
Netflix กำไรพุ่ง 44% แต่หุ้นตก -6% เตรียมผ่าตัดองค์กรครั้งใหญ่
Netflix หุ้นร่วง -6% ในช่วงซื้อขายหลังปิดตลาด หลังจากบริษัทประกาศผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ของปี 2026 โดยรายได้ออกมาตรงกับที่คาดการณ์ไว้ ขณะที่กำไรสูงกว่าคาด..
- รายได้ 433,000 ล้านบาท เติบโต 12% จากปีก่อนหน้า
- กำไรสุทธิ 123,300 ล้านบาท เติบโต 44% จากปีก่อนหน้า
- กำไรสุทธิ 123,300 ล้านบาท เติบโต 44% จากปีก่อนหน้า
ขณะที่ Guidance ผลประกอบการไตรมาสที่ 4 คาดว่าจะมีรายได้ 452,100 ล้านบาท หรือเติบโตราว 11%
นอกจากนี้ Netflix ได้ปรับกรอบประมาณการรายได้ทั้งปี 2026 ให้แคบลง โดยคาดว่ารายได้จะอยู่ที่ 1,719,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ซึ่งตัวเลขดังกล่าวอยู่ในช่วงกรอบล่างของ Guidance เดิมที่ Netflix เคยให้ไว้ในการรายงานผลประกอบการครั้งก่อน ซึ่งอยู่ระหว่าง 1,719,000 – 1,729,100 ล้านบาท
อีกทั้งยังต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ในวอลล์สตรีท คาดการณ์ไว้ที่ 1,722,400 ล้านบาท
สำหรับ Netflix กำลังอยู่ในช่วงของการผ่าตัดใหญ่องค์กร
หนึ่งในนั้นคือ การลดพนักงานครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2022 ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายชดเชยการเลิกจ้างซึ่งจะกระทบกับอัตรากำไรในไตรมาส 4
โดยผู้บริหารบอกว่า การเติบโตเร็วเกินไปในช่วงหลายปีที่ผ่านมาของ Netflix ทำให้มีบางแผนกเริ่ม Over-Invested หรือมีการลงทุนที่มากเกินไป
ซึ่ง Netflix ต้องทบทวนและปรับลดส่วนที่ไม่จำเป็น รวมถึงโยกย้ายทรัพยากรไปยังจุดที่จะมีโอกาสเติบโตสูง
ที่สำคัญการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ ยังสะเทือนไปถึงเก้าอี้ระดับ C-Level และผู้บริหารระดับสูงคนอื่น ๆ ด้ว
โดย Netflix แต่งตั้งให้ Peter Rice อดีตผู้บริหารระดับสูงจาก Fox และ Disney เข้ามาดำรงตำแหน่ง Chief Content Officer (CCO) คนใหม่แทน Bela Bajaria ที่ทำงานมานานกว่า 10 ปี
นอกจากนี้ Dan Lin หัวหน้าฝ่ายภาพยนตร์ (Chairman of Films) ที่เคยประกาศว่า “Netflix จะไม่ร่วมมือกับผู้กำกับที่จะฉายหนังในโรง” ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ถูกปลดในครั้งนี้เช่นกัน
ในด้านคอนเทนต์ Netflix ก็ได้มีการปรับโมเดลด้านคอนเทนต์และพาร์ตเนอร์ใหม่
เริ่มจากซื้อไลเซนส์คอนเทนต์จากค่ายอื่นเข้ามาเสริม เช่น ภาพยนตร์แฟรนไชส์ Ice Age จาก Disney เข้ามาสตรีมในแพลตฟอร์ม
นอกจากนี้ ยังปรับโมเดลการฉายหนังในโรงภาพยนตร์
สำหรับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่มีฐานแฟนคลับทั่วโลก เช่น Narnia โดยจะมีการฉายในโรง 45 วันก่อนลงสตรีมมิง
สำหรับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่มีฐานแฟนคลับทั่วโลก เช่น Narnia โดยจะมีการฉายในโรง 45 วันก่อนลงสตรีมมิง
การปรับทัพของ Netflix ในครั้งนี้ นับเป็นความพยายามปรับโครงสร้างองค์กรและจัดระเบียบคอนเทนต์ครั้งใหญ่
หลังจากที่นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับอนาคตการเติบโตของบริษัท และการแย่งเวลาคนดูจากแพลตฟอร์มอื่น ๆ เช่น YouTube
จนทำให้ราคาหุ้นร่วงลงอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา โดยเพียงปีเดียว ราคาหุ้นดิ่งไปแล้วเกือบ -50%..