เซินเจิ้น จากเมืองก๊อบปี้ สู่ ซิลิคอนแวลลีย์แห่งเอเชีย

เซินเจิ้น จากเมืองก๊อบปี้ สู่ ซิลิคอนแวลลีย์แห่งเอเชีย

หลายคนรู้จักเซินเจิ้น ในเรื่องของการก๊อบปี้สินค้า แต่ตอนนี้เซินเจิ้นกำลังจะเปลี่ยนไปสู่ซิลิคอนแวลลีย์แห่งเอเชีย ทำไมเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ในไม่กี่ทศวรรษ ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
เซินเจิ้น จากเมืองก๊อบปี้ สู่ ซิลิคอนแวลลีย์แห่งเอเชีย / โดย ลงทุนแมน
หลายคนรู้จักเซินเจิ้น
ในเรื่องของการก๊อบปี้สินค้า
แต่ตอนนี้เซินเจิ้นกำลังจะเปลี่ยนไปสู่ซิลิคอนแวลลีย์แห่งเอเชีย
ทำไมเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ในไม่กี่ทศวรรษ
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
เซินเจิ้นเป็นเมืองชายฝั่งตั้งอยู่ในมณฑลกวางตุ้งของจีน ตรงข้ามกับเกาะฮ่องกง
เนื่องจากภูมิประเทศที่เป็นเมืองชายฝั่งทำให้อาชีพของคนส่วนใหญ่ที่นี่ในอดีตคือ การทำประมง
จนกระทั่งในปี 1980 ประธานาธิบดีเติ้งเสี่ยวผิงได้ประกาศให้เมืองนี้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษแห่งแรกของประเทศ
พร้อมทั้งกำหนดมาตรการด้านการลงทุน และการค้าต่างๆ เพื่อเอื้อให้เกิดการลงทุนในเมืองนี้
นับแต่นั้นเป็นต้นมา เซินเจิ้นก็มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว
ปัจจุบัน เซินเจิ้นมีประชากร 12.5 ล้านคน และเป็น 1 ใน 5 เมืองที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเร็วที่สุดของจีน โดยระหว่างปี 2012-2017 เซินเจิ้นมีอัตราการเติบโตของ GDP กว่า 72%
เศรษฐกิจที่เติบโตของเซินเจิ้นทำให้เมืองแห่งนี้กลายเป็นเมืองที่มีมูลค่า GDP ใหญ่ที่สุดเป็นลำดับที่ 3 ของประเทศ
ในปี 2018 เมืองที่มีมูลค่า GDP ใหญ่ที่สุดของจีน 3 ลำดับแรก คือ
1.เซี่ยงไฮ้ 15.4 ล้านล้านบาท
2.ปักกิ่ง 14.2 ล้านล้านบาท
3.เซินเจิ้น 11.3 ล้านล้านบาท
ปัจจุบัน คนที่เซินเจิ้นมีรายได้เฉลี่ยต่อคนต่อเดือนเท่ากับ 76,000 บาท
ขณะที่ขนาดมูลค่า GDP ของเซินเจิ้นนั้นก้าวขึ้นมาเทียบเคียงกับ GDP ของเกาะฮ่องกงที่ 11.6 ล้านล้านบาทเลยทีเดียว
ที่ผ่านมาเราคงเคยได้ยินว่า สินค้าก๊อบปี้หรือสินค้าเลียนแบบ ส่วนใหญ่มาจากเมืองนี้
โดยเฉพาะสินค้าแบรนด์ชื่อดังต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า กระเป๋า หรือแม้แต่สินค้าเทคโนโลยีที่กำลังเป็นที่นิยมก็สามารถหาซื้อได้จากที่นี่
cr.businessinsider
แต่ตอนนี้เซินเจิ้นกำลังจะเปลี่ยนไป จากเมืองแห่งการก๊อบปี้ สู่ซิลิคอนแวลลีย์แห่งเอเชีย และถือเป็นศูนย์กลางของนวัตกรรม สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และการสร้างสรรค์เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่กำลังเกิดขึ้นมากมาย
บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีจำนวนมากมีสำนักงานอยู่ที่เซินเจิ้น
Huawei ผู้ผลิตสมาร์ตโฟน แท็บเล็ตคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เครือข่าย และอุปกรณ์โทรคมนาคม
ปี 2018 รายได้ 3.4 ล้านล้านบาท และกำไร 278,000 ล้านบาท
Tencent ผู้ให้บริการวางระบบคอมพิวเตอร์ และเครือข่ายสำหรับองค์กรเป็นหลัก
ปี 2018 รายได้ 1.5 ล้านล้านบาท และกำไร 375,000 ล้านบาท
Foxconn ผู้ผลิต และรับผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้แก่ลูกค้าหลายราย รวมทั้ง Apple
ปี 2017 รายได้ 4.9 ล้านล้านบาท และกำไร 141,000 ล้านบาท
รวมถึง DJI ผู้ผลิตและจำหน่ายโดรนที่ครองส่วนแบ่งตลาดโดรนอันดับ 1 ของโลกกว่า 70% อีกด้วย
cr.amazonaws
พูดง่ายๆ ว่าถ้าซิลิคอนแวลลีย์ที่สหรัฐอเมริกา มี Apple, Facebook และ Google ซิลิคอนแวลลีย์ที่เซินเจิ้นก็มีบริษัทชื่อดังระดับโลกอย่าง Huawei, Tencent และ Foxconn เช่นกัน
ตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมา รัฐบาลจีนมีแผนสนับสนุนการสร้างผู้ประกอบการหน้าใหม่ พร้อมกับการพัฒนานวัตกรรมต่างๆ อย่างจริงจัง
โดยแผนการดังกล่าวมีทั้งระยะ 5 ปี 10 ปี และ 15 ปี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปเศรษฐกิจที่เปลี่ยนจากการใช้แรงงานและขับเคลื่อนด้วยอุตสาหกรรมหนัก มาสู่อุตสาหกรรมนวัตกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง
ซึ่งต้องยอมรับว่าวันนี้สินค้า Made in China หลายอย่างสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้มากเมื่อเทียบกับอดีต
มองไปที่จีนแล้ว
เราอาจต้องย้อนกลับมามองประเทศไทยของเรา
แล้วเรามีจุดเด่นอะไรบ้างเพื่อช่วยให้ประเทศไทยของเราสามารถสร้างธุรกิจหรืออุตสาหกรรมให้มีมูลค่าสูงมากขึ้น เหมือนที่หลายๆ ประเทศกำลังทำอยู่ ณ วันนี้
เพราะถ้าเราไม่รีบทำอะไรสักอย่างในวันนี้
เราอาจถูกทิ้งห่างไป เหมือนอย่างเซินเจิ้น
จนในวันนี้
กลับกลายเป็นว่า หลายคนต้องก๊อบปี้สินค้าจากเซินเจิ้นแทน..
----------------------
อ่านลงทุนแมนสนุกขึ้น
อ่านในแอป blockdit
โหลดที่ http://www.blockdit.com
----------------------
References
-https://en.wikipedia.org/wiki/Shenzhen
-https://en.wikipedia.org/wiki/List_of_countries_by_GDP_(nominal)
-https://www.china-briefing.com/news/top-5-china-fastest-growing-cities/
-http://www.chinadaily.com.cn/a/201902/11/WS5c60a841a3106c65c34e88cf_9.html
-https://hivelife.com/shenzhen-the-next-silicon-valley/
-https://en.wikipedia.org/wiki/Foxconn
-http://forbesthailand.com/news-detail.php?did=2119