Samsung บริษัทเทคฯ รายแรกของโลก กำไรจากการดำเนินงานทะลุ 2.5 ล้านล้านบาท ในไตรมาสเดียว

Samsung บริษัทเทคฯ รายแรกของโลก กำไรจากการดำเนินงานทะลุ 2.5 ล้านล้านบาท ในไตรมาสเดียว

ล่าสุด Samsung Electronics ประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2026 โดยรายได้และกำไรจากการดำเนินงานทำสถิติสูงสุดใหม่ เป็นไตรมาสที่ 4 ติดต่อกัน
-รายได้ 4.88 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 127% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 14% จากไตรมาสก่อน
-กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 2.69 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 783% จากปีก่อน และเพิ่มขึ้น 20% จากไตรมาสก่อน
และกำไรที่เติบโตระเบิดขนาดนี้ ก็ทำให้ Samsung กลายเป็นบริษัทเทคฯ รายแรกของโลก ที่กำไรจากการดำเนินงานทะลุ 2.5 ล้านล้านบาท ในไตรมาสเดียว
-ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 1.88 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 515% จากปีก่อน
หมายความว่า ทุก ๆ รายได้ 100 บาท บริษัทเหลือเป็นกำไรจากการดำเนินงานประมาณ 55 บาท เทียบกับประมาณ 14 บาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
ตัวขับเคลื่อนสำคัญคือ กลุ่มธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ ที่มีรายได้ 3.68 ล้านล้านบาท และกำไรจากการดำเนินงาน 2.66 ล้านล้านบาท
ภายในกลุ่มนี้ เพียงธุรกิจหน่วยความจำเพียงอย่างเดียว มีรายได้ 3.52 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 427% จากปีก่อน
สาเหตุสำคัญเลยมาจาก ความต้องการหน่วยความจำสำหรับเซิร์ฟเวอร์ยังแข็งแกร่ง ขณะที่กำลังการผลิตตึงตัว ทำให้ราคาหน่วยความจำปรับตัวขึ้นในทุกกลุ่มการใช้งาน
โดยบริษัทสามารถเพิ่มยอดขาย HBM4 ซึ่งเป็นหน่วยความจำความเร็วสูง ที่ใช้รองรับงานประมวลผลอย่าง AI และขาย SSD สำหรับเก็บข้อมูลในเซิร์ฟเวอร์ได้มากขึ้น
เรียกได้ว่า เป็นช่วงที่ Samsung ได้แรงหนุนทั้งจากราคาขาย และการเน้นสินค้าที่ตลาด AI ต้องการ
ส่วนธุรกิจรับจ้างผลิตชิป หรือ Foundry ก็มีรายได้และผลประกอบการดีขึ้น จากยอดขายชิปฐานสำหรับ HBM และการผลิตด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง
บริษัทยังได้รับคำสั่งซื้อใหม่สำหรับเทคโนโลยี 2 นาโนเมตร จากลูกค้างานประมวลผลประสิทธิภาพสูง รวมถึงผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์รายใหญ่
ด้าน System LSI ซึ่งออกแบบชิปและเซนเซอร์ภาพ มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการผลิตชิ้นส่วนสำหรับสินค้าใหม่ในช่วงครึ่งปีหลัง และได้โครงการออกแบบชิปเฉพาะทางจากพันธมิตรใหม่เพิ่มเติม
แต่เมื่อหันมาดูธุรกิจที่ผู้บริโภคคุ้นเคย ภาพกลับต่างออกไป
กลุ่ม DX ซึ่งครอบคลุมมือถือ โทรทัศน์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า มีรายได้ 1.30 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 8% จากปีก่อน แต่ขาดทุนจากการดำเนินงาน 20,000 ล้านบาท
ในจำนวนนี้ ธุรกิจมือถือและเครือข่ายโทรคมนาคม มีรายได้รวม 942,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% แต่ขาดทุนจากการดำเนินงาน 15,000 ล้านบาท
มือถือรุ่นใหม่ รวมถึงรุ่นจอพับ ช่วยเพิ่มรายได้ และสัดส่วนการขายรุ่นเรือธงที่สูงขึ้น ส่งผลให้ผลประกอบการดีขึ้นจากไตรมาสก่อน แต่ยังเผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุน ทำให้ผลประกอบการลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
ส่วนธุรกิจเครือข่ายโทรคมนาคม เผชิญยอดขายในอเมริกาเหนือและยอดขายซอฟต์แวร์ที่มีกำไรสูงลดลง
สำหรับธุรกิจโทรทัศน์และเครื่องใช้ไฟฟ้า มีรายได้รวม 347,500 ล้านบาท และขาดทุนจากการดำเนินงาน 5,000 ล้านบาท
ยอดขายโทรทัศน์ลดลง ขณะที่ธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้ามีต้นทุนวัตถุดิบและการขนส่งสูงขึ้น
แนวทางของ Samsung ในช่วงปลายปีจึงเป็นการเพิ่มยอดขายสินค้าพรีเมียม ควบคุมต้นทุน และขยายธุรกิจลูกค้าองค์กรที่มีอัตรากำไรสูง
ด้าน Samsung Display มีรายได้ 200,000 ล้านบาท และกำไรจากการดำเนินงาน 27,500 ล้านบาท โดยได้แรงหนุนจากจอสำหรับมือถือระดับบนและตลาดจอเกมมิง
อย่างไรก็ตาม บริษัทมองว่าตลาดจอภาพในปี 2027 ยังมีความไม่แน่นอน จึงเตรียมเพิ่มสัดส่วนสินค้าพรีเมียมและขยายการผลิตจอ OLED สำหรับอุปกรณ์ไอที
ส่วน Harman ซึ่งทำธุรกิจระบบยานยนต์และเครื่องเสียง มีรายได้ 107,500 ล้านบาท และกำไรจากการดำเนินงาน 15,000 ล้านบาท โดยกำไรส่วนหนึ่งได้แรงหนุนจากการคืนภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ซึ่งเป็นรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว
โดยบริษัทยังคงเน้นลงทุนในธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์อย่างต่อเนื่อง..
โดยไตรมาส 3 นี้ บริษัทมีการใช้เงินลงทุนไป 725,000 ล้านบาท โดย 680,000 ล้านบาท หรือประมาณ 94% อยู่ในธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์
เมื่อรวม 9 เดือนแรก บริษัทใช้เงินลงทุนไปแล้ว 1.42 ล้านล้านบาท และคาดว่าทั้งปี 2026 จะลงทุนประมาณ 2.11 ล้านล้านบาท
ในจำนวนนี้ เป็นงบสำหรับธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ 1.92 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 91% ของงบลงทุนทั้งปี เพื่อสร้างโรงงานและโครงสร้างพื้นฐานรองรับความต้องการ AI และงานประมวลผลประสิทธิภาพสูง
ในปี 2027 บริษัทยังมีแผนเริ่มเดินเครื่องโรงงานแห่งใหม่ที่เมืองเทย์เลอร์ รัฐเท็กซัส เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการผลิต
ซึ่ง Samsung คาดว่า การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI จะเพิ่มขึ้น และความต้องการหน่วยความจำอาจตึงตัวมากกว่าในปี 2026
บริษัทจึงเตรียมเพิ่มยอดขาย HBM หน่วยความจำสำหรับเซิร์ฟเวอร์ และ SSD พร้อมสร้างฐานยอดขายผ่านสัญญาระยะยาวหลายปี
อีกตลาดที่บริษัทจับตาคือ AI Agent ซึ่ง Samsung คาดว่า จะเพิ่มความต้องการอุปกรณ์เก็บข้อมูลอย่าง QLC SSD ด้วย
หากมองภาพรวมงบไตรมาสนี้ของ Samsung พอสรุปสั้น ๆ ว่า กำไรจากการดำเนินงานราว 99% และงบลงทุนทั้งปีราว 91% ที่อยู่ในธุรกิจชิป
เป็นสิ่งที่บอกได้เป็นอย่างดีว่า สำหรับ Samsung ชิปกำลังเป็นทั้งแหล่งกำไรในวันนี้ และเป็นการเดิมพันก้อนใหญ่สำหรับวันข้างหน้า..

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

SPONSORED
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon