LHCYBER โอกาสลงทุน จากการเติบโต Cybersecurity ทั่วโลก

LHCYBER โอกาสลงทุน จากการเติบโต Cybersecurity ทั่วโลก

ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง x LH Fund
ปี 2025 ทั่วโลกมีอุปกรณ์ IoT (Internet of Things) เช่น อุปกรณ์ Smart Home ไปจนถึงรถยนต์ EV และเครื่องจักรต่าง ๆ รวมกัน 21,100 ล้านเครื่อง
ทุก 1 วินาที โลกเราจะมีอุปกรณ์ IoT ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้น 127 ชิ้น
เมื่อโลกเข้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ การใส่ใจในด้านความปลอดภัยก็ควรเพิ่มขึ้นตาม เพื่อป้องกันข้อมูลและระบบการเชื่อมต่อสู่อินเทอร์เน็ตจากการโจมตีทางไซเบอร์
ล่าสุด World Economic Forum ยังมองว่าในช่วง 2 ปีข้างหน้า ความเสี่ยงอันดับ 3 ของโลก จะมาจากเรื่องของความปลอดภัยทางไซเบอร์ รวมถึงความเสียหายจากอาชญากรรมไซเบอร์ทั่วโลก ที่อาจมีมูลค่ารวมราว 15.63 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2029
เรื่องนี้กำลังเปลี่ยนโลกของเราอย่างไร ?
แล้วความเสี่ยงที่กำลังเพิ่มขึ้นนี้ มีโอกาสอะไรซ่อนอยู่บ้าง ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
หนึ่งในตัวเร่งที่ทำให้ภัยคุกคามไซเบอร์ซับซ้อนขึ้น คือ AI
เพราะอาชญากรไซเบอร์จำนวนมากได้นำ AI มาใช้สร้างมัลแวร์รูปแบบใหม่ ทำให้การโจมตีมีประสิทธิภาพและขยายวงกว้างได้ง่ายกว่าเดิม
ที่น่าตกใจ คือสถิติการเจาะระบบองค์กรที่เร็วที่สุดใช้เวลาเพียง 27 วินาที
และ 82% ของการโจมตีที่ตรวจพบในปี 2025 ยังเป็นการโจมตีแบบไร้มัลแวร์ (Malware-Free) ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สะท้อนว่า ภัยไซเบอร์ในวันนี้มีหลายรูปแบบมากขึ้น ทั้งการขโมยข้อมูลประจำตัว หรือหลอกเอารหัสผ่าน
ซึ่งภัยเหล่านี้อาจแฝงตัวมากับการใช้งานปกติ ทำให้การตรวจจับและป้องกันทำได้ยากขึ้น
การทำงานแบบ Remote Working รวมถึงระบบเครือข่ายที่ซับซ้อนกว่าเดิม ยังทำให้ระบบภายในขององค์กร มีโอกาสเกิดช่องโหว่ทางไซเบอร์มากขึ้น
โดยเฉพาะข้อมูลนอกการควบคุมฝ่าย IT (Shadow Data) ที่เป็นต้นเหตุ 1 ใน 3 ของการรั่วไหลทางข้อมูล
เรื่องนี้อาจสร้างความเสียหายมากกว่าที่หลายคนคิด
เพราะในเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหล หรือถูกเจาะระบบ (Data Breach) แต่ละครั้งอาจสร้างความเสียหายให้องค์กรสูงกว่า 151 ล้านบาท* เลยทีเดียว
แล้วองค์กรทั่วโลก กำลังแก้เกมเรื่อง Cybersecurity กันอย่างไร ?
ตลาด Cybersecurity ทั่วโลก มีโอกาสเติบโต 14.3% ต่อปี ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่า 18,913,019 ล้านบาท* ภายในปี 2032
ถ้าสังเกตปี 2026 องค์กรทั่วโลกพยายามรับมือ Cyber Resilience จากการโจมตี เพื่อให้ระบบกลับมาใช้งานได้เร็วขึ้นและลดผลกระทบให้น้อยลง
และยังใช้แนวคิด Zero Trust เพื่อให้ทุกการเข้าถึงระบบต้องถูกตรวจสอบ
ตัวอย่างโครงสร้างพื้นฐานด้าน Cybersecurity ที่องค์กรให้ความสำคัญ ก็เช่น
- ระบบ AI
58% ขององค์กรทั่วโลก เริ่มใช้ AI ในศูนย์ปฏิบัติการความมั่นคง เพื่อช่วยตรวจจับภัยคุกคามได้เร็วขึ้น รวมถึงรับมือภัยรูปแบบใหม่ เช่น Deepfake
ตลาด AI ด้านความมั่นคงจึงเติบโตต่อเนื่อง คาดว่าจะมีมูลค่า 716,901 ล้านบาท* ในปี 2026
โดยองค์กรที่ใช้ AI ช่วยลดความเสียหายจากการถูกโจมตีกว่า 74 ล้านบาท* ต่อครั้ง
- ระบบ Cloud Security
ในช่วงปี 2022-2025 Cloud Security เติบโตราว 30% ต่อปี
จากการใช้งานขององค์กรส่วนใหญ่ ที่เริ่มย้ายข้อมูลและระบบขึ้นคลาวด์มากขึ้น
ทำให้แพลตฟอร์มป้องกันแอปพลิเคชันบนคลาวด์ หรือ CNAPP กลายเป็นสิ่งที่องค์กรเริ่มลงทุนมากขึ้นตามไปด้วย
เช่น Alphabet ที่เข้าซื้อบริษัท Wiz สตาร์ตอัปด้าน Cloud Security ด้วยมูลค่า 1,075,520 ล้านบาท*
- ระบบจัดการตัวตนและการเข้าถึง (IAM / MFA)
องค์กรจำนวนมากเริ่มอุดช่องโหว่การทำงานแบบ Remote Working ด้วยการยกระดับการยืนยันตัวตนรูปแบบใหม่ เช่น ไบโอเมตริกซ์ และเทคโนโลยี Passwordless เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกขโมยข้อมูลประจำตัว
ยิ่งการมาของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและข้อบังคับด้าน Cybersecurity ที่เข้มงวด ยังทำให้องค์กรต้องยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและการดูแลข้อมูลให้รัดกุมมากขึ้น
เม็ดเงินในอุตสาหกรรม Cybersecurity จึงกระจายไปในกลุ่มต่าง ๆ
ไม่ว่าจะเป็น ระบบ Software ช่วยป้องกันภัยคุกคาม, Services การดูแลจากผู้เชี่ยวชาญภายนอก และ Hardware โครงสร้างพื้นฐานของระบบความปลอดภัย
ถึงตรงนี้ ถ้าถามว่า คนไทยจะคว้าโอกาสเติบโตจากเทรนด์ Cybersecurity ได้อย่างไร ?
เพราะถ้ามองว่า Cybersecurity คือเทรนด์ระดับโลกที่มีโอกาสเติบโตระยะยาว การลงทุนผ่านกองทุนรวมที่ลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยีความปลอดภัยทางไซเบอร์ ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ
หนึ่งในนั้นคือ กองทุน LHCYBER หรือกองทุนเปิด แอล เอช โกลบอล ไซเบอร์ ซีเคียวริตี้ จาก LH Fund
ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6
โดยกองทุน LHCYBER มีนโยบายลงทุนในกองทุนหลัก First Trust Nasdaq Cybersecurity UCITS ETF ที่ลงทุนในธีม Cybersecurity โดยเฉพาะ ได้รับการจัดอันดับ Morningstar ระดับ 4 ดาว (ข้อมูล ณ วันที่ 30 ก.ย. 2026)
กองทุนหลักเน้นลงทุนตามดัชนี Nasdaq CTA Cybersecurity NTR Exclusions Index
ซึ่งคัดเลือกบริษัท Cybersecurity ที่มีสภาพคล่องสูง และเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยทางไซเบอร์ ครอบคลุมทั้งโครงสร้างพื้นฐาน, Software และผู้ให้บริการเฉพาะทาง
กองทุนยังใช้กลยุทธ์ Modified Free Float Market-Cap Weighting จำกัดน้ำหนักหุ้นแต่ละตัว
เพื่อกระจายความเสี่ยง และลงทุนครอบคลุมทั้ง Value Chain ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานเครือข่าย ไปจนถึงบริษัท Pure-Play ด้าน Cybersecurity
ตัวอย่าง Top 3 ในพอร์ตลงทุน ณ วันที่ 25 ก.ย. 2026
- CrowdStrike 8.61%
- Fortinet 8.00%
- Palo Alto Networks 7.73%
ดูรายละเอียดกองทุนและหนังสือชี้ชวนที่ https://www.lhfund.co.th/th/mutualfund/LHCYBER-A
ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บล.เวลท์เอกซ์ LINE ID : @wealthx
ซื้อกองทุนนี้ ได้ที่ WealthX ดาวน์โหลดแอปได้ที่ https://www.wealthx.co/getapp
สนับสนุนโดย บลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์
*หมายเหตุ : FX Rate 1 USD = 33.61 THB (ณ วันที่ 28 ก.ย. 2026)
คำเตือน : การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนหลัก มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจผู้จัดการกองทุน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ | ความเสี่ยงระดับ 6
จัดทำขึ้น ณ วันที่ 28 ก.ย. 2026

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

SPONSORED
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon