Bitkub จากบริษัท 35,000 ล้าน สู่การกล่าวโทษครั้งใหญ่จาก ก.ล.ต.

Bitkub จากบริษัท 35,000 ล้าน สู่การกล่าวโทษครั้งใหญ่จาก ก.ล.ต.

Bitkub จากบริษัท 35,000 ล้าน สู่การกล่าวโทษครั้งใหญ่จาก ก.ล.ต. /โดย ลงทุนแมน
ถ้ามีคนฝากเงินกับเรา 1,000 ล้าน แล้วถูกขโมย เราจะบอกความจริงวันนั้นทันที
หรือเลือกที่จะเก็บความลับนี้ไว้ไม่ให้ใครรู้.. นี่คือเรื่องราวน่าคิด ที่เกิดขึ้นกับ Bitkub บริษัทที่คนไทยทุกคนรู้จัก
และเรื่องนี้เป็นข่าวใหญ่ที่สุดของวงการการเงินไทยในตอนนี้
Bitkub เคยได้รับการยกย่องว่าเป็นยูนิคอร์นตัวแรก ๆ ของไทย เพราะ SCBX เคยต้องการซื้อหุ้น Bitkub ด้วยการประเมินมูลค่าบริษัทถึง 35,000 ล้านบาท โดยยอมจ่าย 17,850 ล้านบาท เพื่อสัดส่วนหุ้น 51% ใน Bitkub
ปี 2564 เป็นปีที่พีกที่สุดของ Bitkub ในตอนนั้นสินทรัพย์ดิจิทัลได้รับความนิยมมาก
และเป็นปีที่ Bitkub ได้ก้าวขึ้นมาเป็นบริษัทยูนิคอร์นเมื่อเทียบกับมูลค่าดีลที่ SCBX บอกว่าจะซื้อ
ใครจะไปคิดว่า ปี 2564 ที่มีแต่ความสดใสของ Bitkub นี้ จะเกิดเรื่องใหญ่ ที่ ก.ล.ต. ออกมาเปิดเผยเมื่อวาน..
เรื่องราวของ Bitkub มีลำดับเหตุการณ์เป็นอย่างไร ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
เรื่องใหญ่เกิดขึ้นเมื่อ วันที่ 10 พ.ค. 2564 นั่นคือ Bitkub Exchange ถูกขโมยเหรียญ
ก.ล.ต. ตรวจสอบพบว่า สินทรัพย์ดิจิทัล 16 สกุล มูลค่าประมาณ 1,700 ล้านบาท ถูกนำออกไปจากระบบจากการถูกโจมตีทางไซเบอร์
คุณต้น สกลกรย์ ผู้บริหาร Bitkub ออกมาแถลงยอมรับว่า เขาเป็นบุคคลที่ แจ้งข้อมูลเท็จ ต่อ ก.ล.ต. หลายฉบับ ตั้งแต่วันที่ 10 พ.ค. ถึงวันที่ 31 ต.ค. 2564 ว่าทรัพย์สินอยู่ครบ นับเวลาแล้วเป็นเวลากว่า 5 เดือน ทั้งที่จริงควรจะแจ้งว่าทรัพย์สินหายไป ซึ่งความผิดนี้เป็นความผิดอาญา
สาเหตุที่ คุณต้น สกลกรย์ บอกว่าเจตนาแจ้งเท็จ เพราะกลัว Bank Run กลัวคนถอนเงินออกจาก Bitkub เป็นจำนวนมาก ลูกค้าหลายแสนคนจะเสียหาย พนักงานหลายร้อยคนจะตกงาน เขาจึงเลือกทางเดินที่ยากกว่า แบกภาระมากขึ้นเพื่อปกป้องทุกคนจากความเสียหายที่เกิดขึ้น ถ้าเขาไม่ทำแบบนั้น วงการสินทรัพย์ดิจิทัลจะต้องพัฒนาล่าช้าไปอีกเป็น 10 ปี..
คุณต้น สกลกรย์ บอกว่า “เขาแบกความลับไว้คนเดียว กรรมการคนอื่น ผู้บริหาร พนักงาน ไม่มีส่วนรู้เห็นใด ๆ ทั้งสิ้น”
แล้วเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้นบ้าง
คุณต้น สกลกรย์ บอกว่า Co-Founder ทุกคนตัดสินใจใช้เงินส่วนตัวในการซื้อเหรียญคืนลูกค้าครบทั้งหมดแล้ว ตั้งแต่ในปีนั้น ซึ่งถ้าอ่านจากประกาศ ก.ล.ต. ก็พอจะคาดเดาได้ว่า หาเงินเข้ามาเติมในวันที่ 31 ต.ค. 2564
จุดนี้เองอาจจะขัดแย้งกับคำพูดของคุณต้น สกลกรย์ที่กล่าวว่า เขาแบกความลับไว้คนเดียว กรรมการคนอื่น ผู้บริหาร ไม่มีส่วนรู้เห็นใด ๆ ยกเว้นเสียแต่ว่า Co-Founder (ผู้ร่วมถือหุ้น) ของ Bitkub ไม่ได้เป็นผู้บริหารหรือกรรมการของ Bitkub เลยสักคนเดียว..
ต่อมาการใช้คำว่า Bank Run อาจจะเป็นคำที่เกินจริงไปอยู่บ้าง
การดำเนินการรูปแบบธุรกิจธนาคาร คือการรับฝากเงิน แล้วนำเงินไปปล่อยสินเชื่อต่อ
แน่นอนว่าถ้าคนแห่กันถอนเงิน ธนาคารไม่สามารถหาเงินทั้งหมดมาคืนให้กับผู้ถอนเงินได้
แต่สำหรับ Bitkub Exchange จะมีหน้าที่เป็นผู้เก็บทรัพย์สิน ไม่ได้นำเงินไปปล่อยสินเชื่อต่อเหมือนธนาคาร ดังนั้นหาก Co-Founder มีเงินเพียงพอที่จะเติมในส่วนที่ถูกขโมยไปจริง ก็แค่นำเงินมาเติมทันทีที่เกิดเหตุการณ์ ก็จะไม่เกิดภาวะ Bank Run ใด ๆ
ดังนั้นเรื่องนี้ก็น่าจะตีความได้ว่า Co-Founder ไม่ได้มีเงินจำนวนมากขนาดนั้นในวันที่เกิดเหตุการณ์ทันที จึงไม่อยากรีบบอกความจริง จนกว่าจะหาเงินมาเติมได้ทัน ซึ่งกว่าจะหาเงินมาเติมได้ทันก็เป็นเวลา 5 เดือนกว่า
แล้วเวลา 5 เดือนกว่า เงินที่มาโปะน่าจะมาจากไหนได้บ้าง ?
นอกจากเงินทุนของผู้ถือหุ้นเดิมแล้ว ก็อาจเป็นการทำธุรกิจของ Bitkub เองที่มีกำไรหลักพันล้าน โดยเฉพาะการออกเหรียญ KUB
วันที่ 28 เม.ย. 2564 เหรียญ KUB ถูกสร้างขึ้นเป็นครั้งแรก (ถูกสร้างก่อนวันเกิดเหตุการณ์โจรกรรม)
วันที่ 10 พ.ค. 2564 สินทรัพย์ดิจิทัล 16 สกุล มูลค่าประมาณ 1,700 ล้านบาท ใน Bitkub ถูกโจรกรรม
วันที่ 16 พ.ค. 2564 Bitkub ออกเหรียญ KUB โดยวิธีแจกเหรียญฟรีโดยเริ่มแจกให้ผู้ใช้งานครั้งแรก
วันที่ 20 พ.ค. 2564 Bitkub เปิดให้ซื้อขายเหรียญ KUB ใครอยากได้เหรียญให้ซื้อในกระดาน โดยที่ Bitkub เอง เอาเหรียญมาวางตั้งขาย Bitkub Exchange
ในการออกเหรียญ KUB ครั้งนั้น จากการประมาณการ Bitkub ได้เงินไปหลักพันล้านบาท
อ่านจนถึงตรงนี้ ลงทุนแมน ไม่ได้บอกว่า Bitkub ตั้งใจออกเหรียญ KUB เพื่อหาเงินมาโปะทรัพย์สินที่ถูกขโมยไป จากข้อเท็จจริง Bitkub วางแผนออกเหรียญ KUB มานานก่อนหน้านี้ และสร้างเหรียญ KUB ตั้งแต่ก่อนวันเกิดเหตุ ดังนั้นอาจแค่บังเอิญเป็นช่วงเวลาเดียวกัน
และต่อมา วันที่ 31 ต.ค. 2564 Bitkub ได้นำสินทรัพย์เข้าระบบทดแทนสินทรัพย์ที่ถูกโจรกรรมไป
พอแก้ไขเรื่องจบ ก็มีข่าวดีลใหญ่ทันที..
2 พ.ย. 2564 SCBX ประกาศเข้าซื้อหุ้น Bitkub Online 51% มูลค่า 17,850 ล้านบาท ดันมูลค่าบริษัทแตะ 35,000 ล้านบาท เป็นว่าที่สตาร์ตอัปยูนิคอร์น โดยมีเงื่อนไขว่าต้องตรวจสอบกิจการ (Due Diligence) ก่อน
แต่ระหว่างการตรวจสอบ ก.ล.ต. ออกมาลงโทษ Bitkub หลายครั้งต่อการออกเหรียญ KUB
วันที่ 5 พ.ค. 2565 ก.ล.ต. มีคำสั่งเปรียบเทียบปรับบริษัท บิทคับ ออนไลน์ และคณะกรรมการคัดเลือกสินทรัพย์ดิจิทัล เนื่องจากนำเหรียญ Bitkub Coin (KUB) เข้าซื้อขายในศูนย์ซื้อขายฯ โดยไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์การคัดเลือก (Listing Rule) และไม่ได้คำนึงถึงมาตรการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ มีโทษปรับบริษัทและกรรมการคัดเลือกเหรียญรวมกว่า 15 ล้านบาท
วันที่ 30 มิ.ย. 2565 ก.ล.ต. ดำเนินคดีผู้กระทำความผิด 3 ราย รวมถึงบริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด และนายสกลกรย์ สระกวี ซึ่งเป็นผู้บริหาร
ความผิดคือการสร้างปริมาณเทียมของสินทรัพย์ดิจิทัลในศูนย์ซื้อขาย
มีการจับคู่ซื้อขายกันเองในบัญชี เพื่อให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับปริมาณการซื้อหรือขายสินทรัพย์ดิจิทัลในกระดาน ให้ชำระเงินรวมกว่า 24 ล้านบาท พร้อมกำหนดมาตรการห้ามซื้อขายและห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหาร
มีอีกการกล่าวโทษจาก ก.ล.ต. ในภายหลังว่าผู้บริหารระดับสูงของ Bitkub ใช้ข้อมูลภายใน (Insider Trading) เข้าซื้อเหรียญ KUB
โดยมีการเข้าซื้อเหรียญ KUB อย่างต่อเนื่องโดยรู้ข้อมูลล่วงหน้าก่อนการเปิดเผยดีลที่ SCBX เข้าซื้อกิจการ Bitkub ซึ่งถูกสั่งปรับเป็นเงินจำนวน 8.53 ล้านบาท
ส่วน SCBX ก็ยกเลิกดีลในที่สุด
วันที่ 25 ส.ค. 2565 SCBX ยกเลิกดีลหลังจากใช้เวลาตรวจสอบสถานะกิจการยาวนานหลายเดือน
ในตอนนั้น SCBX ให้เหตุผลหลักว่า Bitkub ยังมีประเด็นคงค้างที่ต้องหาข้อสรุปตามคำสั่งของก.ล.ต.ซึ่งยังมีความไม่แน่นอนสูง
หลังจากนั้นเรื่องก็ไม่มีอะไรมาหลายปีจนมีเอกสารหลุดในปี 2568
โดย Bitkub ออกแถลงการณ์ชี้แจงทันทีว่า เอกสารดังกล่าวไม่ใช่ของ Bitkub Exchange และไม่มีความเกี่ยวข้องกับบริษัท ยืนยันผลการตรวจสอบภายในว่า สินทรัพย์ของลูกค้าทุกท่านยังคงปลอดภัยและอยู่ครบถ้วน 100%
จนมาสุดท้ายที่มีการกล่าวโทษของ ก.ล.ต. เมื่อวานนี้ 23 ก.ค. 2569 ว่าสินทรัพย์ลูกค้าหายไปจริง ๆ ในปี 2564 ที่ Bitkub รายงานข้อมูลเท็จ และทำให้ผู้บริหาร และ Bitkub ต้องออกมายอมรับผิด
บทสรุปของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร อาจต้องติดตามกันต่อไปว่า
ผู้บริหารจะถูกดำเนินคดีทางอาญา อย่างไร ?
Bitkub จะยังเป็นศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลอันดับ 1 ของไทยได้อยู่หรือไม่จากเหตุการณ์ครั้งนี้
ในวันข้างหน้า หากมีการถูกโจรกรรมทางไซเบอร์อีก Bitkub จะเลือกทางเดินเหมือนเดิมอีกหรือไม่ ?
แล้วในวันนั้น Co-Founder จะหาเงินมาเติมให้ลูกค้าได้ครบถ้วน อีกหรือไม่ ?
ความปลอดภัยทางด้านไซเบอร์ของการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล มันถึงระดับสูงที่สุดแล้วหรือยัง จะมีอะไรมาการันตีว่าจะไม่ถูกโจรกรรมไปเป็นจำนวนเงินที่มากกว่านี้ จนแม้แต่เงินของ Co-Founder ก็หามาทดแทนไม่ได้
จากสิ่งที่เกิดขึ้น สังเกตได้ว่ามีหลากหลายความคิดเห็นในสังคมต่อเหตุการณ์นี้
มีคนที่บอกว่าเห็นใจ Bitkub ในสิ่งที่เกิดขึ้น
มีคนที่บอกว่าเมื่อ Bitkub แก้ไขจบแล้ว ทำไมยังเลือกที่จะปิดข้อมูลอยู่ จนถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 5 ปีแล้ว ถ้า ก.ล.ต.ไม่ประกาศอะไร ก็จะปิดบังไปเรื่อย ๆ ?
บางคำถามคงไม่มีคำตอบ
และบางคำตอบ คนอาจไม่ได้ถาม
แล้วเป็นเราหล่ะ
หากเพื่อนเราฝากเงินกับเราไว้อยู่เป็นจำนวนเงินหลัก 1,000 ล้าน
แล้วมีคนมาขโมยเงิน
เราจะบอกความจริงเพื่อนในวันที่ถูกโจรขโมยทันที
หรือเลือกที่จะเก็บความลับนี้ไว้ เพื่อให้เพื่อนคนนั้นสบายใจ จนกว่าจะหาเงินมาคืนได้
แต่โจทย์ของ Bitkub ท้าทายกว่านั้น คือไม่ใช่แค่เพื่อนคนเดียว แต่เป็นลูกค้าหลักแสนคน..
Tag: Bitkub

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

SPONSORED
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon