
ถอดบทเรียน การเติบโตของ L’Oréal สร้างนวัตกรรมพัฒนาผลิตภัณฑ์เดิม คู่ไปกับการออกสินค้าใหม่
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง x L’Oréal
ในโลกธุรกิจ การมีแบรนด์ในเครือถึง 40 แบรนด์แบบ L’Oréal Groupe นั่นคงเป็นเรื่องที่น่าอิจฉา เพราะแปลว่าธุรกิจสามารถเจาะตลาดกลุ่มลูกค้าได้กว้างขวาง แถมยังมีผลิตภัณฑ์หลากหลายที่สามารถตอบโจทย์ของลูกค้าในเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างดี
แต่ในมุมกลับกัน นั่นก็เป็นโจทย์ที่ท้าทายมาก เพราะการเติบโตของธุรกิจหลังจากนี้ ต้องอาศัยทั้งการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่ตอบสนองความต้องการของตลาดอยู่ตลอด ไปพร้อม ๆ กับการมองหาแบรนด์ใหม่ ๆ ที่จะเข้ามาอยู่ภายใต้บริษัทเพิ่มเติม
โดยข้อมูลจากรายงานประจำปี 2025 ของ L’Oréal ระบุว่า บริษัทความงามอันดับหนึ่งของโลกจากฝรั่งเศสนี้ มีการพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ถึง 3,465 สูตรในปี 2025 ซึ่งประกอบไปด้วยสูตรผลิตภัณฑ์ใหม่ และการปรับสูตรใหม่ สำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่แต่เดิม ซึ่งมีกุญแจสำคัญคือนวัตกรรมส่วนผสมใหม่ ๆ จากแผนกวิจัยและนวัตกรรมของ L’Oréal
หนึ่งในนวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่เข้ามาสร้างความสดใหม่ให้กับไลน์ผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ที่หลาย ๆ คนคุ้นเคยกันดีนี้ มีชื่อว่า Melasyl ที่ได้รับการยกย่องจากนิตยสารชื่อดังอย่าง Time ว่าเป็นหนึ่งในสุดยอดนวัตกรรมแห่งปี 2025 โดยใช้เวลาค้นคว้ายาวนานกว่า 20 ปี
นวัตกรรมช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์เดิมของ L’Oréal Groupe ได้อย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
คุณแพทริค จีโร กรรมการผู้จัดการ L’Oréal ประเทศไทย ได้เล่าให้ลงทุนแมนฟังว่า L’Oréal ลงทุนในนวัตกรรมความงามมากว่า 115 ปีแล้ว เพราะเชื่อว่า การวิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์เป็นรากฐานสำคัญเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ความงามต่าง ๆ ให้ผู้บริโภค โดยใช้งบประมาณลงทุนด้านวิจัยและนวัตกรรมในหลักกว่าพันล้านยูโรทุก ๆ ปี

โดยกว่าตลอด 115 ปีที่ผ่านมา ก็มีการพัฒนานวัตกรรมวิทยาศาสตร์ลงไปในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อช่วยแก้ปัญหาให้กับผู้บริโภคที่ใช้งานมาอย่างต่อเนื่อง ดังจะเป็นจากส่วนผสมเอกสิทธิ์ระดับโลก เช่น Mexoryl 400 ฟิลเตอร์กันแดดที่ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UVA คลื่นยาวพิเศษ, Pro-Xylane สารลดเลือนริ้วรอยจาก Green Science ที่ช่วยคืนความกระชับและหนาแน่นให้แก่ผิว และ Ionène G โพลิเมอร์ประจุบวกที่ช่วยฟื้นฟูและปกป้องเส้นผมที่แห้งเสียได้อย่างล้ำลึกและตรงจุด
และในนวัตกรรมล่าสุดอย่าง Melasyl ที่เพิ่งเปิดตัวในปี 2024 ก็ใช้การวิจัยและพัฒนาเพื่อแก้ปัญหาเม็ดสีและจุดด่างดำมานานกว่า 20 ปี เพื่อให้มั่นใจถึงความปลอดภัยและประสิทธิภาพการใช้งานของผู้บริโภคทั่วโลกรวมถึงในประเทศไทย
คำถามคือ แล้วนวัตกรรมล่าสุดอย่าง Melasyl คืออะไร แล้วมันมีความโดดเด่นอะไรจนทำให้ L’Oréal เลือกนำมาใช้เป็นตัวชูโรงในการปรับสูตรไลน์ผลิตภัณฑ์เพื่อผิวกระจ่างใสของแบรนด์เรือธงทั้ง L’Oréal Paris และ La Roche-Posay
ดร.ทารัน โซปรา หัวหน้าฝ่ายสื่อสารด้านวิทยาศาสตร์ของ L’Oréal ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกาเหนือ ได้เล่าให้เราเข้าใจง่าย ๆ ว่า Melasyl เปรียบเสมือนตัวควบคุมแทงก์น้ำให้สามารถไหลออกได้บ้าง โดยไม่พยายามปิดกั้นไม่ให้น้ำไหลออกได้เลย
ซึ่งการไหลของน้ำออกจากแทงก์น้ำ เปรียบเสมือนกลไกการผลิตเมลานินของร่างกาย ที่เมื่อผลิตมากไปจากการกระตุ้นของรังสียูวีจากแสงแดดที่มีความเข้มข้นสูง ก็อาจทำให้เกิดเป็นปัญหาจุดด่างดำบนผิวหนังร่างกายได้
ในแนวทางดั้งเดิม การมุ่งเน้นในการแก้ปัญหาจุดรอยด่างดำนี้ คือการลดเลือนจุดด่างดำหรือเข้าไปยับยั้งเอนไซม์ที่กระตุ้นการเกิดเมลานินแทน ซึ่งเปรียบเสมือนกับการที่เราพยายามไม่ให้น้ำไหลออกจากแทงก์น้ำเลย
ในมุมกลับกัน นวัตกรรม Melasyl ของ L’Oréal ไม่ได้เข้าไปยับยั้งเอนไซม์ที่กระตุ้นให้เกิดเมลานิน แต่เข้าไปดักจับสารตั้งต้นของเมลานินก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นเม็ดสีที่ทำให้เกิดจุดด่างดำบนผิวหนังร่างกาย ซึ่งเปรียบเสมือนกับการให้น้ำยังคงไหลออกจากแทงก์น้ำได้ แต่ไหลออกในปริมาณจำกัดที่สามารถควบคุมได้แทน
เล่ามาทั้งหมดนี้ จะเห็นได้ว่า นวัตกรรม Melasyl ค่อนข้างจะซับซ้อนเลยทีเดียว แถมยังเป็นนวัตกรรมที่พลิกมุมมองการแก้ปัญหาจุดด่างดำแบบเดิมไปสิ้นเชิง จึงไม่น่าแปลกใจว่า ทำไมนวัตกรรมนี้ต้องใช้เวลายาวนานเกือบ 20 ปี เพราะต้องครอบคลุมการทดสอบโมเลกุลต่าง ๆ มากกว่า 100,000 ชนิด จนได้โมเลกุลที่เอามาใช้พัฒนาต่อยอดเป็นนวัตกรรมในครั้งนี้
คราวนี้ ความน่าสนใจของนวัตกรรมปกติทั่วไป ไม่ได้อยู่ที่ว่า นวัตกรรมนั้นจะล้ำสมัยหรือซับซ้อนมากแค่ไหน เพราะนวัตกรรมจะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อนำไปใช้งานได้จริง
กลับมาที่นวัตกรรม Melasyl การคิดค้นนวัตกรรมของ L’Oréal ไม่ได้นำไปสู่การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ชื่อใหม่แกะกล่อง แต่ L’Oréal เลือกใช้ Melasyl เป็นตัวชูโรงในไลน์ผลิตภัณฑ์เดิมที่คนคุ้นเคยผ่านกระบวนการที่เรียกว่า “การปรับสูตร”
ซึ่งจากเดิมที่มีผลิตภัณฑ์มผลัดเซลล์ผิวและฟื้นคืนความกระจ่างใสอยู่แล้ว การเพิ่มนวัตกรรม Melasyl เข้าไปในผลิตภัณฑ์เดิม ก็ทำให้ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์มีความโดดเด่นและแก้ปัญหาผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น วิธีนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มมูลค่าให้กับกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่อยู่ หรือเป็นที่รู้จักของผู้บริโภคอยู่แล้ว แต่ยังช่วยไม่ให้เกิดความสับสนสำหรับผู้บริโภคอีกด้วย

เพราะจริง ๆ แล้ว ผิวไม่ได้เป็นแค่สิ่งที่ห่อหุ้มร่างกายของเราเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นสินทรัพย์ที่ธรรมชาติมอบให้เรามาตั้งแต่เกิด ที่ทำให้เราก็ต้องลงทุนดูแลอย่างดีไปตลอดชีวิต
ในปี 2026 L’Oréal คาดว่าตลาดความงามในประเทศไทยจะเติบโตราว 8-10% ลดลงจากในปี 2025 เล็กน้อย ที่เติบโตราว 11% ซึ่งตัวเลขพวกนี้ก็ยังสะท้อนให้เห็นว่าคนไทยยังลงทุนกับตัวเองในเรื่องนี้อยู่เหมือนเดิม
โดยข้อมูลจาก L’Oréal ระบุว่า ปัจจุบันคนไทยลงทุนกับตัวเองเพื่อความกระจ่างใส (Brightening) ราว 35.6% ของตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลผิวในประเทศ รองลงมาคือการควบคุมความมันและปัญหาสิว (Oil/Acne) ราว 18.3% และเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิว (Hydration) ราว 17.6%
ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นชัดว่า ปัญหาเม็ดสีผิวที่ทำให้เกิดรอยจุดด่างดำเป็นหนึ่งในความกังวลหลักด้านผิวของผู้บริโภคชาวไทย ซึ่งเป็นผลจากการสัมผัสกับแสงยูวีที่มีความเข้มข้นสูงและมลพิษในอากาศ
นั่นคือเหตุผลที่ L’Oréal ทุ่มเทคิดค้นนวัตกรรมการแก้ปัญหาจุดด่างดำอย่าง Melasyl ประกอบกับการที่ตลาดสกินแคร์เป็นตลาดที่ใหญ่มาก ครอบคลุมทั้งผิวหน้าและผิวกาย ทำให้นวัตกรรม Melasyl ที่ L’Oréal คิดค้นมานานกว่า 20 ปี มีศักยภาพในการพัฒนาต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ผิวกาย โดยเฉพาะในยุคที่เทรนด์การออกกำลังกายกลางแจ้งกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง

แต่จุดสำคัญที่ทำให้ Melasyl เป็นกุญแจสำคัญในการรุกเพิ่มส่วนแบ่งตลาดของ L’Oréal นั่นคือ การที่บริษัทตัดสินใจส่งนวัตกรรมระดับโลกที่ทั้งมีประสิทธิภาพและปลอดภัยนี้ ให้กับผู้บริโภคในทุก ๆ กลุ่มอย่างทั่วถึง ผ่าน 7 ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Mela B3 ของ La Roche-Posay แบรนด์สกินแคร์อันดับ 1 ที่แพทย์ผิวหนังทั่วโลกแนะนำและกลุ่ม Glycolic-Bright ของ L’Oréal Paris แบรนด์เครื่องสำอางชั้นนำระดับโลกที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้

ทั้งหมดนี้ เรียกได้ว่าเป็นอีกแนวคิดการเติบโตของธุรกิจระดับโลกอย่าง L’Oréal ที่น่าสนใจ
การเพิ่มนวัตกรรมเข้าไป ไม่เพียงช่วยสร้างมูลค่าและความสดใหม่ให้กับสินค้าเดิมที่ผู้คนคุ้นเคยอยู่แล้ว
การเพิ่มนวัตกรรมเข้าไป ไม่เพียงช่วยสร้างมูลค่าและความสดใหม่ให้กับสินค้าเดิมที่ผู้คนคุ้นเคยอยู่แล้ว
แต่ยังช่วยให้บริโภคทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีความงามระดับโลกที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยได้นั่นเอง..
References :
- งานแถลงข่าว ลอรีอัล กรุ๊ปประกาศความสำเร็จ ยกระดับเมลาซิล นวัตกรรมโมเลกุลเอกสิทธิ์ สู่ 7 ผลิตภัณฑ์จาก L’Oréal Paris และ La Roche-Posay รุกตลาดแมสทีจและเวชสำอางในไทยเต็มรูปแบบ
-https://www.loreal-finance.com/en/annual-report-2025/
- งานแถลงข่าว ลอรีอัล กรุ๊ปประกาศความสำเร็จ ยกระดับเมลาซิล นวัตกรรมโมเลกุลเอกสิทธิ์ สู่ 7 ผลิตภัณฑ์จาก L’Oréal Paris และ La Roche-Posay รุกตลาดแมสทีจและเวชสำอางในไทยเต็มรูปแบบ
-https://www.loreal-finance.com/en/annual-report-2025/