กรณีศึกษา น้ำมันรำข้าวคิง รายได้ 7,000 ล้าน

กรณีศึกษา น้ำมันรำข้าวคิง รายได้ 7,000 ล้าน

4 มิ.ย. 2022
กรณีศึกษา น้ำมันรำข้าวคิง รายได้ 7,000 ล้าน /โดย ลงทุนแมน
หากพูดถึงน้ำมันประกอบอาหารเพื่อสุขภาพ ที่มีราคาถูก
น้ำมันรำข้าว จะเป็นหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้น ๆ ที่หลายคนนึกถึง
และเมื่อพูดถึงน้ำมันรำข้าวแล้ว คนก็มักจะนึกถึง “น้ำมันรำข้าวคิง”
ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่แปลก เพราะเป็นแบรนด์น้ำมันรำข้าว ที่มียอดขายมากที่สุดในไทย
แต่รู้หรือไม่ว่ากว่าน้ำมันรำข้าวคิง จะชิงส่วนแบ่งในตลาดน้ำมันประกอบอาหาร มาได้ขนาดนี้
บริษัทต้องเจอกับปัญหา ตั้งแต่การแข่งขันด้านราคา ไปจนถึงปัญหาที่ผู้คนไม่เปิดใจยอมรับ
แล้วเรื่องราวของ น้ำมันรำข้าวคิง ที่ผ่านมาเป็นอย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
╔═══════════╗
Blockdit เป็นแพลตฟอร์ม สำหรับนักอ่าน และนักเขียน
ที่มีผู้ใช้งาน 2 ล้านคน ลองใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อได้ไอเดียใหม่ๆ
แล้วอาจพบว่าสังคมนี้เหมาะกับคนเช่นคุณ
Blockdit. Ideas Happen. Blockdit.com/download
╚═══════════╝
จุดเริ่มต้นของน้ำมันรำข้าวคิงเกิดขึ้น หลังจากเหตุการณ์ 14 ตุลา (ปี 2516) และ 6 ตุลา (ปี 2519) เมื่อนักธุรกิจต่างชาติกลัวเรื่องความไม่แน่นอนทางการเมือง บางส่วนจึงขายกิจการของตนในไทย
ซึ่งหนึ่งในนั้น มีบริษัทสัญชาติไต้หวัน ที่ชื่อว่า เทียน เยียน อุตสาหกรรม
เจ้าของโรงงานน้ำมันรำข้าวแบรนด์คิงอยู่ด้วย
คุณประสพ สันติวัฒนา เห็นโอกาสที่จะต่อยอดธุรกิจเดิมของครอบครัว ที่ผลิตน้ำมันหมูผสมรำข้าวอยู่แล้ว บวกกับเห็นว่าข้าวเป็นวัตถุดิบที่หาได้ง่ายในไทย จึงตัดสินใจเข้าซื้อกิจการดังกล่าว
และได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท น้ำมันบริโภคไทย จำกัด ซึ่งนับว่าเป็นจุดเริ่มต้นของกลุ่มน้ำมันรำข้าวคิง
ในเวลาต่อมา คุณประสพได้ดึงตัวน้องชายมาบริหารด้วย
นั่นคือ คุณประวิทย์ สันติวัฒนา ที่เพิ่งเรียนจบปริญญาโท สาขาเคมี ได้เพียง 2 ปี
แต่ในช่วงเวลานั้น กลับเป็นช่วงที่ลำบากสำหรับธุรกิจน้ำมันรำข้าว
เพราะตลาดน้ำมันประกอบอาหารมีการแข่งขันที่สูง
น้ำมันแต่ละประเภทมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน เช่น ด้านราคา หรือสุขภาพ
แต่น้ำมันรำข้าวไม่ได้มีจุดเด่นอะไร รวมถึงมีภาพลักษณ์ที่ไม่ดี
จากรำข้าวที่เป็นอาหารของสัตว์ ทำให้การขายน้ำมันรำข้าวเป็นเรื่องที่ยาก
พอเรื่องเป็นแบบนี้ ทำให้บริษัทต้องคิดและสร้างจุดเด่นขึ้นมาใหม่
โดยเริ่มจากการโฟกัสทางด้านราคา เพราะเป็นปัจจัยที่ผู้คนมักใช้ในการตัดสินใจซื้อ

หากบริษัทต้องการลดราคาขาย ก็ต้องลดต้นทุนให้ได้ก่อน
คุณประสพและคุณประวิทย์จึงปรึกษาหารือกัน ว่าจะมีวิธีใดที่จะช่วยลดต้นทุนได้บ้าง และก็ได้คำตอบว่า “ควรเปลี่ยนเครื่องจักร”
เพราะเครื่องจักรเดิมทำงานได้แค่ระยะสั้น ๆ ก็ต้องหยุดซ่อมแซมแล้ว
อย่างไรก็ตาม หากจะเข้าไปแข่งขันด้านราคากับน้ำมันปาล์ม ก็ดูเหมือนว่าจะแข่งขันไม่ได้
เพราะยังมีต้นทุนที่สูงกว่าอยู่ดี ทำได้แค่เพียงรักษาราคา ให้ไม่สูงจากน้ำมันปาล์มมากนัก
คุณประวิทย์เลยต้องหันมามองหาจุดเด่นด้านคุณภาพ และด้วยการศึกษาค้นคว้า
ก็ได้พบว่า น้ำมันรำข้าวมี “Gamma Oryzanol” หรือก็คือ สารต้านอนุมูลอิสระ
ซึ่งช่วยเรื่องสุขภาพและไม่มีในน้ำมันชนิดอื่น บริษัทจึงได้ใช้จุดนี้เป็นข้อได้เปรียบ และนำเสนอประโยชน์ของน้ำมันรำข้าว
ในเวลาต่อมา พอตลาดเริ่มรับรู้ว่าน้ำมันรำข้าวก็มีประโยชน์
ผู้คนจึงค่อย ๆ เปิดใจ และเริ่มยอมรับน้ำมันรำข้าวเป็นตัวเลือกมากขึ้น
อย่างไรก็ดี บริษัทยังต้องเจอกับปัญหาที่ท้าทายอีกครั้ง เมื่อการขยายตัวของเมือง โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เริ่มเป็นปัญหาและได้ส่งผลกระทบต่อต้นทุนด้านโลจิสติกส์ที่สูงขึ้น
บริษัทแก้ปัญหาด้วยการเปิดโรงงานแห่งที่ 2 ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งอยู่ใกล้กับแหล่งซัปพลายเออร์ และนั่นเป็นที่มาของบริษัท ไทยร่วมใจน้ำมันพืช จำกัด
นอกจากนี้บริษัทยังพยายามจูงใจเกษตรกรให้นำรำข้าวมาขายที่โรงงาน
ด้วยการให้ราคาที่สูงสำหรับรำข้าวที่มีคุณภาพ
และเมื่อจังหวัดนครราชสีมา มีการปลูกข้าวมากขึ้น จนติดอันดับต้น ๆ ของประเทศ
น้ำมันรำข้าวคิง ก็ตัดสินใจขยายโรงงานแห่งที่ 3 หรือก็คือบริษัท ไทยร่วมใจโคราช จำกัด
ก่อนที่ผลประกอบการของบริษัทจะเริ่มเติบโต จากการที่ส่งออกน้ำมันรำข้าวไปยังต่างประเทศ
เช่น เกาหลี ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย
ด้วยความที่ต่างประเทศคุ้นชินกับน้ำมันรำข้าวอยู่แล้ว ส่งผลให้รายได้จากต่างประเทศ เติบโตอย่างรวดเร็ว จนเทียบเท่ากับรายได้ภายในประเทศ
โดยผลประกอบการที่ผ่านมาของกลุ่มน้ำมันรำข้าวคิง
บริษัท น้ำมันบริโภคไทย จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกลุ่มน้ำมันรำข้าวคิง
ทำหน้าที่ในการผลิตน้ำมันรำข้าวตราคิง ที่เรารู้จักกัน
ปี 2562 รายได้ 2,194 ล้านบาท กำไร 198 ล้านบาท
ปี 2563 รายได้ 2,269 ล้านบาท กำไร 177 ล้านบาท
ปี 2564 รายได้ 2,214 ล้านบาท กำไร 274 ล้านบาท
บริษัท ไทยร่วมใจน้ำมันพืช จำกัด เป็นโรงงานสกัดน้ำมันรำข้าว
โดยผลิตน้ำมันรำข้าวดิบ และรำสกัดน้ำมันคุณภาพสูง สำหรับธุรกิจอาหารสัตว์
ปี 2562 รายได้ 2,561 ล้านบาท กำไร 44 ล้านบาท
ปี 2563 รายได้ 2,616 ล้านบาท กำไร 47 ล้านบาท
ปี 2564 รายได้ 3,309 ล้านบาท กำไร 190 ล้านบาท
บริษัท ไทยร่วมใจโคราช จำกัด ซึ่งรูปแบบธุรกิจไม่ได้แตกต่างจากบริษัทที่ 2
เพียงแค่ว่าโรงงานเดิมตั้งอยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แต่โรงงานใหม่ตั้งอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมา
ปี 2562 รายได้ 1,367 ล้านบาท ขาดทุน 62 ล้านบาท
ปี 2563 รายได้ 1,354 ล้านบาท กำไร 9 ล้านบาท
ปี 2564 รายได้ 1,814 ล้านบาท กำไร 90 ล้านบาท
จะเห็นได้ว่าเมื่อรวมทั้ง 3 บริษัท ในปี 2564 กลุ่มน้ำมันรำข้าวคิงจะมีรายได้ 7,337 ล้านบาท
ในขณะที่ทั้งกลุ่มมีกำไรรวมกัน 554 ล้านบาท เลยทีเดียว
และนี่ก็คือเรื่องราวของกลุ่มน้ำมันรำข้าวคิง บริษัทที่เปลี่ยนน้ำมันที่ไม่มีใครยอมรับ
จนกลายเป็นตัวเลือกที่คนรักสุขภาพต้องนึกถึง
จากเรื่องราวนี้ ทำให้เห็นว่าแม้ภาพลักษณ์ของสินค้าหรือบริการจะแย่ในช่วงเริ่มต้น
แต่ถ้าหากเราสามารถนำเสนอคุณประโยชน์ และทำให้ผู้บริโภครับรู้ได้ว่า ผลิตภัณฑ์ของเราเป็นของดี เราก็สามารถสร้างภาพลักษณ์ ให้มันกลายเป็นสินค้าขายดีได้ เช่นกัน..
╔═══════════╗
Blockdit เป็นแพลตฟอร์ม สำหรับนักอ่าน และนักเขียน
ที่มีผู้ใช้งาน 2 ล้านคน ลองใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อได้ไอเดียใหม่ๆ
แล้วอาจพบว่าสังคมนี้เหมาะกับคนเช่นคุณ
Blockdit. Ideas Happen. Blockdit.com/download
╚═══════════╝
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - facebook.com/longtunman
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
Line - page.line.me/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
TikTok - tiktok.com/@longtunman
Spotify - open.spotify.com/show/4jz0qVn1AL7tRMHiTvMbZH
Apple Podcasts - podcasts.apple.com/th/podcast/ลงท-นแมน/id1543162829
Soundcloud - soundcloud.com/longtunman
References
-https://kingriceoilgroup.com/th/king-rice-oil-group/
-กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
-https://forbesthailand.com/people/entrepreneurs/
-https://www.bangkokbiznews.com/business/645567
© 2022 Longtunman. All rights reserved.