รู้จัก PIMCO หนึ่งในบริษัทตราสารหนี้ใหญ่สุดในโลก ที่สนใจลงทุนในไทย

รู้จัก PIMCO หนึ่งในบริษัทตราสารหนี้ใหญ่สุดในโลก ที่สนใจลงทุนในไทย

รู้จัก PIMCO หนึ่งในบริษัทตราสารหนี้ใหญ่สุดในโลก ที่สนใจลงทุนในไทย /โดย ลงทุนแมน
ปัจจุบัน PIMCO บริหารสินทรัพย์ หรือ AUM รวมกันกว่า 2.33 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 78 ล้านล้านบาท
ครองตำแหน่งหนึ่งในบริษัทจัดการกองทุนตราสารหนี้ที่ใหญ่ที่สุดในโลกมาอย่างยาวนาน
แต่น้อยคนจะรู้ว่า เมื่อ 12 ปีก่อน บริษัทแห่งนี้เคยเผชิญวิกฤติครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ จนสูญเสียสินทรัพย์ภายใต้การบริหารไปเกือบ 1 ใน 4 ภายในเวลาไม่กี่ปี
แต่บริษัทก็กลับมาได้อย่างยิ่งใหญ่ ด้วยชายคนหนึ่ง
และชายคนนั้น ก็เพิ่งแสดงความสนใจในประเทศไทยด้วย..
แล้วกว่าจะมาถึงจุดนี้ และกล้าเดิมพันกับตลาดใหม่แบบนี้ได้ PIMCO ต้องผ่านช่วงเวลารุ่งเรืองและวิกฤติ อะไรมาบ้าง ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
PIMCO หรือ Pacific Investment Management Company ก่อตั้งขึ้นในปี 1971 โดยคุณ Bill Gross, คุณ Jim Muzzy และคุณ Bill Podlich ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย
จุดที่ทำให้ PIMCO โด่งดังที่สุดคือฝีมือการบริหารของคุณ Bill Gross ที่ได้รับฉายา “ราชาแห่งตราสารหนี้”
จนสามารถปั้นกองทุน PIMCO Total Return Fund ให้เคยเป็นกองทุนรวมตราสารหนี้ที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้ ด้วย AUM กว่า 292,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 9.8 ล้านล้านบาท ในปี 2013
แต่หลังจากนั้น PIMCO ก็ก้าวสะดุดอย่างแรง..
เมื่อคุณ Bill Gross ผู้ร่วมก่อตั้งและเป็นหน้าเป็นตาของบริษัทมาตลอด 43 ปี ตัดสินใจลาออกจาก PIMCO อย่างกะทันหันในปี 2014
หลังเกิดความขัดแย้งภายในกับผู้บริหารคนอื่น ก่อนย้ายไปทำงานที่ Janus Capital Group ทันที
ข่าวนี้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับวงการการเงินทั้งวงการ เพราะคุณ Bill Gross คือใบหน้าที่นักลงทุนทั่วโลกผูกความเชื่อมั่นไว้กับ PIMCO มาตลอด
เมื่อเขาจากไป ลูกค้าจำนวนมากก็แห่ถอนเงินตาม จนสินทรัพย์ภายใต้การบริหารของ PIMCO ร่วงจากระดับ 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เหลือไม่ถึง 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือหายไปเกือบ 25% ภายในเวลาไม่กี่ปี
และทำให้ PIMCO Total Return Fund สูญเสียสถานะกองทุนรวมที่ใหญ่ที่สุดไป เพราะเผชิญกระแสเงินไหลออกครั้งใหญ่ ซึ่งปัจจุบันกองทุนมี AUM เหลือเพียง 47,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ความเสียหายที่เกิดขึ้น ทำให้ PIMCO แต่งตั้งคุณ Daniel Ivascyn ซึ่งเคยทำงานที่ Bear Stearns, Fidelity Investments และ T. Rowe Price ขึ้นมาเป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน (CIO) ของ PIMCO
ก่อนตามด้วยการแต่งตั้งคุณ Emmanuel Roman เข้ามารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ในปี 2016
ต้องบอกว่าประวัติของคุณ Roman ไม่ธรรมดาเลย
เขาจบ MBA สาขาการเงินและเศรษฐศาสตร์ จาก University of Chicago
เริ่มต้นอาชีพในสายการเงินที่ Goldman Sachs ทำงานที่นี่นานถึง 18 ปี โดยไต่เต้าขึ้นสู่ตำแหน่งระดับสูง เช่น เป็นผู้ร่วมบริหารระดับโลกของฝ่าย Global Securities Services
ในปี 2005 เขาเข้าร่วมงานกับ GLG Partners ซึ่งเป็นหนึ่งในเฮดจ์ฟันด์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปในตำแหน่ง Co-CEO
ต่อมาในปี 2010 Man Group ได้เข้าซื้อกิจการ GLG เขาจึงได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมบริหาร Man Group และก้าวขึ้นเป็น CEO ในปี 2013 โดยเขามีบทบาทสำคัญในการปรับโครงสร้างบริษัท ฟื้นฟูผลกำไร และลดต้นทุนการดำเนินงาน
ซึ่งภายใต้การนำของคุณ Roman ได้ช่วยสร้างเสถียรภาพและฟื้นฟูความเชื่อมั่นให้กับ PIMCO
หลังจากที่บริษัทต้องเผชิญกับความวุ่นวายจากการลาออกของคุณ Bill Gross
เขาทำการเสริมความแข็งแกร่งให้ทีมนักลงทุน วิศวกรการเงิน และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีของบริษัท
พร้อมขยายขอบเขตการลงทุนไปสู่ตราสารหนี้ในตลาดต่าง ๆ ทั่วโลก รวมถึงสินทรัพย์ทางเลือก, สินค้าโภคภัณฑ์ และสินทรัพย์จริง (Real Asset) มากขึ้น จนทำให้ AUM กลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่ง จนมาอยู่ที่ 2.33 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
ปัจจุบัน PIMCO เป็นบริษัทในเครือของ Allianz SE กลุ่มประกันภัยและการเงินยักษ์ใหญ่จากเยอรมนี
จุดแข็งที่ทำให้ PIMCO ยังคงความเป็นผู้นำในตลาดตราสารหนี้ได้ต่อเนื่อง คือเครื่องมือวิเคราะห์เชิงลึก และทีมงาน ที่ผสมผสานทั้งผู้จัดการกองทุนมากประสบการณ์ และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี
ซึ่งช่วยให้บริษัทยังคงสร้างผลตอบแทนที่โดดเด่นได้ แม้ในช่วงที่อุตสาหกรรมตราสารหนี้ทั้งหมด ต้องเผชิญกับความท้าทาย จากอัตราดอกเบี้ยที่ผันผวน
ที่น่าสนใจคือ ในช่วงที่ผ่านมา PIMCO แสดงความสนใจในประเทศไทยอย่างจริงจัง ถึงขั้นที่คุณ Roman ซึ่งเป็น CEO ที่ปกติแทบไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณะเลย ตัดสินใจเดินทางมาร่วมประชุมกับคณะรัฐบาลไทยด้วยตัวเอง ที่นครนิวยอร์ก ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากมาก
แม้ PIMCO จะเน้นลงทุนในตลาดตราสารหนี้ แต่ตอนนี้กำลังขยายเข้าไปลงทุนในธุรกิจ Data Center ผ่านการปล่อยสินเชื่อและซื้อหุ้นกู้
ความสนใจที่มีต่อไทยครั้งนี้ จึงชี้ตรงไปที่ธุรกิจ Data Center ที่กำลังเติบโตในไทยอย่างชัดเจน
PIMCO ยังเสนอไอเดียให้รัฐบาลไทย พิจารณาออกพันธบัตรสกุลดอลลาร์สหรัฐ โดยมองว่าจะเป็นประโยชน์ทั้งในแง่การสร้างอัตราอ้างอิงความเสี่ยงต่ำให้บริษัทไทย ที่ต้องการกู้เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ
และช่วยประชาสัมพันธ์ประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักในเวทีโลกมากขึ้น พร้อมยืนยันว่าพร้อมเข้าลงทุนทันที หากไทยตัดสินใจออกพันธบัตรนี้จริง
เรื่องราวของ PIMCO เดินทางผ่านทั้งยุครุ่งเรืองในฐานะผู้บุกเบิกตลาดตราสารหนี้ระดับโลก ไปจนถึงวิกฤติที่ทำให้บริษัทเจ็บตัวหนัก เพียงเพราะการเดินจากไปของบุคคลสำคัญคนเดียว ก่อนจะฟื้นคืนกลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิมได้ในที่สุด
ความสนใจที่ PIMCO มีต่อไทยในวันนี้ สะท้อนว่าบริษัทที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมากว่า 55 ปี ยังคงมองหาโอกาสในสนามใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา
และเมื่อโอกาสใหม่เกิดขึ้น
เงินก้อนใหญ่ก็พร้อมเดินทางไปหาโอกาสนั้นเสมอ..
สำหรับนักลงทุนไทย ที่อยากเป็นส่วนหนึ่งของฝีมือการบริหารกองทุนและตราสารหนี้ระดับโลกแบบ PIMCO
ปัจจุบันมีช่องทางที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นมาก ผ่านกองทุนตระกูล TLWORLD ของ บลจ.ทาลิส ที่ต่อยอดจาก TLWORLD-X ซึ่งเคยเปิดทางให้คนไทยเป็นเจ้าของหุ้นทั่วโลกมาก่อนหน้านี้ มาสู่ฝั่งตราสารหนี้อย่าง TLWORLDBOND-X ที่ PIMCO เป็นผู้บริหารกองทุนหลักโดยตรง
—————
TLWORLDBOND-X กองทุนหลัก PIMCO ตราสารหนี้ทั่วโลก ค่าจัดการ 0.1% มาแล้ว
-ลงทุนกองตราสารหนี้โลกยอดฮิตจาก PIMCO เหมือนกัน ทำไมต้องจ่ายแพงกว่า ?
บลจ. ทาลิส กำลัง IPO กองทุน TLWORLDBOND รูปแบบ SeriesX ULTRA ค่าจัดการต่ำสุดในกลุ่ม ช่วง 6 - 9 ต.ค. 69
✅ลงทุนในกองทุนหลัก PIMCO GIS Income
✅ค่าจัดการ 0.1% TER 0.246% ต่ำสุดในกลุ่ม*
✅ถูกกว่า 73% เทียบกับกลุ่มกองทุนหลักเดียวกัน ที่มี TER เฉลี่ย 0.89% ต่อปี
✅ลงทุนแบบ Active ในตราสารหนี้ทั่วโลก
✅มีทั้งแบบ UH และ H
✅เป็นกองสะสมมูลค่า ใช้ YIELDTECH™ ขายรายเดือนอัตโนมัติใน WealthX ยกเว้นภาษีกำไร
กองทุนได้รับการยกเว้นภาษี Capital Gain ตามกฎหมายภาษีของประเทศไทย และไม่มีประเด็นภาษีมรดกสหรัฐฯ
นอกจากนั้น ยังมี TLWORLDBONDRMF ค่าจัดการ 0.45% (TER 0.64%)
โปรโมชันช่วง IPO โปรโมชัน ส่วนลด 10% ค่าธรรมเนียมซื้อ | ซื้อ 2 ล้านขึ้นไป ฟรีค่าธรรมเนียมซื้อ
จองได้บน WealthX โหลดได้ที่ www.wealthx.co/getapp
แล้วกองทุนหลัก PIMCO GIS Income ลงทุนในอะไรบ้าง ?
จุดเด่นของกองทุนนี้ คือเป็นกองทุนแบบ Active ใช้กลยุทธ์ Global Multi-Sector Fixed Income หรือการมองหาโอกาสสร้างรายได้จากตราสารหนี้หลายประเภททั่วโลก แทนที่จะผูกพอร์ตไว้กับตราสารหนี้ประเภทเดียว
โดยกองทุนมีเป้าหมายหลักในการสร้างกระแสรายได้ในระดับสูงอย่างสม่ำเสมอ และมีเป้าหมายรองในการสร้างการเติบโตของเงินลงทุนระยะยาว ผ่านการถือกลุ่มตราสาร 5 อันดับแรก ดังนี้
-Agency MBS 36.3%
ตราสารที่มีสินเชื่อบ้านในสหรัฐฯ
-Investment Grade Credit 16.2%
ตราสารหนี้บริษัทคุณภาพระดับลงทุนได้
-Government Related 14.9%
ตราสารหนี้รัฐบาลหรือหน่วยงานภาครัฐ
-Emerging Markets 7.4%
ตราสารหนี้จากประเทศตลาดเกิดใหม่
-High Yield Credit 4.5%
ตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนสูง ความเสี่ยงสูง
ทีนี้ ถ้าเรามาดูผลการดำเนินงาน ที่ผ่านมา
-3 ปี 6.94% ต่อปี
-5 ปี 3.32% ต่อปี
-10 ปี 4.42% ต่อปี
TLWORLDBOND-X จึงน่าสนใจตรงที่นักลงทุนยังได้เข้าถึงกลยุทธ์ของ PIMCO Income Fund เหมือนเดิม แต่มีโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่ต่ำสุดในกลุ่มนี้ในประเทศไทย เหมาะกับการลงทุนในระยะยาว
เพราะจริง ๆ แล้ว เงินทุกบาทที่เราไม่เสียไปเป็นค่าธรรมเนียมวันนี้
ก็คือเงินอีกหนึ่งบาทที่ยังมีโอกาสทำงานต่อให้เราในวันข้างหน้า เช่นเดียวกัน..
สำหรับผู้สนใจ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บล.เวลท์เอกซ์ Line ID : @wealthx
สนับสนุนโดย บล.เวลท์เอกซ์
คำเตือน : กองทุนมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหลักทรัพย์และอัตราแลกเปลี่ยนจากการลงทุน ในตราสารต่างประเทศ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุน และกองทุน RMF สิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นไปตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ภาษีที่ใช้บังคับ ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ และการปฏิบัติทางภาษีขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของผู้ลงทุนแต่ละราย ข้อมูลเพื่อใช้ประกอบการนําเสนอเท่านั้น ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแนะนําให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์แต่อย่างใด สัดส่วนการลงทุนสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งนี้ บริษัทมีความสัมพันธ์หรือเกี่ยวข้องกับบริษัทจัดการกองทุน และอาจได้รับส่วนแบ่งค่าธรรมเนียมจากการขายกองทุน โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมจากผู้ซื้อ ผู้ลงทุนควรพิจารณาความเหมาะสมและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนในกองทุนรวมไม่ใช่การฝากเงิน ผลการดําเนินงานในอดีตของกองทุนรวม มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดําเนินงานในอนาคต
*คำนวณเฉลี่ยจากกองทุนชนิดผู้ลงทุนทั่วไปในไทยที่มีกองทุนหลักคือ PIMCO GIS Income ณ วันที่ 2 ต.ค. 69
ระดับความเสี่ยง : 5
ที่มา: หนังสือชี้ชวนกองทุนหลัก ณ 31 สิงหาคม 2569
จัดทำขึ้น ณ วันที่ 2 ต.ค. 2569

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

SPONSORED
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon