ทำไม “ลำพูน” ถึงครองแชมป์ จังหวัดที่มีรายได้ต่อหัวสูงสุดในภาคเหนือ ?

ทำไม “ลำพูน” ถึงครองแชมป์ จังหวัดที่มีรายได้ต่อหัวสูงสุดในภาคเหนือ ?

ทำไม “ลำพูน” ถึงครองแชมป์ จังหวัดที่มีรายได้ต่อหัวสูงสุดในภาคเหนือ ? /โดย ลงทุนแมน
ถ้าพูดถึงภาคเหนือ ภาพจำแรกของใครหลายคน คงหนีไม่พ้นเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเมืองหลวงทางเศรษฐกิจ และศูนย์กลางการท่องเที่ยวแห่งแดนเหนือ
ขณะที่ถ้าพูดถึงลำพูน ภาพในหัวของเรา ก็จะเป็นเมืองเก่าแก่ที่แสนเงียบสงบ พระธาตุหริภุญชัย หรือสวนลำไยสีทองที่กว้างสุดลูกหูลูกตา
แต่รู้หรือไม่ว่า ภายใต้ความเงียบสงบนั้น ลำพูนกลับซ่อนเครื่องจักรทางเศรษฐกิจ ขนาดมหึมาเอาไว้
ซึ่งเครื่องจักรนี้ ได้ทำให้จังหวัดที่มีขนาดเล็กที่สุดในภาคเหนืออย่างลำพูน ครองแชมป์จังหวัดที่มีผลิตภัณฑ์มวลรวมต่อหัว (GPP per capita) สูงที่สุดในภูมิภาคมาอย่างยาวนาน
โดยในปี 2567 ที่ผ่านมา ลำพูนมี GPP per capita อยู่ที่ 240,218 บาท แซงหน้าแม้กระทั่งเมืองใหญ่อย่างเชียงใหม่ ซึ่งอยู่ที่ 163,229 บาท
แล้วทำไมจังหวัดเล็ก ๆ แห่งนี้ ถึงกลายมาเป็นเศรษฐีเงียบแห่งภาคเหนือ ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ถ้าลองเจาะเข้าไปที่ไส้ในของเศรษฐกิจภาคเหนือ จะพบความจริงที่น่าสนใจข้อหนึ่ง
นั่นก็คือเชียงใหม่ ที่เป็นเหมือนพี่ใหญ่ในภูมิภาคนั้น แม้จะมีขนาดเศรษฐกิจ (GPP) ที่ใหญ่มาก
แต่เมื่อนำมูลค่าเศรษฐกิจทั้งหมด มาหารเฉลี่ยต่อจำนวนประชากร (GPP per capita) จะพบว่า จังหวัดใกล้เคียงอย่างลำพูน กลับสร้างมูลค่าต่อหัวได้สูงกว่า
ถ้าจะมองว่า นั่นเป็นเพราะลำพูนมีตัวหารในสมการ ซึ่งก็คือจำนวนประชากรที่น้อยกว่า ก็เป็นความจริงส่วนหนึ่ง
แต่อีกตัวแปรสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม นั่นก็คือรายได้ ที่เป็นตัวตั้งในสมการนี้ ซึ่งเป็นเม็ดเงินที่ลำพูนสร้างได้จริง ๆ
คำถามต่อมาคือ แล้วลำพูน สร้างมูลค่าเศรษฐกิจ มาจากไหน ?
คำตอบไม่ได้อยู่ที่ลำไย หรือสินค้าเกษตร เพียงอย่างเดียว แต่เป็นสถานที่ ที่เรียกว่านิคมอุตสาหกรรม
แม้จะเป็นจังหวัดเล็ก ๆ แต่ลำพูนกลับมีนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ตั้งอยู่ อาทิ
- นิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตของภาคเหนือ
- สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ ที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ในภูมิภาค
แล้วลำพูนเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมของภาคเหนือ ได้อย่างไร ?
ย้อนกลับไปหลายสิบปีก่อน รัฐบาลไทยต้องการขยายพื้นที่อุตสาหกรรม จากกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
ไปยังส่วนภูมิภาค
โดยวางแผนจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมขึ้นในภาคเหนือ
ลำพูนซึ่งมีพื้นที่ใกล้กับเมืองใหญ่อย่างเชียงใหม่ จึงถูกวางยุทธศาสตร์ให้เป็นฐานที่ตั้งของเมืองอุตสาหกรรม
ด้วยความที่ลำพูน เป็นแหล่งเพาะปลูกพืชผลหลายชนิด ทำให้ในช่วงแรก นิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่ที่สร้างขึ้นนี้ จะมุ่งเน้นอุตสาหกรรมแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร
อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนสำคัญได้เกิดขึ้น เมื่อบริษัทต่างชาติจำนวนมาก โดยเฉพาะญี่ปุ่น ที่ได้รับผลกระทบจากข้อตกลง Plaza Accord ของสหรัฐอเมริกา ได้มองหาฐานการผลิตใหม่ ๆ เพื่อลดความเสี่ยง
นั่นทำให้ลำพูน ได้กลายมาเป็นหนึ่งในฐานการผลิตสำคัญของไทยไปโดยปริยาย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
โดยมีบริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่ ทั้งจากญี่ปุ่น ยุโรป หรือชาติอื่น ๆ ในเอเชีย เลือกมาปักหมุดตั้งโรงงานที่นี่
ไม่ว่าจะเป็น ผู้ผลิตชิ้นส่วนฮาร์ดดิสก์, แผงวงจรไฟฟ้า (PCB) ไปจนถึงอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ เช่น
- Murata Electronics ผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ สัญชาติญี่ปุ่น
- Hana Microelectronics ผู้ผลิตและทดสอบแผงวงจรไฟฟ้าสำเร็จรูป (PCBA) รายใหญ่ของไทย
- Pandora Production ผู้นำอุตสาหกรรมอัญมณี จากเดนมาร์ก
ทั้งหมดนี้ทำให้โครงสร้างเศรษฐกิจของลำพูน พึ่งพาภาคอุตสาหกรรม สูงถึงกว่า 50% ของรายได้จังหวัด
ต่างจากเชียงใหม่ ที่พึ่งพาภาคบริการและการท่องเที่ยวเป็นหลัก
นั่นหมายความว่า ในขณะที่นักท่องเที่ยวกำลังจิบกาแฟ หรือถ่ายรูปสวย ๆ อยู่ที่เชียงใหม่
เครื่องจักรของโรงงานต่าง ๆ ในลำพูน ก็กำลังเดินเครื่องเพื่อสร้างเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเช่นกัน
ด้วยความที่สินค้าเทคโนโลยีและอุตสาหกรรม มักสร้างมูลค่าเพิ่ม ได้สูงกว่าสินค้าเกษตรทั่วไป
จึงไม่แปลกที่เมื่อนำรายได้มหาศาลนี้ มาหารเฉลี่ยต่อหัวประชากร ทำให้ลำพูน กลายเป็นจังหวัดที่ตัวเลขรายได้พุ่งสูงขึ้น จนแซงหน้าหลายจังหวัดไปได้
อีกหนึ่งจิกซอว์ชิ้นสำคัญ ที่ทำให้โมเดลเศรษฐกิจของลำพูนแข็งแกร่ง คือทำเลที่ตั้ง ที่เปรียบเสมือนเมืองฝาแฝด กับเชียงใหม่
นั่นเป็นเพราะลำพูนและเชียงใหม่ อยู่ห่างกันเพียงแค่ 20-30 กิโลเมตร ซึ่งด้วยระยะทางที่ใกล้กันขนาดนี้ ทำให้เกิดการแบ่งหน้าที่กันอย่างลงตัว
โดยเชียงใหม่ เปรียบเสมือน “ห้องรับแขก” จากภูมิภาคหรือประเทศอื่น ๆ ที่มายังภาคเหนือ
เพราะมีสนามบินนานาชาติ ห้างสรรพสินค้า โรงเรียนนานาชาติ และที่พักอาศัย รองรับไลฟ์สไตล์คนทุกรูปแบบ
ขณะที่ลำพูน เปรียบเสมือน “โรงงานผลิต” เพราะมีที่ดิน มีนิคมอุตสาหกรรม และมีระบบโลจิสติกส์ รวมถึงห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ที่เอื้อต่ออุตสาหกรรมการผลิต
ด้วยโครงสร้างแบบที่ว่านี้ ทำให้ผู้คนที่ประกอบอาชีพต่าง ๆ ทั้งผู้บริหาร วิศวกร หรือคนที่ทำงานโรงงานในลำพูน
เลือกที่จะซื้อบ้าน หรือใช้ชีวิต กิน เที่ยว ในเชียงใหม่
ขณะเดียวกัน ก็ขับรถไปทำงานสร้างรายได้ ในลำพูน
Ecosystem นี้เอง ช่วยเสริมแกร่งให้ลำพูน สามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนมหาศาลจากต่างชาติได้ โดยที่ไม่ต้องแบกรับต้นทุนความแออัด หรือปัญหาสังคมเมือง ไว้กับตัวเองทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม แม้ลำพูนจะเป็น “เล็กพริกขี้หนู” แห่งภาคเหนือ
แต่ด้วยโมเดลเศรษฐกิจที่เหมือนมีสองโลก ซ้อนทับกันอยู่ในเมืองเดียวนี้ ก็มีความท้าทายใหญ่ซ่อนอยู่ นั่นคือกับดักความเหลื่อมล้ำ
เพราะในขณะที่ตัวเลข GPP per capita ดูสวยหรู
แต่ความมั่งคั่งส่วนใหญ่ กลับกระจุกตัวอยู่ในรั้วของโรงงานอุตสาหกรรม
ขณะที่คนท้องถิ่นจำนวนมาก ยังคงฝากชีวิตไว้กับภาคเกษตรกรรม โดยเฉพาะ “สวนลำไย” ซึ่งต้องเผชิญกับความผันผวน ทั้งเรื่องราคาและสภาพดินฟ้าอากาศ
นั่นทำให้ลำพูน อยู่ในภาวะที่นักเศรษฐศาสตร์เรียกว่า Dual Economy หรือเศรษฐกิจสองขั้ว คือมีทั้งภาคอุตสาหกรรมที่เป็นเหมือนเครื่องจักรผลิตเงิน และภาคเกษตรกรรมดั้งเดิม อยู่ในจังหวัดเดียวกัน
นอกจากนั้น การพึ่งพาอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์เป็นรายได้หลัก ก็เปรียบเสมือนดาบสองคม
เพราะโลกเทคโนโลยีนั้น หมุนเร็วอยู่ตลอดเวลา
หากวันหนึ่งสินค้าแบบเดิม ถูกแทนที่ด้วยสินค้าใหม่ที่มีประสิทธิภาพ หรือถ้าฐานการผลิต ถูกย้ายไปยังประเทศที่มีต้นทุนถูกกว่า
เครื่องจักรผลิตเงินของลำพูน ก็อาจจะสะดุดลงได้ทันที..
โจทย์ใหญ่ของลำพูนในวันนี้ จึงไม่ใช่แค่การรักษาแชมป์รายได้ต่อหัว แต่คือการกระจายความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ
เราจึงเริ่มเห็นความพยายามของหน่วยงานท้องถิ่นของลำพูน ในการโปรโมตการท่องเที่ยวเมืองรองเชิงวัฒนธรรม ไปจนถึงการยกระดับสินค้าเกษตรแปรรูป ให้มีมูลค่าสูงขึ้น เพื่อลดช่องว่างของเศรษฐกิจสองขั้ว
เพื่อไม่ให้เศรษฐกิจของจังหวัดลำพูน แขวนอยู่บนเส้นด้ายของอุตสาหกรรมเดียว มากจนเกินไป
เรื่องราวของลำพูน สอนให้เราเห็นว่า ขนาดหรือจำนวนคนในพื้นที่ อาจไม่ใช่ตัวชี้วัดความมั่งคั่งเสมอไป
จังหวัดที่ดูเงียบสงบที่สุด อาจเป็นจังหวัดที่ฟันเฟืองเศรษฐกิจหมุนเร็วที่สุดก็เป็นได้
ซึ่งลำพูนพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การหา “จุดยืน” ของตัวเองให้เจอสำคัญที่สุด โดยที่ไม่จำเป็นต้องแข่งกันเป็นเมืองท่องเที่ยวเหมือนกับจังหวัดอื่น ๆ ในประเทศ
ด้วยเหตุนี้ ลำพูนจึงโฟกัสการเป็นฐานการผลิตที่แข็งแกร่ง และผลิตสินค้าที่โลกต้องการ เพื่อให้สามารถสร้างมูลค่าให้กับตัวเองได้
คำถามที่น่าสนใจคือ แล้วในประเทศไทย ยังมีจังหวัดเล็ก ๆ หรือจังหวัดไหนอีกบ้าง ที่ซ่อนศักยภาพเอาไว้อยู่ เหมือนลำพูน
เพื่อต่อยอดการพัฒนา และรอวันปลดปล่อยศักยภาพทางเศรษฐกิจที่แท้จริง..

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

SPONSORED
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon