รู้จัก “กำไรมองทะลุ” อีกหนึ่งเครื่องมือที่ บัฟเฟตต์ ใช้วิเคราะห์ธุรกิจ

รู้จัก “กำไรมองทะลุ” อีกหนึ่งเครื่องมือที่ บัฟเฟตต์ ใช้วิเคราะห์ธุรกิจ

รู้จัก “กำไรมองทะลุ” อีกหนึ่งเครื่องมือที่ บัฟเฟตต์ ใช้วิเคราะห์ธุรกิจ /โดย ลงทุนแมน
เวลาเราอ่านงบการเงินของบริษัท “กำไรสุทธิ” มักเป็นสิ่งที่นักลงทุนส่วนใหญ่ ใช้ในการตัดสินใจลงทุน
ซึ่งบริษัทส่วนใหญ่ ก็รายงานผลกำไรสุทธิ ตามมาตรฐานบัญชี
อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่แต่ละบริษัท มีโมเดลธุรกิจและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน ทำให้มาตรฐานบัญชีที่มีอยู่ ไม่สามารถตอบโจทย์ได้ทั้งหมด
ทำให้ในบางครั้ง กำไรสุทธิ ที่เราเห็นในบรรทัดสุดท้ายของงบการเงิน อาจไม่ได้สะท้อนความเป็นจริงของธุรกิจเสมอไป
อย่างเช่นกรณีที่บริษัทแม่ มีการถือหุ้นในบริษัทลูก หลากหลายแห่ง ซึ่งถ้ายึดตามมาตรฐานบัญชี งบการเงินของบริษัทแม่ ก็อาจไม่มีการสะท้อนผลงานของบริษัทลูก ได้อย่างแท้จริง
นักลงทุนชื่อดังอย่าง วอร์เรน บัฟเฟตต์ จึงเสนอให้ใช้ “Look-Through Earnings” หรือกำไรมองทะลุ มาช่วยในการวิเคราะห์ธุรกิจ
Look-Through Earnings คืออะไร ?
และจะช่วยในการวิเคราะห์ธุรกิจ ได้อย่างไร
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
╔═══════════╗
ส่องพอร์ต ดู Top 10 หุ้นของวอร์เรน บัฟเฟตต์ ในแอปฯ​ StockRadars PLUS กัน ดาวน์โหลดแอปฯ และเปิดบัญชีเทรดผ่าน StockRadars PLUS ที่นี่เลย > https://stockradarsplus.page.link/LTMFB
╚═══════════╝
โดยปกติแล้ว ถ้าบริษัทแม่ถือหุ้นในบริษัทลูก ตามมาตรฐานบัญชี เราจะสามารถบันทึกบัญชีได้ 3 รูปแบบ ได้แก่
- วิธีราคาทุน หากบริษัทแม่ถือหุ้นไม่เกิน 20%
- วิธีส่วนได้เสีย หากบริษัทแม่ถือหุ้น 20% ถึง 50%
- วิธีงบการเงินรวม หากบริษัทแม่ถือหุ้นเกิน 50%
ซึ่งแต่ละวิธี ก็จะมีลักษณะการบันทึกบัญชีที่แตกต่างกันออกไป
อย่างไรก็ตาม ใช่ว่ามาตรฐานบัญชี จะตอบโจทย์นักลงทุนได้เสมอไป
เพราะนักลงทุนบางคน ก็มองว่ามาตรฐานบัญชีที่ใช้กันนั้น ไม่ได้สะท้อนความจริงเท่าที่ควร
โดยหนึ่งในนักลงทุนที่ว่า ก็คือ วอร์เรน บัฟเฟตต์ นักลงทุนชื่อก้องโลกนั่นเอง
