การปรับตัวครั้งใหญ่อย่างยั่งยืนของกลุ่มธุรกิจ TCP สู่รายได้ 90,000 ล้านบาทต่อปี ภายใน 3 ปีข้างหน้า

การปรับตัวครั้งใหญ่อย่างยั่งยืนของกลุ่มธุรกิจ TCP สู่รายได้ 90,000 ล้านบาทต่อปี ภายใน 3 ปีข้างหน้า

TCP Group X ลงทุนแมน
ถ้าถามว่า บริษัทเครื่องดื่มไทย ที่โดดเด่นในตลาดโลก มีบริษัทอะไรบ้าง
ชื่อของกลุ่มธุรกิจ TCP น่าจะอยู่ในอันดับต้น ๆ
เพราะนี่คือบริษัทที่เป็นเจ้าของเครื่องดื่มกระทิงแดง, เรดดี้, สปอนเซอร์, แมนซั่ม และอีกสารพัดแบรนด์มากมาย ที่ขยายธุรกิจไปในหลากหลายตลาดทั่วโลก
ด้วยการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับมีเครื่องดื่มคุณภาพมากมายอยู่ในมือ
จึงเป็นผลทำให้สัดส่วนรายได้ จากต่างประเทศเติบโตขึ้นทุกปี
จนปัจจุบันคิดเป็น 65% ของรายได้ทั้งหมด 42,527 ล้านบาท (ข้อมูล ณ สิ้นปี 2563)
หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้กลุ่มธุรกิจ TCP ประสบความสำเร็จในตลาดไทยและไปสร้างความแข็งแกร่งในตลาดโลก
ก็น่าจะมาจากเมื่อ 5 ปีที่แล้วที่กลุ่มธุรกิจ TCP ได้ใช้วิธี “รวมศูนย์”
คือการให้แบรนด์สินค้าและธุรกิจต่าง ๆ รวมกัน และเข้ามาอยู่ในกลุ่มเดียวกันทั้งหมด
จากนั้น ก็จะใช้วิธีให้พนักงานร่วมมือกันในทุกภาคส่วนของธุรกิจ สร้าง Ecosystem ให้แต่ละธุรกิจช่วยสนับสนุนซึ่งกันและกัน เป้าหมายก็เพื่อสร้างการเติบโตไปพร้อม ๆ กันอย่างยั่งยืน
พอเห็นข้อมูลตรงนี้ หลายคนอาจมองว่ากลุ่มธุรกิจ TCP เป็นบริษัทที่แข็งแกร่งในทุกมิติ
แต่ในความแข็งแกร่งนี้ กำลังเกิดความท้าทายอันยิ่งใหญ่ที่ทางกลุ่มธุรกิจ TCP มองเห็น
ปฏิเสธไม่ได้ว่า เวลานี้เรากำลังอยู่บนโลกใบใหม่ เมื่อเกิดการระบาดของโควิด 19
ไปจนถึงเทคโนโลยีดิจิทัลต่าง ๆ ที่เข้ามา Disruption ธุรกิจรูปแบบเดิม ๆ
และหากใครไม่รู้จักปรับตัวให้รวดเร็ว การจะเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต คงเป็นเรื่องยาก
ด้วยเหตุผลนี้ เลยทำให้กลุ่มธุรกิจ TCP ต้องปรับวิธีการทำธุรกิจครั้งใหญ่เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
พร้อมกับตั้งเป้าหมาย เมื่อถึงปี พ.ศ. 2567 บริษัทจะมีรายได้ 90,000 ล้านบาทต่อปี เติบโตถึง 2 เท่าหากเทียบกับปัจจุบัน
ขณะเดียวกันก็ต้องเป็นองค์กรที่ทำธุรกิจเพื่อสร้างสังคมและสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืน
กลุ่มธุรกิจ TCP จะทำสารพัดเป้าหมายที่ท้าทายบนโลกธุรกิจใบใหม่นี้ ให้สำเร็จและยั่งยืนด้วยวิธีไหน ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
การปรับตัวครั้งนี้กลุ่มธุรกิจ TCP จะใช้งบลงทุนกว่า 12,000 ล้านบาท ในระยะเวลา 3 ปี
ผ่านแนวคิด “ปลุกพลัง เพื่อวันที่ดีกว่า” ที่จะเป็นการขับเคลื่อนอยู่ 3 ส่วนหลัก ๆ
คือ แบรนด์สินค้า การขับเคลื่อนธุรกิจ และสุดท้ายคือ สิ่งแวดล้อม
ขอเริ่มต้นในภาคส่วนที่น่าจะเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของคนไทยมากที่สุดนั่นคือ “แบรนด์สินค้า”
เพราะเชื่อว่าคนไทยหลายคน คงคุ้นเคยกับแบรนด์กระทิงแดง,เรดดี้, โสมพลัส, สปอนเซอร์, แมนซั่ม, ไฮ่! , เพียวริคุ, ซันสแนค
โดยการปรับตัวครั้งนี้ของกลุ่มธุรกิจ TCP ก็เตรียมที่จะ “ปลุกพลังแบรนด์สินค้า”
ที่นอกจากจะทำให้สินค้ามีภาพลักษณ์ที่ทันสมัยขึ้นแล้วนั้น
ยังมีการพัฒนารสชาติ ไปสู่ส่วนผสมของเครื่องดื่มในเทรนด์สุขภาพตามกระแสของโลก
การเคลื่อนไหวตรงนี้ถือว่ากลุ่มธุรกิจ TCP มาถูกทางเลยทีเดียว ถึงแม้โลกของธุรกิจจะเปลี่ยนไปแค่ไหน
แต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงในภาคการแข่งขันคือ “คุณภาพสินค้า” ที่ต้องตอบโจทย์ผู้บริโภค
ตัวอย่างเช่น เครื่องดื่มให้พลังงาน “กระทิงแดง” แม้วันนี้จะมีถึง 10 กว่ารสชาติแล้วนั้น
แต่ภายใน 3 ปีต่อจากนี้ ทางกลุ่มธุรกิจ TCP จะเปิดตัวเพิ่มอีก 10 รสชาติที่เน้นไปยังผู้บริโภคกลุ่มคนรุ่นใหม่
ซึ่งจะทำให้แบรนด์กระทิงแดง ขยายไปยังคนรุ่นใหม่ อีกด้วย
ขณะเดียวกันก็มีแผนเปิดตัวแบรนด์สินค้าใหม่ ๆ เพิ่มอีก 5 แบรนด์ที่ไม่เกี่ยวกับกระทิงแดง
ความน่าสนใจมันอยู่ตรงที่ว่า การคิดค้นสินค้าใหม่ ๆ ที่จะออกสู่ตลาดในอนาคต
จะใช้วิธีการนำสารพัดข้อมูลของผู้บริโภค มาวิเคราะห์เพื่อค้นหา Unmet needs หรือความต้องการอย่างแท้จริง ที่ซ่อนอยู่ในใจของผู้บริโภค เพื่อนำมาเป็นไอเดียในการผลิตสินค้าที่ตอบโจทย์
อีกทั้ง ยังมีทีมงานใหม่ชื่อว่า New Business Development ทำงานในสไตล์ “สตาร์ทอัพ”
ที่เน้นความคล่องตัวสูง เพื่อคิดค้นสินค้าในตลาดกลุ่มผู้บริโภคคนรุ่นใหม่
อย่างผลงานล่าสุดก็คือ Hopster เครื่องดื่มฮอปโซดาและ Mindberry เยลลี่พร้อมดื่ม ที่กำลังสร้างยอดขายอย่างน่าจับตามอง
ทีนี้ เมื่อมีความพร้อมของสินค้าแล้ว ก็ต้อง “ปลุกพลังธุรกิจให้เติบโต”
ไม่ว่าจะเป็น การเพิ่มกำลังการผลิตในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะ ประเทศจีน ที่สร้างผลประกอบการให้บริษัทได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นหนึ่งในตลาดหลักของธุรกิจต่างประเทศ
อย่างที่รู้กันดีเทคโนโลยีดิจิทัลใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตผู้บริโภคทุกคน แน่นอนการที่บริษัทจะทำธุรกิจก้าวตามทันพฤติกรรมผู้บริโภค
ก็ต้องปรับเปลี่ยนตัวเองด้วย Digital Transformation
เป็นเรื่องที่กลุ่มธุรกิจ TCP มองเห็นก็เลยทำให้มีการใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ
เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานทุกคนที่ต้องรู้จักใช้เทคโนโลยี
มาลดขั้นตอนการทำงาน เพื่อความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพขึ้น
จนถึงภายในองค์กรก็ต้องใช้การบริหารจัดการ และวิเคราะห์ข้อมูล
เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
ด้วยแผนธุรกิจที่พัฒนาในทุกมิติ ก็น่าจะทำให้กลุ่มธุรกิจ TCP บรรลุเป้าหมายทั้งในแง่รายได้ และการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ
แต่ความน่าสนใจมันอยู่ตรงความเชื่อของกลุ่มธุรกิจ TCP ที่มองว่า หากธุรกิจของตัวเองมีรายได้เติบโตอย่างยั่งยืน สังคมและสิ่งแวดล้อมก็ต้องมีสุขภาพแข็งแรงเติบโตไปพร้อม ๆ กับบริษัท
ซึ่งความเชื่อดังกล่าว ก็ได้ถูกใช้เป็นนโยบายหลักในการทำธุรกิจอย่างยาวนาน
แน่นอนว่า แผนธุรกิจครั้งใหม่อย่าง “ปลุกพลัง เพื่อวันที่ดีกว่า”
สังคมและสิ่งแวดล้อมก็จะถูกขับเคลื่อนอย่างเข้มข้นขึ้นกว่าเดิมในชื่อ “ปลุกพลังห่วงใยสิ่งแวดล้อม”
โดยเฉพาะประเด็นที่ทุกบริษัททั่วโลกให้ความสำคัญคือ ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ตัวการสำคัญที่ทำให้อุณหภูมิโลกเฉลี่ยเพิ่มขึ้นปีละ 0.6-0.9 องศาเซลเซียส
กลุ่มธุรกิจ TCP เอง ก็รับรู้ปัญหาตรงนี้ ทำให้แผนธุรกิจครั้งใหม่
จึงตั้งเป้าหมายไว้ว่า ภายในปี พ.ศ. 2593 ทุกกระบวนการผลิตทั้งหมดในธุรกิจของตัวเอง
ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ จะต้องเป็นบริษัท Carbon Neutrality การตั้งเป้า “เป็นกลางทางคาร์บอน” จากทุกกระบวนการทำงานทั้งธุรกิจในประเทศไทยและต่างประเทศ
ส่วนประเด็นเรื่องบรรจุภัณฑ์สินค้าต่าง ๆ
กลุ่มธุรกิจก็กำลังคิดค้นและลงทุนพัฒนาสินค้าทั้งหมด ให้สามารถรีไซเคิลได้ 100%
โดยเชื่อว่าเรื่องนี้จะทำสำเร็จภายในปี พ.ศ. 2567 พร้อมสนับสนุนการเก็บกลับบรรจุภัณฑ์หลังการบริโภคเข้าสู่วงจรการรีไซเคิล
อีกทั้งด้วยการเป็นบริษัทที่มีธุรกิจหลักคือ เครื่องดื่ม แน่นอนว่าวัตถุดิบสำคัญในการผลิตคือ “น้ำ”
จึงเกิดแนวคิด “Water Sustainability” หรือการจัดการน้ำอย่างยั่งยืน
โดยตั้งเป้าหมายว่า ภายในปี พ.ศ. 2573 บริษัทจะสามารถคืนน้ำกลับสู่ธรรมชาติและชุมชน ให้มากกว่าปริมาณน้ำที่ใช้ในกระบวนการผลิต
และหากถามว่า การปรับตัวของกลุ่มธุรกิจ TCP ครั้งนี้ น่าสนใจตรงไหน
ก็น่าจะเป็นแนวคิดในการทำธุรกิจ เพราะแม้วันนี้บริษัทจะประสบความสำเร็จ ทั้งในแง่รายได้ และการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ จนก้าวมาเป็น บริษัทคนไทย ที่โดดเด่นในตลาดเครื่องดื่มระดับโลก
แต่ในจุดที่เหมือนจะยืนอยู่บนความสำเร็จนั้น กลับมองเห็นการเปลี่ยนแปลง ที่เกิดขึ้นมากมายบนโลกใบนี้
และหากบริษัทไม่คิดที่จะปรับตัวเข้าสู่ยุคของการเปลี่ยนแปลง
ความสำเร็จทางธุรกิจอย่างยั่งยืน คงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้
References
- งานแถลงข่าวกลุ่มธุรกิจ TCP
- https://thaipublica.org/2020/05/2020-to-be-to-hottest-year-heat-reaching-human-tolerance/
- รายงานความยั่งยืนกลุ่มธุรกิจ TCP ประจำปี 2563
Tag: TCP

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

SPONSORED
© 2024 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon