
ทำไม BNPP AM ยักษ์ใหญ่การลงทุนยุโรป ถึงต้องทุ่ม 2 แสนล้าน ซื้อกิจการ “เจ้าพ่อตราสารหนี้”
ทำไม BNPP AM ยักษ์ใหญ่การลงทุนยุโรป ถึงต้องทุ่ม 2 แสนล้าน ซื้อกิจการ “เจ้าพ่อตราสารหนี้” /โดย ลงทุนแมน
รู้ไหมว่า ในโลกของการเงินระดับโลก
การควบรวมกิจการครั้งใหญ่ ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพื่อ “ขนาด” ที่ใหญ่ขึ้นเท่านั้น
แต่มันคือการนำ “อาวุธหนัก” ของสองฝั่งมาผนวกรวมกัน
การควบรวมกิจการครั้งใหญ่ ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพื่อ “ขนาด” ที่ใหญ่ขึ้นเท่านั้น
แต่มันคือการนำ “อาวุธหนัก” ของสองฝั่งมาผนวกรวมกัน
และดีลที่กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนที่สุดในนาทีนี้ คือการที่ BNP Paribas Asset Management หรือ BNPP AM ทุ่มเงินเกือบ 2 แสนล้านบาท เข้าซื้อกิจการ AXA Investment Managers หรือ AXA IM
เรื่องนี้ไม่ได้ไกลตัวอย่างที่คิด เพราะนี่คือการยกระดับมาตรฐานการลงทุน
ให้กับพอร์ตของคนไทยแบบเต็ม ๆ แล้วทำไมดีลนี้ถึงน่าสนใจ ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ให้กับพอร์ตของคนไทยแบบเต็ม ๆ แล้วทำไมดีลนี้ถึงน่าสนใจ ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
จุดเริ่มต้นต้องมองไปที่ BNP Paribas สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 200 ปี
DNA ของบริษัทแห่งนี้ คือความมั่นคงและการมองการณ์ไกล
โดยเฉพาะในฝั่งของ BNPP AM ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ “บุกเบิกด้าน ESG” ของโลก
พวกเขาทำเรื่องความยั่งยืนมาตั้งแต่ปี 2006 ก่อนที่โลกจะรู้จักคำนี้เสียด้วยซ้ำ
โดยเฉพาะในฝั่งของ BNPP AM ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ “บุกเบิกด้าน ESG” ของโลก
พวกเขาทำเรื่องความยั่งยืนมาตั้งแต่ปี 2006 ก่อนที่โลกจะรู้จักคำนี้เสียด้วยซ้ำ
แต่จิกซอว์ตัวสำคัญที่ BNPP AM ต้องการมาตลอด เพื่อเสริมเขี้ยวเล็บให้สมบูรณ์
นั่นก็คือความเชี่ยวชาญในแบบกลยุทธ์การลงทุนเชิงรุก
และความเชี่ยวชาญในการลงทุนสินทรัพย์ทางเลือก
ซึ่งนั่นคือวิชาตัวเบา ที่เป็นลายเซ็นของ AXA IM
แล้วถ้าถามว่า AXA IM โดดเด่นแค่ไหน ?
และความเชี่ยวชาญในการลงทุนสินทรัพย์ทางเลือก
ซึ่งนั่นคือวิชาตัวเบา ที่เป็นลายเซ็นของ AXA IM
แล้วถ้าถามว่า AXA IM โดดเด่นแค่ไหน ?
ต้องบอกว่านี่คือ บลจ. ระดับโลกที่ยึดถือปรัชญา Investing for tomorrow หรือลงทุนเพื่ออนาคต
แก่นการลงทุนของ AXA IM ไม่ใช่การเดินตามดัชนี
แต่คือการเฟ้นหา “Alpha” หรือผลตอบแทนส่วนเพิ่มผ่านการวิเคราะห์เชิงลึก
แต่คือการเฟ้นหา “Alpha” หรือผลตอบแทนส่วนเพิ่มผ่านการวิเคราะห์เชิงลึก
คีย์ไฮไลต์ที่ทำให้ AXA IM เป็นเจ้าพ่อในวงการ มีอยู่ 3 เรื่องหลัก
1. ผู้เชี่ยวชาญด้านสินทรัพย์ทางเลือก
- AXA IM คือหนึ่งในผู้จัดการกองทุนอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐานที่ใหญ่ที่สุดในโลก
- AXA IM คือหนึ่งในผู้จัดการกองทุนอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐานที่ใหญ่ที่สุดในโลก
บริษัทแห่งนี้ ไม่ได้มองแค่ตัวเลขในจอ แต่เขามีสินทรัพย์ที่จับต้องได้กระจายอยู่ทั่วโลก
2. การวิเคราะห์เครดิตที่เข้มข้น
- ในโลกของตราสารหนี้ AXA IM ขึ้นชื่อเรื่องการมีทีมวิเคราะห์เฉพาะทางที่ไม่เชื่อแค่ Credit Rating แต่พวกเขาจะขุดลึกไปถึงโครงสร้างธุรกิจ เพื่อหาว่าบริษัทไหน ดีจริง และบริษัทไหน ดูสุ่มเสี่ยงเกินไป
- ในโลกของตราสารหนี้ AXA IM ขึ้นชื่อเรื่องการมีทีมวิเคราะห์เฉพาะทางที่ไม่เชื่อแค่ Credit Rating แต่พวกเขาจะขุดลึกไปถึงโครงสร้างธุรกิจ เพื่อหาว่าบริษัทไหน ดีจริง และบริษัทไหน ดูสุ่มเสี่ยงเกินไป
3. การบริหารแบบ Active ที่ยืดหยุ่น
- AXA IM เชื่อในการปรับพอร์ตตามภาวะเศรษฐกิจจริง ทำให้เขาสามารถสร้างผลตอบแทนที่โดดเด่นได้ แม้ในยามที่ตลาดผันผวน
- AXA IM เชื่อในการปรับพอร์ตตามภาวะเศรษฐกิจจริง ทำให้เขาสามารถสร้างผลตอบแทนที่โดดเด่นได้ แม้ในยามที่ตลาดผันผวน
ซึ่งความเก๋าเกมของ AXA IM นี่เอง ที่ทำให้ BBLAM มองเห็นศักยภาพ และเลือกจับมือเป็นพาร์ตเนอร์เชิงกลยุทธ์มาอย่างยาวนาน ก่อนจะเกิดการควบรวมระดับโลกครั้งนี้เสียด้วยซ้ำ
และผลผลิตที่กลายเป็น “จอมทัพ” ของความร่วมมือนี้
ก็คือ กองทุน BBLAM US High Yield
ก็คือ กองทุน BBLAM US High Yield
ทำไมต้องเป็นกองทุนนี้ ?
ต้องเข้าใจก่อนว่า การลงทุนในตราสารหนี้ผลตอบแทนสูง
หรือที่เรียกกันว่า High Yield Bonds โดยเฉพาะในสหรัฐฯ
เปรียบเสมือนการ “ขุดทองในกองขยะ”
หรือที่เรียกกันว่า High Yield Bonds โดยเฉพาะในสหรัฐฯ
เปรียบเสมือนการ “ขุดทองในกองขยะ”
ถ้าเลือกไม่ดี คุณจะเจอหนี้เสีย
แต่ถ้าเลือกเป็น คุณจะได้ผลตอบแทนที่สูงกว่าตราสารหนี้ทั่วไปหลายเท่าตัว..
แต่ถ้าเลือกเป็น คุณจะได้ผลตอบแทนที่สูงกว่าตราสารหนี้ทั่วไปหลายเท่าตัว..
นี่คือจุดที่ AXA IM ปล่อยของได้เต็มที่ ด้วยทีมงานระดับโลกที่คัดกรองตราสารหนี้สหรัฐฯ แบบตัวต่อตัว
ทำให้กองทุน BBLAM US High Yield สามารถสร้างกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอให้กับนักลงทุนไทย ท่ามกลางความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยในช่วงที่ผ่านมา
แล้วเมื่อ AXA IM มาควบรวมกับ BNPP AM จะเกิดอะไรขึ้น ?
คำตอบคือ กองทุนอย่าง BBLAM US High Yield จะได้รับการอัปเกรดครั้งใหญ่
จากเดิมที่วิเคราะห์ความแข็งแกร่งทางการเงินได้เฉียบขาดอยู่แล้ว
ก็จะถูกเสริมด้วยฐานข้อมูล ESG ระดับโลกของ BNPP AM
ก็จะถูกเสริมด้วยฐานข้อมูล ESG ระดับโลกของ BNPP AM
กลายเป็นกองทุนที่ไม่ได้ดูแค่ว่าบริษัทนี้มีเงินจ่ายหนี้ไหม
แต่จะดูไปถึงว่าบริษัทนี้จะยั่งยืนพอที่จะเติบโตในโลกอนาคตได้หรือไม่
แต่จะดูไปถึงว่าบริษัทนี้จะยั่งยืนพอที่จะเติบโตในโลกอนาคตได้หรือไม่
สรุปแล้ว การที่ BBLAM ดึงยักษ์ใหญ่ที่รวมร่างกันอย่าง BNPP AM และ AXA IM มาเป็น 1 ใน 11 พันธมิตรระดับโลก จึงไม่ใช่แค่เรื่องของขนาดสินทรัพย์ 60 ล้านล้านบาท
แต่คือการนำ “สมอง” ของนักวิเคราะห์ระดับโลก
และ “แก่นการลงทุนแบบเชิงรุก” ของ AXA IM มาวางไว้ในมือของนักลงทุนไทย เพื่อสร้างการเติบโตที่มั่งคั่ง และยั่งยืน..
และ “แก่นการลงทุนแบบเชิงรุก” ของ AXA IM มาวางไว้ในมือของนักลงทุนไทย เพื่อสร้างการเติบโตที่มั่งคั่ง และยั่งยืน..