
หุ้น 10 เด้ง ไม่มี PLAYBOOK ตายตัว แต่ธุรกิจต้องมีโอกาสโตไปเป็นกระแสหลักของโลก
-นี่คือหนึ่งในแก่นสำคัญจาก Session: The Next 10-Bagger Stocks ล่าหุ้น 10 เด้ง เล็งตัวเต็งตลาดโลก
โดยคุณสิทธิชัย ดวงรัตนฉายา, IAA หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด
และคุณศรารัญย์ คาน เจ้าของเพจ Earthh Evans
และคุณศรารัญย์ คาน เจ้าของเพจ Earthh Evans
คุณศรารัญย์เริ่มต้นด้วยประโยคว่า หุ้น 10 เด้ง ไม่มีสูตรตายตัว
เพราะถ้าย้อนกลับไปดูหุ้นที่เคยสร้างผลตอบแทนเกิน 10 เด้ง จะพบว่าแต่ละบริษัทมีเส้นทางแตกต่างกันมาก
-McDonald’s ขึ้นราว 12.3 เท่า ทั้งที่รายได้โตเฉลี่ยเพียง 2.1% ต่อปี
-Microsoft ขึ้นราว 22.3 เท่า ทั้งที่รายได้โตเฉลี่ย 10.5% ต่อปี
-Caterpillar มีบางปีที่ EPS ลดลง
-ส่วน Domino’s Pizza เคยมี Equity ติดลบ..
-Microsoft ขึ้นราว 22.3 เท่า ทั้งที่รายได้โตเฉลี่ย 10.5% ต่อปี
-Caterpillar มีบางปีที่ EPS ลดลง
-ส่วน Domino’s Pizza เคยมี Equity ติดลบ..
สิ่งนี้กำลังบอกเราว่า หุ้นที่สร้างผลตอบแทนระดับหลายเด้ง ไม่จำเป็นต้องมีงบการเงินหรือเส้นทางการเติบโตแบบเดียวกัน
ตัวเลขจึงต้องอ่านควบคู่กับโมเดลธุรกิจ ระยะเวลาที่ Story จะเกิดขึ้นจริง, Momentum, ความคาดหวังของตลาด และราคาที่เราจ่าย
และตรงนี้ทำให้โจทย์ของหุ้น 10 เด้งชัดขึ้น
เราไม่ได้กำลังหาแค่บริษัทที่โตเร็ว
เรากำลังหาบริษัทที่มีโอกาสโตได้เร็วกว่าความคาดหวังที่ถูกใส่ไว้ในราคา..
เราไม่ได้กำลังหาแค่บริษัทที่โตเร็ว
เรากำลังหาบริษัทที่มีโอกาสโตได้เร็วกว่าความคาดหวังที่ถูกใส่ไว้ในราคา..
ขณะที่คุณสิทธิชัย จาก InnovestX ให้มุมมองเกี่ยวกับหุ้น 10 เด้งไว้ว่าต้องเป็น “ธุรกิจที่โลกนี้ยังไม่มี และธุรกิจนั้นต้องมีโอกาสกลายเป็นกระแสหลักของคนทั้งโลก”
ถ้าลองย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์ จะเห็นว่า Megatrend ที่สร้างหุ้นหลายเด้งเปลี่ยนไปแทบทุกยุค ตั้งแต่ E-commerce, Streaming, Cloud ไปจนถึง AI ในปัจจุบัน
แม้แต่ละช่วงเวลา ชื่อบริษัทจะเปลี่ยน อุตสาหกรรมเปลี่ยน Megatrend เปลี่ยน
แต่จุดร่วมคือ ในวันที่ตลาดเริ่มมองเห็นโอกาส ธุรกิจเหล่านี้ยังมีพื้นที่ให้โตได้อีกไกล
แล้วหุ้นที่มีโอกาสโตหลายเท่า มักมีอะไรอยู่ข้างใน ?
ในมุมของคุณสิทธิชัย มีลักษณะสำคัญหลายข้อ
-TAM หรือขนาดตลาดกำลังขยายตัว
-Penetration ยังต่ำ
-บริษัทมีเทคโนโลยีหรือ Network Effect เป็นแต้มต่อ
-สินค้าอยู่ตรงจุดสำคัญของ Supply Chain
-รายได้เติบโตเร็ว
-ผลตอบแทนจากเงินลงทุนอยู่ในระดับสูง
-และยังมีโอกาสให้ตลาดปรับมุมมองต่อมูลค่าบริษัทขึ้นได้อีก
-Penetration ยังต่ำ
-บริษัทมีเทคโนโลยีหรือ Network Effect เป็นแต้มต่อ
-สินค้าอยู่ตรงจุดสำคัญของ Supply Chain
-รายได้เติบโตเร็ว
-ผลตอบแทนจากเงินลงทุนอยู่ในระดับสูง
-และยังมีโอกาสให้ตลาดปรับมุมมองต่อมูลค่าบริษัทขึ้นได้อีก
ขมวดง่าย ๆ ได้เป็น 2 เรื่อง คือมีพื้นที่ให้โต และธุรกิจมีแต้มต่อที่จะโต
ตลาดใหญ่ช่วยเปิดโอกาส
ส่วนเทคโนโลยี ต้นทุน เครือข่ายลูกค้า หรือการอยู่ตรง Bottleneck สำคัญของอุตสาหกรรม คือเหตุผลว่าทำไมบริษัทหนึ่งถึงมีโอกาสคว้าการเติบโตนั้นมาเป็นของตัวเอง
ธีมที่ถูกจับตามองในรอบนี้จึงมีตั้งแต่ Space Economy, Quantum Computing, Post-Quantum Cryptography, Nuclear ไปจนถึง Humanoid Robot
หลายตลาดยังมีขนาดไม่ใหญ่มากในวันนี้ แต่หากเทคโนโลยีเหล่านี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและเศรษฐกิจโลกจริง ขนาดตลาดในอนาคตก็อาจใหญ่กว่าปัจจุบันหลายเท่า
แล้วหุ้นที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนระดับ 10 เด้งในอนาคต
ทั้ง 2 ท่านเลือกอะไรบ้าง ? และเพราะอะไร
ทั้ง 2 ท่านเลือกอะไรบ้าง ? และเพราะอะไร
สิ่งที่น่าสนใจคือ หุ้นทั้ง 4 ตัวอยู่กันคนละโลก มีทั้ง Humanoid Robot, Cybersecurity, AI Cloud และ Space Economy
แต่สิ่งที่เชื่อมพวกมันเข้าด้วยกัน คือ ตลาดใหม่ที่อาจใหญ่ขึ้นมาก และจุดเปลี่ยนบางอย่างที่แต่ละบริษัทต้องพิสูจน์ให้เกิดขึ้นจริง
เริ่มกันที่คุณศรารัญย์
หุ้นตัวแรกคือ Nebius อยู่ในธุรกิจ AI Cloud & Compute
หุ้นตัวแรกคือ Nebius อยู่ในธุรกิจ AI Cloud & Compute
แก่นของบริษัทนี้ตรงไปตรงมา หาก AI ถูกใช้งานมากขึ้น ความต้องการ Compute ก็ยิ่งสูงขึ้น
บริษัทจึงลงทุนเพิ่มทั้ง GPU, Data Center และ Power เพื่อสร้าง Capacity รองรับความต้องการในอนาคต
แต่คำถามสำคัญไม่ได้หยุดอยู่แค่ว่า บริษัทโตเร็วแค่ไหน
สิ่งที่ต้องพิสูจน์คือเงินที่ลงทุนลงไป จะเปลี่ยนกลับมาเป็น Cash Flow และมูลค่าให้ผู้ถือหุ้นได้หรือไม่
สิ่งที่ต้องพิสูจน์คือเงินที่ลงทุนลงไป จะเปลี่ยนกลับมาเป็น Cash Flow และมูลค่าให้ผู้ถือหุ้นได้หรือไม่
เรื่องที่ต้องติดตามก็มีตั้งแต่ระบบต้องเสถียร Deploy ได้เร็ว ลูกค้าต้องใช้งานต่อ และที่สำคัญ Incremental ROIC หรือผลตอบแทนจากเงินลงทุนใหม่ ต้องสูงกว่า WACC หรือต้นทุนเงินทุน
ในขณะเดียวกัน Valuation ของ NBIS ก็สะท้อนความคาดหวังในอนาคตไว้สูง ทำให้บริษัทนี้เป็นตัวอย่างชัดว่า ยิ่ง Story โตแรง ราคาก็ยิ่งต้องผ่านการพิสูจน์มากขึ้นตามไปด้วย..
สลับมาที่คุณสิทธิชัย
หุ้นตัวแรกคือ Zhejiang Sanhua Intelligence Control
หุ้นตัวแรกคือ Zhejiang Sanhua Intelligence Control
Sanhua มีรากฐานอยู่ในธุรกิจระบบจัดการความร้อน
โอกาสรอบใหม่คือการนำความเชี่ยวชาญที่มีอยู่ ไปต่อยอดกับอุตสาหกรรม Humanoid ซึ่ง Sanhua กำลังต่อยอดไปยังชิ้นส่วนและระบบ Actuator สำหรับข้อต่อของ Humanoid Robot
Elon Musk เคยคาดการณ์ว่าในอนาคตโลกอาจมี Humanoid Robot ราว 1,000 ล้านตัว ใน 10 ปี
ขณะที่จำนวนการส่งมอบในปัจจุบันยังอยู่ในระดับหมื่นตัวยังถือว่าต่ำมาก
ขณะที่จำนวนการส่งมอบในปัจจุบันยังอยู่ในระดับหมื่นตัวยังถือว่าต่ำมาก
หากตลาดเดินไปในทิศทางดังกล่าวจริง พื้นที่การเติบโตของอุตสาหกรรมนี้ยังมีอีกมาก และผู้ผลิตชิ้นส่วนสำคัญอย่างระบบข้อต่อ ก็มีโอกาสเติบโตตามไปด้วย
Sanhua มีทั้งฐานลูกค้าระดับโลก Supply Chain ที่ค่อนข้างครบ สิทธิบัตร และความสัมพันธ์กับลูกค้าเดิม
Thesis ของบริษัทก็ตรงตัวเลยคือ หาก Humanoid เติบโต
Sanhua จะเปลี่ยนความเชี่ยวชาญที่มีอยู่ ให้กลายเป็นรายได้จากตลาดใหม่ได้มากแค่ไหน
Sanhua จะเปลี่ยนความเชี่ยวชาญที่มีอยู่ ให้กลายเป็นรายได้จากตลาดใหม่ได้มากแค่ไหน
บริษัทต้องพิสูจน์ด้วยว่า สามารถเปลี่ยนโอกาสนั้นให้กลายเป็นรายได้และกำไรได้จริง
และก็ได้เสริมแบบติดตลกว่า ศาสดา Humanoid อย่าง Elon Musk ก็ห้ามตายด้วย
เพราะ Musk ถือเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญที่ผลักดัน Narrative ของอุตสาหกรรมนี้..
และก็ได้เสริมแบบติดตลกว่า ศาสดา Humanoid อย่าง Elon Musk ก็ห้ามตายด้วย
เพราะ Musk ถือเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญที่ผลักดัน Narrative ของอุตสาหกรรมนี้..
ต่อกันที่หุ้นตัวที่สองของคุณศรารัญย์ กับ Rocket Lab
บริษัทนี้อยู่ใน Space Economy มีตั้งแต่ธุรกิจปล่อยจรวด ผลิตดาวเทียม ชิ้นส่วน ไปจนถึง Space Systems
หนึ่งในตัวแปรสำคัญ คือ Neutron
หาก Neutron ประสบความสำเร็จ Rocket Lab จะขยับจากตลาดจรวดขนาดเล็ก ไปสู่ตลาดจรวดขนาดกลางที่มีโอกาสใหญ่กว่าเดิม พร้อมกับมีการต่อยอดธุรกิจ Space Systems ให้ครบวงจรมากขึ้น
สิ่งที่บริษัทต้องพิสูจน์จึงค่อนข้างชัด
Neutron ต้องบินสำเร็จ
จำนวนเที่ยวบินต้องเพิ่มขึ้น
Backlog ต้องเปลี่ยนเป็นรายได้และเงินสด
และผลตอบแทนจากเงินลงทุนต้องสูงกว่าต้นทุนเงินทุน
จำนวนเที่ยวบินต้องเพิ่มขึ้น
Backlog ต้องเปลี่ยนเป็นรายได้และเงินสด
และผลตอบแทนจากเงินลงทุนต้องสูงกว่าต้นทุนเงินทุน
อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันคือ การควบคุมการเพิ่มทุน เพราะสำหรับธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล
บริษัทโต กับ ผู้ถือหุ้นได้ผลตอบแทนดี เป็นคนละเรื่องที่ต้องพิสูจน์พร้อมกัน
บริษัทโต กับ ผู้ถือหุ้นได้ผลตอบแทนดี เป็นคนละเรื่องที่ต้องพิสูจน์พร้อมกัน
ปิดท้ายด้วยหุ้นตัวที่สองของคุณสิทธิชัย คือ Arqit
บริษัทแห่งนี้อยู่ในธีม Post-Quantum Cybersecurity
โจทย์ใหญ่ของธุรกิจนี้คือ โลกกำลังเดินเข้าใกล้ยุคที่ Quantum Computer อาจทำให้ระบบเข้ารหัสบางประเภทในปัจจุบันต้องถูกยกระดับ
Arqit พัฒนา Software สำหรับสร้างและแจกจ่าย Encryption Key โดยจับตลาดตั้งแต่ Enterprise ไปจนถึง Defense และ National Security
จุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ตรงนี้ หาก Post-Quantum Security กลายเป็นเรื่องที่องค์กรทั่วโลกต้องเร่งลงทุน ตลาดของ Arqit ก็มีโอกาสขยายตัวตามไปด้วย
สิ่งที่บริษัทต้องพิสูจน์คือ Adoption, ARR, Bookings, Cash Runway และความสามารถในการหาเงินทุนเพื่อเดินหน้าธุรกิจ
พูดง่าย ๆ คือ เทคโนโลยีต้องขายได้ และบริษัทต้องมีเงินมากพอที่จะอยู่รอวันที่ตลาดมาถึง
สรุปทั้งหมดนี้คือหุ้น 4 ตัว จาก 4 ธุรกิจที่แทบไม่มีอะไรเหมือนกัน
-NBIS เดิมพันกับความต้องการ Compute
-Sanhua เดิมพันกับ Humanoid Robot
-Rocket Lab เดิมพันกับ Space Economy
-Arqit เดิมพันกับโลกหลัง Quantum Computing
-Sanhua เดิมพันกับ Humanoid Robot
-Rocket Lab เดิมพันกับ Space Economy
-Arqit เดิมพันกับโลกหลัง Quantum Computing
ไม่มีบริษัทไหนเดินด้วย Playbook เดียวกัน และนั่นอาจเป็นเหตุผลว่า ทำไมหุ้น 10 เด้งถึงไม่มีสูตรสำเร็จ
เพราะสุดท้าย เราไม่ได้กำลังตามหาหุ้นที่หน้าตาเหมือนหุ้น 10 เด้งในอดีต
เรากำลังตามหาธุรกิจที่โลกในอนาคตอาจขาดไม่ได้
เรากำลังตามหาธุรกิจที่โลกในอนาคตอาจขาดไม่ได้
พร้อมกับถามอีกคำถามว่า หากธุรกิจนั้นเติบโตอย่างที่เราคิดจริง
ราคาที่จ่ายในวันนี้ ยังเหลือพื้นที่ให้เราได้ผลตอบแทนจากอนาคตนั้นมากแค่ไหน..
ราคาที่จ่ายในวันนี้ ยังเหลือพื้นที่ให้เราได้ผลตอบแทนจากอนาคตนั้นมากแค่ไหน..
และสิ่งสุดท้ายที่ต้องไม่ลืมสำหรับหุ้นกลุ่มนี้ คือ ขนาดของการลงทุน
เพราะต่อให้ Thesis มี Upside มากแค่ไหน ความไม่แน่นอนก็สูงตามไปด้วย
เพราะต่อให้ Thesis มี Upside มากแค่ไหน ความไม่แน่นอนก็สูงตามไปด้วย
นักลงทุนจึงต้องคิดพร้อมกันว่าถ้า Thesis ผิด พอร์ตเรารับความเสียหายได้แค่ไหน
และถ้า Thesis ถูก ผลตอบแทนที่ได้มีความหมายกับพอร์ตมากพอหรือไม่
และถ้า Thesis ถูก ผลตอบแทนที่ได้มีความหมายกับพอร์ตมากพอหรือไม่
เพราะการหาหุ้น 10 เด้งสำคัญ
แต่การอยู่รอดจนถึงวันที่หุ้นนั้น 10 เด้ง ก็สำคัญไม่แพ้กัน..
แต่การอยู่รอดจนถึงวันที่หุ้นนั้น 10 เด้ง ก็สำคัญไม่แพ้กัน..
#ลงทุนแมนSUMMIT2026
Tag: ลงทุนแมนsummit2026