รู้จัก Nippon India Mutual Fund บริษัทบริหารกองทุนที่ลงทุนหุ้นอินเดีย ด้วยวิธีคิดแบบญี่ปุ่น

รู้จัก Nippon India Mutual Fund บริษัทบริหารกองทุนที่ลงทุนหุ้นอินเดีย ด้วยวิธีคิดแบบญี่ปุ่น

รู้จัก Nippon India Mutual Fund บริษัทบริหารกองทุนที่ลงทุนหุ้นอินเดีย ด้วยวิธีคิดแบบญี่ปุ่น /โดย ลงทุนแมน
“อินเดีย” และ “ญี่ปุ่น” แน่นอนว่า 2 ประเทศนี้ย่อมมีจุดเด่นที่แตกต่างกันชัดเจน
โดยภาพจำของอินเดียคือ ความร้อนแรง และเติบโตอย่างรวดเร็ว
จากพลังประชากรที่มีมากกว่า 1,400 ล้านคน
ส่วนญี่ปุ่นคือ ความประณีต ความรอบคอบ และความมีระเบียบวินัยที่สูงมาก
แต่รู้หรือไม่ว่า Nippon India Mutual Fund คือบริษัทจัดการกองทุนที่รวมจุดเด่นทั้ง 2 ด้าน โดยเน้นลงทุนในประเทศอินเดีย แต่บริหารด้วยวิธีคิดแบบญี่ปุ่น จนสร้างการเติบโตได้อย่างโดดเด่น
Nippon India Mutual Fund ผสานแนวคิดของสองขั้วที่ต่างกันได้อย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
อินเดีย คือหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ ร้อนแรงที่สุดในทศวรรษนี้
ด้วยพลังของการบริโภคมหาศาล เพราะมีประชากรมากที่สุดในโลกกว่า 1,400 ล้านคน ทำให้อินเดียกำลังกลายเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่มากสุดเป็นอันดับ 3 ของโลก
แต่ในมุมของการลงทุน อินเดียคือประเทศที่มีความท้าทายสูงมาก ด้วยโครงสร้างตลาดที่มีความซับซ้อน มีกฎระเบียบที่แปลกใหม่ แถมมีโมเดลธุรกิจ และการบริโภคของคนพื้นที่ที่มีความเฉพาะตัวสูง
การเข้าไปลงทุนในอินเดีย แล้วกอบโกยกำไร จึงไม่ใช่เรื่องง่าย..
แต่ก็มีบริษัทจัดการกองทุนแห่งหนึ่ง ที่เข้าใจ DNA ของเศรษฐกิจอินเดียอย่างลึกซึ้ง และกลายเป็นกุญแจสำคัญ ที่นักลงทุนระดับโลกเลือกใช้ในการเปิดประตูขุมทรัพย์สู่ประเทศอินเดีย
นั่นก็คือกองทุน Nippon India Mutual Fund หรือ NIMF
ซึ่งจุดเริ่มต้นของ NIMF นี้ ก็ถือเป็นการผสานพลังข้ามสายเลือดทางการเงินครั้งประวัติศาสตร์
โดยแรกเริ่มเดิมที บริษัทแห่งนี้ก่อตั้งในปี 1995 และรู้จักกันในชื่อ Reliance Mutual Fund ซึ่งอยู่ในเครือ Reliance Capital ของตระกูลอัมบานี (Ambani) ยักษ์ใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในอินเดีย
ก่อนที่ต่อมา Nippon Life Insurance ยักษ์ใหญ่ด้านประกันชีวิตและสถาบันการเงิน ที่มีอายุเก่าแก่กว่า 130 ปีจากประเทศญี่ปุ่น จะเข้ามาเทกโอเวอร์และควบคุมกิจการทั้งหมด แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น Nippon India Mutual Fund อย่างเต็มตัว
ซึ่งความ Unique หรือจุดเด่นที่หาตัวจับได้ยากของ NIMF นั้นไม่ใช่เรื่องเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย แต่คือการสร้างวัฒนธรรมการลงทุนแบบลูกผสม
พวกเขาได้เอาความเคารพในวินัย การบริหารความเสี่ยง และการมองภาพระยะยาวแบบฉบับสถาบันการเงินญี่ปุ่น จับมาเข้ากับทีมนักวิเคราะห์ท้องถิ่น ที่มีประสบการณ์อยู่ในตลาดประเทศอินเดียมานานหลายทศวรรษ
ซึ่งการประสานกันระหว่างนักวิเคราะห์ ที่เชี่ยวชาญด้านอินเดีย แล้วทำงานด้วยวิธีคิดที่รอบคอบ และมองภาพระยะยาวสไตล์ญี่ปุ่น
ก็ยิ่งทำให้บริษัทจัดการกองทุน NIMF มีดวงตาที่เฉียบคมพอ ที่จะสแกนหาบริษัทที่มีธรรมาภิบาลดี มีโมเดลธุรกิจที่แข็งแกร่งพอ ที่จะเติบโตไปพร้อมกับโครงสร้างพื้นฐาน และเทรนด์การอุปโภคและบริโภคของประเทศอินเดีย
ปัจจุบัน NIMF คือหนึ่งในบริษัทจัดการกองทุนที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย โดยมีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) พุ่งทะยานทะลุ 2.2 ล้านล้านบาท และมีอัตราการเติบโตของสินทรัพย์ที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง
แล้วแนวคิดการลงทุนแบบลูกผสมนี้ ถูกนำมาใช้ในตลาดหุ้นอินเดียอย่างไร ?
ก็ต้องบอกว่าตลาดหุ้นอินเดีย จะมีการซื้อขายผ่าน 2 กระดานยักษ์ใหญ่
นั่นคือ NSE (National Stock Exchange) ตลาดหุ้นยุคใหม่เน้นกลุ่มเทคโนโลยี สภาพคล่องสูง มีดัชนีอ้างอิงคือ NIFTY 50
และ BSE (Bombay Stock Exchange) ตลาดหุ้นเก่าแก่ที่สุดในเอเชียที่มีบริษัทจดทะเบียนมากที่สุดในโลกกว่า 5,000 บริษัท เด่นเรื่องหุ้นขนาดกลาง-เล็ก และหุ้นระดับตำนาน มีดัชนีอ้างอิงคือ BSE SENSEX
ซึ่งต้องบอกว่าแก่นแท้ของการลงทุนของ NIMF คือการใช้กลยุทธ์ Growth at a Reasonable Price หรือ GARP
ซึ่งกลยุทธ์นี้ จะเป็นการคัดเลือกหุ้นแบบ Bottom-Up ที่จะเลือกเฉพาะบริษัทที่มีศักยภาพการเติบโตของกำไรที่ชัดเจน
แต่ราคาหุ้นในตลาดยังคงสมเหตุสมผล ไม่แพงเกินไปจนกลายเป็นฟองสบู่ หรือพูดง่าย ๆ คือการหาหุ้นที่อยู่ในจุด Sweet Spot ที่ความเร็วของการเติบโต วิ่งแซงหน้าระดับ PE ของบริษัท หรือก็คือมีค่า PEG ที่น้อยกว่า 1 นั่นเอง
ทำให้ NIMF สามารถเข้าซื้อหุ้นอินเดียชั้นดีได้ในราคาที่มี Margin of Safety หรือมีส่วนเผื่อความปลอดภัยที่สูง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยกำจัดความเสี่ยงขาลง ของตลาดหุ้นอินเดียที่มีความผันผวนสูงเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว
ด้วยปรัชญาการลงทุนที่หนักแน่น และเห็นผลลัพธ์ชัดเจน ทำให้กองทุนเรือธงสามารถสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่ม ที่ชนะดัชนีชี้วัดได้อย่างโดดเด่นในระยะยาว
ยกตัวอย่างกองทุน Nippon India Equity Fund ซึ่งเป็นหนึ่งในกองทุนรวมที่ถูกขนานนามว่าเป็นเครื่องจักรสแกนหุ้นอินเดียที่ดีที่สุดในโลกกองทุนหนึ่ง
โดยเน้นลงทุนในหุ้นที่เป็นกระดูกสันหลัง ขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจของประเทศอินเดีย ไม่ว่าจะเป็นเมกะเทรนด์กลุ่มการเงิน และพลังการบริโภคของประชากรในประเทศ ยกตัวอย่างเช่น
- กลุ่ม Financial Service คือธนาคารเอกชน หรือสถาบันทางการเงินชั้นนำ
อย่าง HDFC Bank หรือ ICICI Bank
ปัจจุบันกองทุนนี้ ลงทุนในสินทรัพย์กลุ่ม Financial Services เป็นหลัก โดยมีสัดส่วนกว่า 31.1%
- กลุ่ม Consumer Cyclical คือกลุ่มสินค้าอุปโภคและบริโภคตามวัฏจักร อย่างยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน และเสื้อผ้าแฟชั่น
สำหรับหุ้นกลุ่มนี้ยกตัวอย่างเช่น Tata Motors หรือ Maruti Suzuki
ปัจจุบันกองทุนนี้ ลงทุนในสินทรัพย์กลุ่ม Consumer Cyclical กว่า 16.7%
- กลุ่ม Consumer Goods & Industrials หรือกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและโครงสร้างพื้นฐาน
ที่เติบโตไปกับกำลังซื้อของประชากรที่มีมากกว่า 1,400 ล้านคน
สำหรับหุ้นกลุ่มนี้ ยกตัวอย่างเช่น
Larsen & Toubro (L&T) บริษัทก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย และ Bharat Heavy Electricals (BHEL) ยักษ์ใหญ่รัฐวิสาหกิจผู้ผลิตอุปกรณ์พลังงานและโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดของอินเดีย
ปัจจุบันกองทุนนี้ ลงทุนในสินทรัพย์กลุ่ม Consumer Goods & Industrials กว่า 14.7%
- กลุ่ม Information Technology หรือยักษ์ใหญ่ด้านเพลตฟอร์ม AI หรือซอฟต์แวร์ระดับโลกของอินเดีย ยกตัวอย่างเช่น Infosys และ Tata Consultancy Services
ปัจจุบันกองทุนนี้ ลงทุนในสินทรัพย์กลุ่ม Information Technology ด้วยสัดส่วน 9.1%
นอกจากนี้กองทุน Nippon India Equity Fund ก็ยังมี
- กลุ่ม Healthcare มีสัดส่วน 7.4%
- กลุ่มพลังงาน มีสัดส่วน 5.3%
- กลุ่มอุตสาหกรรมอื่น ๆ อีก 15.7%
ด้วยความแข็งแกร่งของทีมนักวิเคราะห์ที่เชี่ยวชาญในตลาดอินเดีย
และแนวคิดการคัดหุ้นเติบโต บนวินัยการควบคุมความเสี่ยงแบบญี่ปุ่นนี้เอง
ทำให้นโยบายการลงทุนอันเป็นเอกลักษณ์ของ Nippon India Mutual Fund ได้กลายมาเป็นต้นแบบของกองทุนหุ้นอินเดียที่ บลจ.บัวหลวง หรือ BBLAM เลือกหยิบมาเจาะกลุ่มนักลงทุนไทย
ปัจจุบันมีกองทุนของ BBLAM ที่เป็น Feeder Fund เข้าไปลงทุนในกองทุน Nippon India Mutual Fund โดยตรง นั่นก็คือกองทุนเปิดบัวหลวงภารตะ หรือ B-BHARATA
B-BHARATA ถือเป็นหนึ่งในกองทุนรวมหุ้นอินเดียแถวหน้าของเมืองไทย ที่ช่วยพานักลงทุนไทย ไปเก็บเกี่ยวผลตอบแทนระดับพรีเมียม จากประเทศที่ขึ้นชื่อว่ามีเศรษฐกิจที่เติบโตระดับโลก อย่างประเทศอินเดียได้อย่างโดดเด่น
ซึ่งท่ามกลางความผันผวนของการลงทุนทั้งโลก บลจ.บัวหลวง หรือ BBLAM เลือกที่จะไม่เดินอย่างโดดเดี่ยวในน่านน้ำสากล
แต่เลือกที่จะสยายปีกด้วยการจับมือกับ 11 ผู้จัดการกองทุนระดับโลก เพื่อรวบรวมความเชี่ยวชาญและสินทรัพย์ที่หลากหลาย มาสร้างโซลูชันที่ช่วยสร้างการเติบโตให้กับพอร์ตของคนไทย
โดย Nippon India Mutual Fund ก็เป็นหนึ่งในพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ชิ้นสำคัญของ BBLAM ที่เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งในด้านการเข้าถึงตลาดหุ้นอินเดีย
ด้วยความเข้าใจเชิงลึกในตลาดหุ้นอินเดีย ด้วยกรอบวิธีคิดที่ละเอียดและรอบคอบในแบบฉบับของญี่ปุ่น
ทำให้วันนี้ กองทุนเปิด B-BHARATA ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง BBLAM และ Nippon India Mutual Fund นั้น ไม่ได้เป็นเพียงแค่ทางเลือกในการกระจายความเสี่ยง
แต่คือตั๋วเดินทางใบสำคัญ ที่จะพานักลงทุนไทยก้าวข้ามทุกขีดจำกัดเดิม ๆ เพื่อไปเติบโตอย่างมั่งคั่ง บนขบวนรถด่วนสายเมกะเทรนด์ ที่ลงทุนในประเทศที่มีการเติบโตของเศรษฐกิจมากที่สุดประเทศหนึ่งของโลก และขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยประชากรทั้งประเทศที่มีอยู่มากกว่า 1,400 ล้านคน..

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

SPONSORED
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon