นิคมอุตสาหกรรม มาบตาพุด ศูนย์กลางปิโตรเคมี อันดับ 8 ของโลก

นิคมอุตสาหกรรม มาบตาพุด ศูนย์กลางปิโตรเคมี อันดับ 8 ของโลก

14 ธ.ค. 2022
นิคมอุตสาหกรรม มาบตาพุด ศูนย์กลางปิโตรเคมี อันดับ 8 ของโลก /โดย ลงทุนแมน
พูดถึง ระยอง หลายคนน่าจะนึกถึง จังหวัดแห่งอุตสาหกรรม ที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศมาอย่างยาวนาน
รู้ไหมว่า “นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด” ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดระยองนั้น ถือเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่ใหญ่เป็นอันดับ 8 ของโลก
แล้วนิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้ เป็นมาอย่างไร
มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยมากแค่ไหน
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
╔═══════════╗
ภาวะเงินเฟ้อ ตลาดผันผวนแบบนี้ ติดตามข่าวเศรษฐกิจแบบเน้น ๆ จากหลายเพจได้ใน Blockdit - คอนเทนต์แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานเป็นประจำ 2 ล้านคน ลองใช้ฟรี blockdit.com/download
╚═══════════╝
จุดเริ่มต้นของ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด เกิดจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 5 (ปี 2525-2529) โดยมีจุดประสงค์ เพื่อแก้ปัญหาการกระจุกตัวของอุตสาหกรรมในกรุงเทพฯ และต้องการกระจายความเจริญออกสู่ต่างจังหวัด
ซึ่งหนึ่งในแผนนั้นก็มี โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก หรือ Eastern Seaboard Development Program ที่อยู่บริเวณพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง รวมอยู่ด้วย
สาเหตุที่ต้องเป็นพื้นที่ดังกล่าว ก็เพราะว่ามีความได้เปรียบกว่าพื้นที่อื่นหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น
- อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ
- พื้นที่ส่วนใหญ่ติดกับอ่าวไทย ซึ่งเป็นช่องทางขนส่งสินค้าได้ง่าย
- สามารถส่งสินค้าที่ผลิตจากภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และส่งไปต่างประเทศได้ โดยไม่ต้องผ่านกรุงเทพฯ
- มีโครงข่ายด้านคมนาคมเชื่อมโยงกันดี เช่น สนามบินอู่ตะเภา ท่าเรือน้ำลึก เป็นต้น
- มีพื้นที่ใกล้เคียงกับแหล่งก๊าซธรรมชาติในทะเล ทำให้สามารถขนส่งขึ้นบก ในต้นทุนที่ต่ำกว่าพื้นที่อื่น
โดยก๊าซธรรมชาติ ถือเป็นวัตถุดิบสำคัญ ในการผลิตของหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น ปิโตรเคมี ปุ๋ยเคมี เป็นต้น
พอเป็นแบบนี้ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง จึงได้ถูกจัดตั้งขึ้นมาในปี 2532 โดยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กระทรวงอุตสาหกรรม
เพื่อมารองรับอุตสาหกรรมหนัก ได้แก่ อุตสาหกรรมปิโตรเคมี โรงกลั่นน้ำมัน โรงแยกก๊าซธรรมชาติ โรงผลิตเหล็กและเหล็กกล้า โรงงานพลาสติก โรงงานเคมี และปุ๋ยเคมี รวมถึงโรงประกอบรถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์
ต้องบอกว่า การเกิดขึ้นของนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ถือเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนที่สำคัญของเศรษฐกิจของประเทศมาอย่างยาวนาน
โดยก่อนหน้า การก่อตั้งนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดจะเกิดขึ้น ในช่วงปี 2524-2531 เศรษฐกิจไทยนั้นเติบโตเฉลี่ยปีละ 7.0% แต่หลังจากนั้น ในช่วงปี 2532-2538 เศรษฐกิจไทยเติบโตเฉลี่ยสูงถึงปีละ 9.2% เลยทีเดียว
ที่น่าสนใจคือ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ยังขึ้นมาเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่ใหญ่เป็นอันดับ 8 ของโลก อีกด้วย

ตัวอย่างบริษัทปิโตรเคมีชั้นนำที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด อย่างเช่น
- บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล หรือ PTTGC
- บมจ.เอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ SCGC
- บจ.ดาว เคมิคอล ประเทศไทย หรือ DOW
รู้ไหมว่า ประเทศไทยส่งออกผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี เม็ดพลาสติก และปิโตรเลียม ใน 10 เดือนแรกของปีนี้ มีมูลค่ารวมกันสูงถึง 900,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 11% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด
นอกจากนี้ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ยังทำให้มูลค่าเศรษฐกิจของจังหวัดระยองนั้น เติบโตอย่างรวดเร็ว ผ่านการลงทุน และสร้างการจ้างงานอีกด้วย
สะท้อนจากข้อมูลของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. ในปี 2562 จังหวัดที่มีรายได้เฉลี่ยต่อหัวสูงสุดในประเทศไทย 3 อันดับแรก คือ
- ระยอง รายได้เฉลี่ยต่อหัวเดือนละ 91,600 บาท
- ชลบุรี รายได้เฉลี่ยต่อหัวเดือนละ 48,500 บาท
- กรุงเทพฯ รายได้เฉลี่ยต่อหัวเดือนละ 47,800 บาท
แต่อีกมุมหนึ่ง ด้วยการที่เป็นที่ตั้งของอุตสาหกรรมหนักหลายอย่าง ก็นำมาซึ่งปัญหาด้านสภาพแวดล้อมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ข้อมูลจากสถาบันทรัพยากรโลก ในปี 2560 พื้นที่บริเวณนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดนั้น ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ ที่มีมลพิษมากที่สุดของประเทศไทย ส่งผลเสียทั้งต่อสิ่งแวดล้อม และสุขภาพของผู้คนในบริเวณดังกล่าว

ที่ผ่านมา ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ก็ได้มีการร่วมมือกัน หามาตรการต่าง ๆ เพื่อขจัดและลดมลพิษ
อย่างเช่น กำหนดให้โรงงาน มีระบบบำบัดหรือกำจัดของเสีย จากกระบวนการผลิต ให้เป็นไปตามค่ามาตรฐานของกรมควบคุมมลพิษ
แต่ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่า ในอนาคตปัญหามลพิษจะได้รับการแก้ไข ได้ดีขึ้นมากน้อยแค่ไหน เพราะถือเป็นต้นทุนทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ที่ผู้เกี่ยวข้องไม่ควรมองข้าม
และทั้งหมดนี้ ก็คือเรื่องราวของ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ที่เป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญต่อเศรษฐกิจไทยมานานกว่า 30 ปี
ที่หลายคนอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนว่า ศูนย์กลางอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่ใหญ่เป็นอันดับ 8 ของโลกนั้น ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดของประเทศไทยเรานี่เอง..
╔═══════════╗
ภาวะเงินเฟ้อ ตลาดผันผวนแบบนี้ ติดตามข่าวเศรษฐกิจแบบเน้น ๆ จากหลายเพจได้ใน Blockdit - คอนเทนต์แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานเป็นประจำ 2 ล้านคน ลองใช้ฟรี blockdit.com/download
╚═══════════╝
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - facebook.com/longtunman
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
TikTok - tiktok.com/@longtunman
Spotify - open.spotify.com/show/4jz0qVn1AL7tRMHiTvMbZH
Apple Podcasts - podcasts.apple.com/th/podcast/ลงทุนแมน/id1543162829
Soundcloud - soundcloud.com/longtunman
References
-https://www.eeco.or.th/web-upload/filecenter/html/establishment/Feasibility/013.pdf
-http://www.mtpie.com/menu-01.html
-https://data.worldbank.org/indicator/NY.GDP.MKTP.KD.ZG?locations=TH
-https://tradereport.moc.go.th/Report/Default.aspx?Report
-https://en.wikipedia.org/wiki/List_of_Thai_provinces_by_GPP
© 2022 Longtunman. All rights reserved.