Cloud Kitchen แนวคิดที่จะ Disrupt ร้านอาหารทั่วโลก

Cloud Kitchen แนวคิดที่จะ Disrupt ร้านอาหารทั่วโลก

Cloud Kitchen แนวคิดที่จะ Disrupt ร้านอาหารทั่วโลก / โดย ลงทุนแมน

หากบ้านเราอยู่ในกรุงเทพฯ
เราจะสามารถสั่งกุ้งเผาอยุธยาดิลิเวอรีได้ ภายใน 30 นาที..

เรื่องนี้อาจเกิดขึ้นจริงในประเทศไทยในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
บนโมเดลธุรกิจที่ชื่อว่า “Cloud Kitchen” หรือแปลว่า ครัวที่ใช้ร่วมกัน

ปัจจุบัน บริษัทสตาร์ตอัปสัญชาติอินเดีย Rebel Foods ถือเป็นครัวอินเทอร์เน็ตที่ใหญ่สุดในโลก มีมูลค่าประเมินกว่า 1.61 หมื่นล้านบาท..

แล้วโมเดลธุรกิจนี้มีหน้าตาเป็นอย่างไร?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

การเกิดขึ้นของเทคโนโลยี Cloud ถือเป็นหนึ่งเมกะเทรนด์ของโลก
ที่ทำให้ชีวิตของเราสะดวกสบายมากขึ้น ยกตัวอย่างธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วย Cloud เช่น
Netflix
Spotify
Google Drive

แพลตฟอร์มเหล่านี้ทำให้เราดูหนัง ฟังเพลง เก็บข้อมูลได้
ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในโลกขอแค่มี อินเทอร์เน็ต

จนปัจจุบัน คอนเซปต์ของเทคโนโลยี Cloud กำลังถูกนำมาประยุกต์กับร้านอาหาร เกิดขึ้นเป็น Cloud Kitchen

โดยมีคอนเซปต์ง่ายๆ คือ การสร้างแพลตฟอร์มพื้นที่ห้องครัว และอุปกรณ์ครัวให้เช่าสำหรับร้านอาหาร ที่อยากขยายสาขา เพื่อการดิลิเวอรีโดยเฉพาะ

เพียงแค่ส่งพนักงานมาทำอาหารใน Cloud Kitchen
อาหารของร้านเราก็สามารถส่งไปยังพื้นที่บริเวณโดยรอบได้อย่างทั่วถึง โดยไม่ต้องเปิดสาขาใหม่

Cr. Gulf News

เรื่องนี้จึงทำให้ในอนาคต
คนอยุธยาสามารถกินโจ๊กสามย่าน
คนกรุงเทพฯ สามารถกินกุ้งเผาอยุธยา
ภายใน 30 นาทีโดยไม่ต้องขับรถออกจากบ้าน..

เรามาดูโมเดลของครัวอินเทอร์เน็ตที่ใหญ่สุดในโลก

บริษัท Rebel Foods ก่อตั้งโดยคุณ Jaydeep Barman
ทำธุรกิจให้บริการ Cloud Kitchen ในประเทศอินเดีย โดยมีร้านอาหาร 1,600 แบรนด์ ใช้ Cloud Kitchen 205 แห่ง ซึ่งกระจายการให้บริการใน 16 เมืองทั่วประเทศอินเดีย

Cr. Bloomberg

แปลว่า ปัจจุบัน Rebel Foods จะมี Cloud Kitchen มากถึง 13 แห่ง ใน 1 เมือง

และอาหารก็ครอบคลุมตั้งแต่อาหารท้องถิ่นอินเดียอย่าง โดซา ไปจนถึง พิซซ่าหน้าฮาวายเอี้ยน

Cr. Bloomberg

ปัจจุบัน Rebel Foods มีมูลค่าประมาณ 16,145 ล้านบาท
ได้รับเงินทุนจากทั้ง Coatue Management, Goldman Sachs และ Gojek

นอกจากนี้ Rebel Foods มีแผนที่จะขยายธุรกิจเข้ามายังประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และตะวันออกกลาง

โดยเฉพาะในประเทศอินโดนีเซีย Rebel Foods ก็มีแผนร่วมกับ Gojek เจ้าของ GET บริการเรียกรถในประเทศไทย เพื่อสร้าง Cloud Kitchen 100 แห่ง ภายในปีหน้า

Cr. Dailysocial

ที่น่าสนใจคือ Rebel Foods ไม่ใช่รายแรก เพราะก่อนหน้านี้ Cloud Kitchen เกิดขึ้นแล้วทั้งในประเทศเยอรมนีโดยบริษัท Keatz และประเทศสหรัฐอเมริกาโดยบริษัท CloudKitchens

สำหรับในประเทศไทย เราอาจได้เห็น Cloud Kitchen เช่นกัน

โดยผู้เล่นในธุรกิจนี้ก็คงหนีไม่พ้น บริษัทที่มีทุนเดิมเป็นธุรกิจดิลิเวอรี เช่น Grab, Foodpanda และ GET นั่นเอง..

โมเดลธุรกิจนี้ก็ถือเป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาที่น่าสนใจ

เนื่องจากปัญหาปัจจุบันของร้านอาหารก็คือ “การสเกล”

แม้ว่าหลายร้านต้นฉบับจะขายดีขนาดไหน
แต่อุปสรรคสำคัญก็คือการขยายร้านไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ
หลายคนไม่กล้าลงทุนเปิดสาขาใหม่เพราะไม่แน่ใจว่าพื้นที่นั้นจะขายได้หรือไม่

กว่าจะได้หน้าร้าน 1 แห่ง ต้องใช้เม็ดเงินลงทุนที่สูงมากทั้ง โต๊ะ เก้าอี้ ครัว ค่าเช่าสถานที่ในทำเลดี ทุกอย่างเป็นต้นทุนที่แพงกว่าการเช่า Cloud Kitchen

Cloud Kitchen จึงกลายมาเป็นแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์สำหรับเจ้าของร้านอาหารด้วยเม็ดเงินลงทุนที่น้อยลง แต่สามารถเข้าถึงลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การรักษามาตรฐานอาหารก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญ
และเป็นโจทย์ของร้านอาหารว่า หากเราเช่าพื้นที่บน Cloud Kitchen
เราจะสามารถรักษาเอกลักษณ์ของอาหารแบบร้านต้นฉบับได้ดีขนาดไหน

การเกิดขึ้นของ Cloud Kitchen เป็นอีกหนึ่งแนวคิดที่จะเข้ามา Disrupt ธุรกิจร้านอาหารแบบดั้งเดิมไม่ต่างจากการชอปปิงออนไลน์ (E-Commerce) หรือ การใช้บริการเรียกแท็กซี่ออนไลน์ (Ride-Hailing)

10 ปีก่อน หากใครบอกเราว่าจะขยายสาขาร้านอาหาร
โดยลงทุนแค่เช่าครัว มันคงเป็นเรื่องที่ดูตลก

ก็ไม่แน่ว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า..

การลงทุนสร้างหน้าร้าน และจ้างพนักงานเสิร์ฟอาหารจำนวนมาก
จะกลับกลายเป็นเรื่องตลกของคนในอนาคตก็เป็นได้..
———————-
Blockdit แอปที่เป็นเหมือน คลังความรู้ขนาดใหญ่ อ่านฟรี
โหลดเลย Blockdit.com/download
———————-

References
-https://www.bloomberg.com/news/articles/2019-07-31/goldman-sachs-gojek-bet-on-india-s-rebel-foods
-https://www.crunchbase.com/organization/faaso-s#section-overview
-https://techsauce.co/news/gojek-partners-with-rebel-foods-to-open-cloud-kitchen-in-indonesia/
-https://www.theverge.com/2018/7/25/17613442/google-drive-one-billion-users