤต โดยวิเคราะห์แล้วว่า ธุรกิจได้รับผลกระทบน้อย และยังจ่ายปันผลได้
ซึ่งดร.นิเวศน์บอกว่า ตอนนั้นไม่เคยคิดอยากรวย ขอแค่มีเงินปันผลพอเลี้ยงดูครอบครัวก็พอแล้ว
สองปีต่อมา ดร.นิเวศน์เขียนหนังสือ "ตีแตก" ในปี 2542 ท้าทายความเชื่อของคนยุคนั้นอย่างมาก เพราะเป็นช่วงที่ทุกคนยังหวาดกลัวตลาดหุ้นจากวิกฤตที่เพิ่งผ่านไป
แนวคิดหลักของหนังสือคือ การซื้อหุ้นก็เหมือนการมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของธุรกิจ ซึ่งทำให้เลือกลงทุนอย่างระมัดระวัง ไม่หวั่นไหว และมั่นคงกับหุ้นที่ถืออยู่
จนกระทั่งดร.นิเวศน์ ตัดสินใจเลิกทำงานประจำตอนอายุ 51 ปี ด้วยเงินออมที่เพิ่มขึ้นเป็นราว 20-30 ล้านบาท
จากเงินออม 20-30 ล้านบาท และแนวทางการเป็นนักลงทุนแบบ VI แบบเต็มตัว ที่นำเงินออมทั้งหมดเข้าสู่ตลาดหุ้น และลงทุนต่อเนื่องมานานหลายสิบปี
ซึ่งดร.นิเวศน์ เพิ่งมีบ้านเป็นของตัวเองตอนอายุกว่า 50 ปี และเพิ่งซื้อรถใหม่คันแรกในชีวิตหลังเกษียณตอนอายุ 52 ปี
วันนี้พอร์ตการลงทุนของ ดร.นิเวศน์ และครอบครัว เติบใหญ่จนมีมูลค่าหลายพันล้านบาท
ปัจจุบัน ดร.นิเวศน์ ติดรายชื่อเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่
- TCAP 14 ล้านหุ้น มูลค่า 1,218 ล้านบาท
- QH 250 ล้านหุ้น มูลค่า 362 ล้านบาท
ขณะที่ภรรยา และลูกสาวของ ดร.นิเวศน์ ติดรายชื่อเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่
- CPALL 45 ล้านหุ้น มูลค่า 2,104 ล้านบาท
- TCAP 16 ล้านหุ้น มูลค่า 1,392 ล้านบาท
- QH 150 ล้านหุ้น มูลค่า 217 ล้านบาท
- MC 10 ล้านหุ้น มูลค่า 118 ล้านบาท
รวม ๆ แล้วทั้งดร.นิเวศน์ และครอบครัว ถือพอร์ตหุ้นไทย มูลค่ากว่า 5,411 ล้านบาท
และถ้าคำนวณเงินปันผลจากการถือหุ้นไทย (เฉพาะที่ติดในรายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่)
ปีที่แล้ว ดร.นิเวศน์ และครอบครัว จะได้รับเงินปันผลรวมกันกว่า 173 ล้านบาท
แต่ต้องบอกว่า นี่ยังไม่รวมมูลค่าหุ้นในต่างประเทศของ ดร.นิเวศน์

สิ่งที่ทำให้ ดร.นิเวศน์ ต่างจากคนส่วนใหญ่ที่ตกงานในปี 2540 ไม่ใช่เงินก้อนที่มีมากกว่าใคร แต่คือความกล้าตัดสินใจในวันที่ไม่มีใครกล้า และนั่นอาจเป็นบทเรียนที่มีค่ามากกว่าตัวเลขผลตอบแทนใด ๆ ที่ตามมา
คำถามคือ ในยุคที่โลกหมุนไวทวีคูณอย่างทุกวันนี้ ความกล้าแบบเดียวกันนี้ยังจำเป็นอยู่ไหม ?
และหลักการ VI ต้องปรับตัวอย่างไร ให้ยังคงใช้ได้จริงในโลกที่เปลี่ยนเร็วกว่าเดิมมาก ?
คำตอบจาก ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร ตัวจริง จะถูกเล่าแบบเจาะลึกในหัวข้อ The Future of Value Investing ลงทุนเน้นคุณค่าอย่างไร ในยุคโลกหมุนไวทวีคูณ ที่งาน ลงทุนแมน SUMMIT 2026
งานรวมวิธีสร้างความมั่งคั่งทั้งการทำธุรกิจ การทำตลาด และการลงทุน ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย พร้อมกับ Speaker นักธุรกิจ นักการตลาด และนักลงทุนอีกกว่า 20 ท่าน
งานจะจัดขึ้นวันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม 2569 ที่ ICON HALL, ICONSIAM เวลา 09.00-18.00 น. เปิดขายบัตรแล้ววันนี้ ราคาบัตรเดี่ยว Regular Pass 1,890 บาท และบัตรคู่ Double Pass ลดเหลือใบละ 1,695 บาท (จำกัดซื้อ 2 ใบต่อ Order) บัตรมีจำนวนจำกัด สิทธิ์เข้าร่วมเรียงตามลำดับเวลาจอง
สนใจซื้อบัตรได้ที่ https://www.zipeventapp.com/e/longtunmansummit2026

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

SPONSORED
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon