
จีน ยกระดับคุมบุคลากรด้าน AI ขยายถึงครอบครัว ต้องได้รับอนุญาตก่อนออกนอกประเทศ
จีนได้ขยายมาตรการจำกัดการเดินทางไปต่างประเทศสำหรับบุคลากรระดับแนวหน้าด้าน AI ในบริษัทเอกชน โดยครอบคลุมไปถึงสมาชิกในครอบครัวของบุคคลเหล่านี้ด้วย
ซึ่งเป็นการเพิ่มความเข้มงวดของมาตรการที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันไม่ให้ความรู้และข้อมูลสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ไหลออกไปยังสหรัฐฯ
หน่วยงานภาครัฐของจีน เริ่มแจ้งข้อจำกัดที่ขยายวงกว้างขึ้นแก่บุคคลที่ได้รับผลกระทบในช่วงที่ผ่านมา โดยกลุ่มดังกล่าวรวมถึงผู้ก่อตั้งสตาร์ตอัปชื่อดัง ตลอดจนผู้บริหารบริษัทที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ AI
แหล่งข่าวระบุว่า ญาติสายตรง เช่น คู่สมรสและบุตรของผู้บริหารบางรายในอุตสาหกรรม AI และชิป ซึ่งผลงานของพวกเขาถูกมองว่ามีความสำคัญต่อความมั่นคงของประเทศ จะต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลจีนก่อนเดินทางออกนอกประเทศ แม้จะเป็นการเดินทางระยะสั้นก็ตาม
มาตรการดังกล่าวถือเป็นการขยายข้อจำกัดที่มีอยู่เดิมต่อเสรีภาพในการเดินทางของบุคลากรด้านเทคโนโลยีที่มีอิทธิพลมากที่สุดของจีน ซึ่งรวมถึงผู้ประกอบการ นักวิจัย และผู้บริหาร
แม้มาตรการนี้จะไม่ใช่การห้ามเดินทางออกนอกประเทศโดยเด็ดขาด แต่ข้อกำหนดใหม่มีแนวโน้มที่จะเพิ่มแรงกดดันต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีของจีน ซึ่งกำลังเผชิญกับข้อจำกัดที่เข้มงวดอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ก่อนหน้านี้ จีนได้จำกัดการเดินทางไปต่างประเทศของบุคลากรระดับแนวหน้าด้าน AI ในบริษัทเอกชน เช่น Alibaba Group Holding Ltd. และ DeepSeek ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา
ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลจีนในการปกป้องเทคโนโลยีของประเทศ ขณะที่จีนกำลังก้าวหน้าอย่างรวดเร็วทั้งในด้าน AI และการผลิตชิป
อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่าสมาชิกครอบครัวของบุคคลเหล่านี้ ทั้งหมด จำเป็นต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดใหม่หรือไม่ แหล่งข่าวระบุไว้
นอกจากนี้ จีนยังแยกออกมาตรการอีกชุดหนึ่ง ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน เพื่อบังคับใช้คำสั่งห้ามบุคคลเดินทางออกนอกประเทศในกรณีต่าง ๆ ตั้งแต่การสอบสวนคดีอาญา ไปจนถึงกรณีที่อาจเข้าข่ายละเมิดกฎด้านความมั่นคงทางอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีของประเทศ
แหล่งข่าวระบุว่า แผนของรัฐบาลจีนคือการทยอยเพิ่มรายชื่อบุคคลที่อยู่ภายใต้มาตรการดังกล่าวต่อไป
โดยหน่วยงานรัฐบาลได้แจ้งบุคคลบางรายแล้วว่า สมาชิกในครอบครัวจำเป็นต้องได้รับอนุมัติก่อนเดินทางไปต่างประเทศ
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลจีนได้ใช้มาตรการจำกัดการเดินทางกับบุคลากรสำคัญอยู่แล้ว ตั้งแต่นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ นักวิทยาศาสตร์ด้านนิวเคลียร์ ไปจนถึงผู้บริหารบริษัทของรัฐ โดยมาตรการดังกล่าวส่งผลต่อสมาชิกในครอบครัวของบุคคลเหล่านี้ด้วย
แต่ครั้งนี้รัฐบาลจีนกำลังมุ่งเป้าไปยังบุคลากรในภาคเอกชนโดยเฉพาะ เนื่องจากวิศวกร AI และเทคโนโลยีระดับแนวหน้าถูกมองว่าเป็นทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ของเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 2 ของโลก
บุคลากร AI ระดับหัวกะทิจำนวนมากของจีนเติบโตขึ้นมาในยุคหลัง ChatGPT และส่วนใหญ่สร้างผลงานขึ้นมาจากบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีน หรือสตาร์ตอัปเอกชน
ความกังวลของเจ้าหน้าที่จีน เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่เทคโนโลยีและบุคลากรสำคัญจะไหลออกนอกประเทศเพิ่มขึ้น หลังจาก Meta Platforms เข้าซื้อ Manus ด้วยมูลค่า 2,000 ล้านดอลลาร์
ท้ายที่สุด รัฐบาลจีนมีคำสั่งให้บริษัทสหรัฐฯ ยุติการเข้าซื้อกิจการดังกล่าว ขณะที่ผลกระทบที่ตามมาคือ รัฐบาลจีนเดินหน้าจำกัดการลงทุนจากสหรัฐฯ ในบริษัทเทคโนโลยีที่มีความอ่อนไหว
เพราะในสงคราม AI ของโลกยุคใหม่ สิ่งที่แต่ละประเทศกำลังแข่งขันกัน นอกจากชิป เงินทุน และเทคโนโลยี ก็ยังรวมถึง “คน” ที่มีความสามารถในการสร้างเทคโนโลยีเหล่านั้นด้วย
อย่างไรก็ตาม นโยบายนี้อาจทำให้วิศวกรและบุคลากรด้านเทคโนโลยีที่มีความทะเยอทะยาน ต้องเลือกระหว่าง การอยู่ทำงานในประเทศจีน หรือการเดินทางออกไปต่างประเทศ ตั้งแต่อายุการทำงานยังน้อย..