ซึ่งเขามองว่า หากบริษัทแม่ถือหุ้นบริษัทลูก ในสัดส่วนน้อย ๆ ไม่ถึง 20% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดแล้ว
บริษัทแม่ก็จะต้องบันทึกบัญชี ด้วยวิธีราคาทุน
และบันทึกรับรู้ผลกำไรขาดทุนจากบริษัทลูก เมื่อมีการจ่ายเงินปันผล หรือขายหุ้นบริษัทลูกแล้วเท่านั้น
(ยกเว้น บริษัทนั้นจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ที่มีราคาตลาด ถึงจะรับรู้ส่วนเปลี่ยนแปลงของราคาตลาดได้)
ถ้าหากบริษัทลูกไม่มีการจ่ายเงินปันผล หรือบริษัทแม่ไม่ได้ขายหุ้นทิ้ง
บริษัทแม่ ก็จะไม่รับรู้ผลกระทบทางบัญชีใด ๆ จากบริษัทลูกเลย
หรือแม้แต่ในกรณีที่บริษัทลูก เลือกจ่ายเงินปันผลนิดเดียว แต่เก็บกำไรส่วนใหญ่ไว้กับตัวเอง
ก็ทำให้บางที บริษัทแม่รายงานผลกำไรน้อยกว่าที่ควรจะเป็น
เช่น บริษัท A ถือหุ้นบริษัท B ในสัดส่วน 10%
หากบริษัท B มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และในปีนั้นรายการกำไรออกมา 100 ล้านบาท โดยมีการจ่ายเงินปันผล 10 ล้านบาท (สมมติไม่คิดเรื่องภาษี)
หากยึดตามมาตรฐานบัญชี บริษัท A ก็จะบันทึกรายได้เท่ากับเงินปันผลที่ได้รับมา ตามสัดส่วน 10% ก็คือ 1 ล้านบาทนั่นเอง
ซึ่งในมุมของบัฟเฟตต์ จริง ๆ แล้วบริษัท A ควรรับรู้ผลกระทบมากกว่าเงินปันผล เพราะบริษัท A มีสิทธิ์ในกำไร 100 ล้านบาท ของบริษัท B ตามสัดส่วนการถือหุ้นด้วย แต่ข้อจำกัดของมาตรฐานบัญชี เลยทำให้ไม่สามารถรับรู้กำไรในส่วนนี้ได้
ด้วยช่องว่างตรงนี้เอง ดังนั้น บัฟเฟตต์จึงเสนอ “กำไรมองทะลุ” หรือ “Look-Through Earnings” ขึ้น เพื่อให้งบการเงินของบริษัทแม่ สะท้อนผลการดำเนินงานของบริษัทลูก ได้อย่างชัดเจนมากขึ้น
แล้วแนวคิดของ Look-Through Earnings เป็นอย่างไร ?
หลักการของ Look-Through Earnings ก็คือการมองถึงผลกำไรที่เกิดขึ้นในบริษัทลูก ตามสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทแม่จริง ๆ
ซึ่งไม่ว่าบริษัทลูก จะมีการจ่ายเงินปันผลหรือไม่ ผลตอบแทนทั้งหมด ก็จะถูกรวมอยู่ใน Look-Through Earnings ด้วยเหมือนกัน
โดยแนวคิดนี้ ทำให้ผลประกอบการของบริษัทแม่ สามารถรับรู้ผลการดำเนินงานของบริษัทลูก ได้ตามความเป็นจริง ไม่ว่าบริษัทแม่จะถือหุ้นเป็นจำนวนเท่าไรก็ตาม
เราสามารถหา Look-Through Earnings ได้อย่างไร ?
Look-Through Earnings มีที่มาจากการนำเงินปันผลที่ได้จากบริษัทลูก รวมกับ Retained Earnings ของบริษัทลูกตามสัดส่วนการถือหุ้น แล้วหักด้วยภาษีเงินปันผล
จะเห็นว่าวิธี Look-Through Earnings นั้น จะมีการคิดรวม Retained Earnings หรือกำไรส่วนที่ไม่ได้จ่ายเป็นเงินปันผลเข้ามาด้วย
เพราะบัฟเฟตต์มองว่า เงินส่วนนี้จะไหลกลับเข้าสู่บริษัท และถูกนำไปลงทุนต่อ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่มากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อบริษัทแม่ รวมถึงนักลงทุนทุกคน ในระยะยาว
ดังนั้นจึงต้องนำส่วนนี้ มาสะท้อนในผลกำไรของบริษัทแม่ด้วย
แนวคิด Look-Through Earnings นั้น มีประโยชน์อย่างมาก เวลาที่เราวิเคราะห์บริษัทประเภท Holding Company หรือบริษัทที่ประกอบธุรกิจ โดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น
โดยที่บริษัทลูก ไม่นิยมจ่ายเงินปันผล เพราะเหตุผลทางภาษี แต่เลือกที่จะเก็บเป็นกำไรสะสม หรือซื้อหุ้นคืน
ซึ่งมักเป็นท่าประจำของบริษัท ในสหรัฐอเมริกานั่นเอง
จากตัวอย่างด้านบน หากเราคำนวณ Look-Through Earnings ของบริษัท A ที่ถือหุ้นในบริษัท B
เราก็ต้องนำเงินปันผลที่ได้ 1 ล้านบาท มารวมกับ Retained Earnings ตามสัดส่วนการถือหุ้น ซึ่งอยู่ที่ 9 ล้านบาท
เท่ากับว่า Look-Through Earnings จะมีค่าเท่ากับ 10 ล้านบาท นั่นเอง
และเมื่อได้ค่า Look-Through Earnings แล้ว เราก็สามารถนำไปคิดรวมกับกำไรอื่น ๆ ของบริษัทแม่
เพื่อทำให้กำไรของบริษัทแม่ ออกมาอยู่ในรูปแบบที่สะท้อนถึงผลการดำเนินงานจากบริษัทลูก ตามความเป็นจริง
แล้วนำไปใช้วิเคราะห์ในเชิงธุรกิจต่อ เช่น ประเมินมูลค่ากิจการของบริษัทแม่, เปรียบเทียบผลการดำเนินงานกับตัวเองในอดีต หรือแม้แต่ของคู่แข่ง
อย่างไรก็ตาม หากเราใช้ Look-Through Earnings เข้ามาช่วยในการวิเคราะห์หุ้น เราก็ต้องมั่นใจว่า บริษัทลูกเหล่านั้น มีคุณภาพและสามารถเติบโตได้จริง ๆ
โดยการวิเคราะห์บริษัททั้งในเชิงคุณภาพและปริมาณ
เพราะถ้าหากบริษัทเหล่านั้น ไม่สามารถนำเงินที่เก็บไว้ไปสร้างการเติบโต หรือสร้างผลตอบแทนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การนำเงินก้อนนั้นมาจ่ายเป็นเงินปันผลให้แก่นักลงทุน อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
และทั้งหมดนี้ ก็คือเบื้องหลังแนวคิด Look-Through Earnings ที่วอร์เรน บัฟเฟตต์ คิดค้นขึ้น เพื่อให้เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือ ช่วยวิเคราะห์ธุรกิจให้ตรงตามศักยภาพที่แท้จริง มากขึ้นนั่นเอง
╔═══════════╗
🕵️‍♂️ มาแอบส่องพอร์ต ดู Top 10 หุ้นของวอร์เรน บัฟเฟตต์ จากกลุ่มบริษัทโฮลดิ้ง Berkshire Hathaway ในแอปฯ​ StockRadars PLUS กัน! โดยในแอปฯ ได้รวมมาให้แล้ว อยู่ใน Radars “Warren Buffett Top Picks”
ชอบหุ้นตัวไหน ก็สามารถเทรดตรงด้วยตัวเอง หรือถ้าอยากซื้อหุ้นตามยกเซ็ตทั้ง 10 หุ้น สามารถเลือก Combo Trade คลิกเดียวได้ทั้งตะกร้า แล้วยังมี Insight ข้อมูลผู้ถือหุ้นรายใหญ่อื่นๆ ให้ส่องอีกเยอะมาก
📍ใครสนใจดาวน์โหลดแอปฯ และเปิดบัญชีเทรดผ่าน StockRadars PLUS เพื่อลงทุนตรงในหุ้นและ ETF อเมริกาได้ที่นี่เลย > https://stockradarsplus.page.link/LTMFB
╚═══════════╝
References
-https://www.investopedia.com/terms/l/look-through-earnings.asp
-https://www.berkshirehathaway.com/owners.html
-https://www.cnbc.com/2018/10/17/jp-morgan-berkshire-hathaway-shares-look-really-cheap-using-buffett-method.html

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon