จากโซนบิวตี้ในซูเปอร์ฯ สู่ร้านสแตนด์อโลน.. ทำไม ท็อปส์ ถึงเดิมพันกับ LOOKS ?

จากโซนบิวตี้ในซูเปอร์ฯ สู่ร้านสแตนด์อโลน.. ทำไม ท็อปส์ ถึงเดิมพันกับ LOOKS ?

ลองนึกภาพว่า เราเดินเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตที่คุ้นเคย เพื่อซื้อของเข้าบ้าน
แต่แทนที่จะเดินตรงไปที่ชั้นวางผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์เหมือนทุกครั้ง
สายตาเรากลับถูกดึงดูดไปที่อีกมุมหนึ่งของร้าน
มุมที่เต็มไปด้วยสกินแคร์เกาหลี เครื่องสำอางจากยุโรป วิตามินจากออสเตรเลีย
แล้วเราก็ใช้เวลาในมุมนั้น มากกว่าตอนเลือกซื้อของกินเสียอีก
นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ในร้านท็อปส์ ทั่วประเทศ ตลอดปีที่ผ่านมา
จนทำให้ ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ตัดสินใจครั้งใหญ่..
"เอามุมบิวตี้ในซูเปอร์ ออกไปเปิดเป็นร้านเดี่ยวซะเลย"
นั่นคือที่มาของ "LOOKS" สแตนด์อโลน ที่จะเปิดสาขาแรกในวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 นี้

แล้วเรื่องราวมันเป็นอย่างไร ?
ท็อปส์ เห็นอะไรในธุรกิจนี้ ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ก่อนอื่น ต้องเข้าใจก่อนว่า ท็อปส์ ไม่ได้เพิ่งเริ่มทำธุรกิจบิวตี้
LOOKS ถูกใช้เป็นชื่อโซนสุขภาพและความงาม ภายในร้านท็อปส์มาก่อนแล้ว
ปัจจุบัน LOOKS มีอยู่ใน
- ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต จำนวน 105 สาขา ที่มีสินค้า 7,000-10,000 รายการ
- ท็อปส์ เดลี่ ไฮบริด โมเดล จำนวน 17 สาขา ที่มีสินค้าสูงสุด 2,500 รายการ
แล้วทำไมต้องเอา LOOKS ออกมาเปิดเป็นร้านเดี่ยว ๆ แบบสแตนด์อโลน ?
รู้หรือไม่ว่า ตลาดความงามในไทยปี 2025 มีมูลค่าประมาณ 180,000 ล้านบาท
และคาดว่าจะโตเป็น 290,000 ล้านบาท ภายในปี 2034
หรือเติบโตขึ้นประมาณ 60% ในเวลา 10 ปี
ส่วนตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา โตขึ้นถึง 3 เท่า
นี่คือเค้กก้อนใหญ่ ที่กำลังขยายตัวขึ้นเรื่อย ๆ
และที่น่าสนใจกว่านั้น คือ พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
คนเริ่มหันมาดูแลสุขภาพและความงาม ตั้งแต่อายุน้อยลง
โดยกลุ่มผู้หญิง มีค่าใช้จ่ายด้านความงามเฉลี่ย 1,000-1,500 บาทต่อเดือน
หมายความว่า ตลาดไม่ได้แค่ใหญ่ขึ้น แต่หนาแน่นขึ้นด้วย
ท็อปส์ จึงเห็นโอกาส จากกลุ่มลูกค้าที่เรียกว่า "Masstige" หรือ Mass + Prestige
คนกลุ่มนี้ คือคนที่อยากได้สินค้าคุณภาพดี ใกล้เคียงกับแบรนด์พรีเมียม แต่ในราคาที่จับต้องได้
และนี่คือเซกเมนต์ที่ LOOKS เลือกจะเล่น
แล้วทำไม ท็อปส์ ถึงมั่นใจว่าจะเล่นได้ ?
คำตอบคือ ตัวเลขจากของจริง ที่อยู่ในมือ
ปี 2568 ที่ผ่านมา ยอดขายของ LOOKS ในร้านท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต และท็อปส์ เดลี่
เติบโตเป็น Double Digit หรือมากกว่า 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ตัวเลขนี้ คือสัญญาณชัดว่า ลูกค้าตอบรับ LOOKS อยู่แล้ว
ทีนี้ คำถามคือ แล้วร้าน LOOKS สแตนด์อโลน จะมีอะไรพิเศษ ?
ท็อปส์ วางคอนเซ็ปต์ใหม่ ภายใต้คำว่า "TOTAL LOOKS"
แปลเป็นไทยง่าย ๆ คือ ครบจบในที่เดียว ครอบคลุมตั้งแต่สกินแคร์ บอดี้ แฮร์ เมคอัพ ไปจนถึงวิตามินและอาหารเสริม มีสินค้ารวมกว่า 5,000 SKU จากทั่วโลก ทั้งเกาหลี ยุโรป อเมริกา และออสเตรเลีย
โดยจะมีจุดเด่นเพิ่มขึ้น 3 อย่าง
1. Expert Curation คัดสรรของดี จากทั่วโลก
ท็อปส์ มี DNA ในการคัดสรรสินค้า มาตั้งแต่ฝั่งซูเปอร์มาร์เก็ตอยู่แล้ว
LOOKS จึงนำ DNA ตัวนี้ มาใช้กับวงการบิวตี้ โดยคัดเลือกสินค้าจากแบรนด์ทั่วโลก ที่มีคุณภาพ ส่วนผสมดี และผลลัพธ์พิสูจน์ได้
พร้อมอัปเดตเทรนด์ใหม่ ๆ จากตลาดโลก เข้ามาต่อเนื่อง
ที่สำคัญ คือ มีสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟ ที่มีจำหน่ายเฉพาะที่ LOOKS เท่านั้น
คิดเป็นสัดส่วนถึง 15% ของสินค้าทั้งร้าน
เป็นเหตุผลให้ลูกค้า ต้องตั้งใจมาที่ LOOKS เพื่อหาของบางอย่างที่หาที่อื่นไม่ได้
2. Total Wellness ครบทั้งสวยและสุขภาพ
LOOKS ไม่ได้วางตัวเป็นแค่ร้านบิวตี้
แต่เป็น "Self-care Destination" หรือจุดหมายปลายทางของการดูแลตัวเองแบบองค์รวม
ตอบโจทย์คนยุคใหม่ ที่มองว่าความงามไม่ได้จบแค่ภายนอก แต่รวมถึงสุขภาพ และความมั่นใจในระยะยาว
3. Trusted Value คุ้มค่าในราคาที่จับต้องได้
จุดสำคัญที่สุดของ LOOKS คือ การวางจุดยืนในเซกเมนต์ Masstige ที่ต้องการสินค้าระดับพรีเมียม ในราคาที่เข้าถึงได้จริงในชีวิตประจำวัน
ไม่ใช่ห้างหรู ไม่ใช่ร้านสะดวกซื้อ แต่อยู่ตรงกลาง ๆ ที่คนส่วนใหญ่จับต้องได้
นอกจาก 3 แกนหลักนี้แล้ว LOOKS ยังเพิ่มสิ่งที่ร้านบิวตี้ทั่วไปไม่ค่อยมี
นั่นคือ Solution Bar และ LOOKS Beauty Specialist หรือผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำแนะนำแบบ Personalised
ทำให้การเลือกซื้อสินค้า ไม่ใช่แค่หยิบของลงตะกร้า แต่เป็นประสบการณ์ที่ "ลูกค้าได้รับคำตอบ" ตรงกับปัญหาของตัวเอง
และอีกหนึ่งหมัดเด็ดที่ไม่พูดถึงไม่ได้ คือ กลยุทธ์ Co-creation
LOOKS จับมือกับ COSMAX ผู้ผลิตเครื่องสำอางรายใหญ่ของเกาหลีใต้ ที่ผลิต OEM ให้กับแบรนด์ดังระดับโลกหลายแบรนด์ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ Own Brand เอ็กซ์คลูซีฟของ LOOKS
ซึ่งจะกลายเป็นจุดต่างที่คนเลียนแบบยาก
และการมี Own Brand ของตัวเอง จะช่วยให้สามารถคุมต้นทุนได้ ตั้งราคาเข้าถึงได้ และมีโอกาสได้มาร์จินสูงกว่าการนำเข้าแบรนด์อื่นมาขายอย่างเดียว
แล้วทำไมต้องเปิดสาขาแรก ที่โรบินสันไลฟ์สไตล์ ศรีสมาน ?
คำตอบคือ ทำเลที่ใช่ สำหรับกลุ่มเป้าหมาย Masstige
ศรีสมาน คือพื้นที่กรุงเทพตอนเหนือ ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
มีกลุ่มลูกค้าครอบครัวรุ่นใหม่ มีกำลังซื้อ และเปิดรับสินค้าใหม่ได้ดี
ชุมชนที่อยู่อาศัยขยายตัว ไลฟ์สไตล์รีเทลก็โตตาม
พูดง่าย ๆ คือ คนกลุ่มที่ LOOKS อยากได้ อยู่ในย่านนี้พอดี..
แล้วท็อปส์ จะหยุดแค่สาขาเดียวไหม ?
ไม่ใช่..
ท็อปส์ ตั้งเป้าขยาย LOOKS ในทุกฟอร์แมต ครอบคลุมรวม 100 แห่ง ภายในปี 2571
หรือใน 2-3 ปีข้างหน้า
โดยวางตำแหน่งให้ LOOKS เป็น New Growth Engine หรือเครื่องยนต์ตัวใหม่ ที่จะขับเคลื่อนการเติบโตของ ท็อปส์ ในอนาคต
ซึ่งการขยับตัวของ LOOKS ครั้งนี้ บอกเราว่า ท็อปส์ กำลังก้าวข้ามนิยามของตัวเอง
จาก Food Retailer ผู้ขายอาหาร
สู่ Lifestyle Platform ที่เชื่อมโยงทุกมิติของชีวิตผู้บริโภค ตั้งแต่อาหารเช้า ไปจนถึงสกินแคร์ก่อนนอน
และในยุคที่ตลาดความงามไทย กำลังจะโตจาก 1.8 แสนล้าน เป็น 2.9 แสนล้าน ภายใน 10 ปี
คำถามที่ ท็อปส์ น่าจะถามตัวเองคือ
ทำไมเค้กก้อนนี้ ถึงต้องปล่อยให้คนอื่นกินเพียงคนเดียว ?
ในเมื่อโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งเครือข่ายร้าน ความเข้าใจผู้บริโภค และพันธมิตรระดับโลก
มีอยู่ในมือเรียบร้อยแล้ว
เหลือแค่กดปุ่ม "เริ่ม" เท่านั้นเอง..

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

SPONSORED
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon