Bond Yield สหรัฐฯ ดิ่ง.. หลังตลาดหุ้นทั่วโลก โดนเทขายอย่างหนัก

Bond Yield สหรัฐฯ ดิ่ง.. หลังตลาดหุ้นทั่วโลก โดนเทขายอย่างหนัก

ยิลด์พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 5.04% เพราะกระแสการเข้าถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย เมื่อยิลด์ลงทำให้ราคาพันธบัตร และตราสารหนี้ทั้งตลาดปรับตัวขึ้น
ขณะที่ตลาดหุ้นทั่วโลกถูกเทขาย โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี จากความกังวลเกี่ยวกับความยั่งยืนของการใช้จ่ายด้าน AI ในสภาพแวดล้อมที่อัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับสูง
รายงานดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐฯ ที่ออกมาร้อนแรงกว่าคาดอย่างมาก แทบไม่ได้เปลี่ยนมุมมองของตลาดที่คาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงต่อไปอีกนาน
ดัชนีราคาผู้ผลิตของสหรัฐฯ ในเดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 1.3% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2022 และสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 0.5% อย่างมาก
ข้อมูลดังกล่าวยิ่งตอกย้ำว่า แรงกดดันด้านเงินเฟ้อกำลังเพิ่มสูงขึ้น หลังจากเมื่อวานนี้สหรัฐฯ เพิ่งเปิดเผยรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่ออกมาร้อนแรงเช่นกัน
ขณะเดียวกัน ยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 0.8% สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 0.3% อย่างมีนัยสำคัญ
ปัจจุบัน นักลงทุนคาดว่า Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับเดิมในการประชุมเดือนนี้ แต่คาดว่า Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ในเดือนธันวาคม
—
ทำไมยิลด์ลง แต่คนถือพันธบัตรกลับได้ประโยชน์ ?
เพราะเมื่อผลตอบแทนที่ตลาดต้องการลดลง พันธบัตรเดิมที่จ่ายดอกเบี้ยคงที่ก็มีมูลค่าสูงขึ้น ราคาพันธบัตรกับยิลด์จึงเคลื่อนไหวสวนทางกัน
แรงขับสำคัญครั้งนี้ คือความกังวลว่าการลงทุน AI มหาศาล ซึ่งส่วนหนึ่งพึ่งพาหนี้ จะสร้างรายได้กลับมาคุ้มค่าหรือไม่ นักลงทุนจึงขายหุ้นเทคโนโลยี และโยกเงินเข้าสู่พันธบัตรรัฐบาลเพื่อหลบความเสี่ยง
น่าสนใจว่า ยิลด์ลดลงทั้งที่เงินเฟ้อสหรัฐยังสูงกว่าคาด ตลาดไม่ได้คาดว่าเงินเฟ้อจบแล้ว หรือธนาคารกลางกำลังจะลดดอกเบี้ย แต่เป็นจังหวะที่ตลาดต้องการความปลอดภัย มีน้ำหนักเหนือความกังวลเงินเฟ้อ
สำหรับคนที่ถือกองทุนตราสารหนี้อยู่แล้ว โดยเฉพาะกองที่ถือพันธบัตรดอกเบี้ยคงที่ระยะกลางถึงยาว จึงมีโอกาสได้ประโยชน์สองทาง คือดอกเบี้ยจากตราสารเดิม และมูลค่าพอร์ตที่เพิ่มขึ้น โดยกองที่มีความไวต่อยิลด์ หรือ Duration สูง จะตอบสนองต่อยิลด์ที่ลดลงมากกว่า เมื่อปัจจัยอื่นเท่ากัน
แต่ พันธบัตรขึ้น ไม่ได้แปลว่าทุกกองทุนจะขึ้นเท่ากัน เพราะยังขึ้นอยู่กับสินทรัพย์ที่ถือ ความเสี่ยงเครดิต และค่าเงิน อีกทั้งหากยิลด์กลับขึ้น ราคาก็ปรับลงได้เช่นกัน
นี่จึงเป็นอีกตัวอย่างว่า ตราสารหนี้ไม่ได้มีไว้แค่รับดอกเบี้ย แต่ยังสามารถช่วยพยุงพอร์ต ในวันที่ตลาดหุ้นเผชิญแรงขายได้ด้วย..

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

SPONSORED
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon