Microsoft โชว์งบไตรมาสล่าสุด ธุรกิจคลาวด์โตแรง ส่วน AI ทำเงินได้จริง ดันราคาหุ้นพุ่งขึ้น 7%

Microsoft โชว์งบไตรมาสล่าสุด ธุรกิจคลาวด์โตแรง ส่วน AI ทำเงินได้จริง ดันราคาหุ้นพุ่งขึ้น 7%

Microsoft ประกาศผลประกอบการไตรมาส 4 ปีงบประมาณ 2026 (สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2026) ออกมาแข็งแกร่งเหนือความคาดหมายของตลาด ทั้งในแง่ของรายได้และกำไร
ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทพุ่งขึ้นประมาณ 7% ในช่วงการซื้อขายหลังปิดตลาด
โดยปัจจัยหลักที่ทำให้นักลงทุนตื่นเต้นคือ การเติบโตที่เร่งตัวขึ้นของธุรกิจคลาวด์ และการที่บริษัทสามารถพิสูจน์ให้เห็นว่า เทคโนโลยี AI สามารถสร้างรายได้จริงอย่างเป็นกอบเป็นกำ
1. รายได้และกำไรทะลุเป้าหมาย
Microsoft ทำรายได้รวมในไตรมาสนี้ไปได้ถึง 90,007 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตขึ้น 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และสูงกว่าคาดการณ์ที่ 87,620 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
นอกจากนี้ยังมีกำไรต่อหุ้นแบบ Non-GAAP (Adjusted EPS) ที่ 4.74 ดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 23% ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 4.24 ดอลลาร์สหรัฐ
2. ธุรกิจ Intelligent Cloud และ Azure เติบโตติดปีก
กลุ่มธุรกิจ Intelligent Cloud ทำรายได้แตะ 39,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโต 32%
โดยมีหัวหอกสำคัญคือรายได้จาก Azure และบริการคลาวด์อื่น ๆ ที่พุ่งทะยานถึง 43% ซึ่งตอกย้ำความแข็งแกร่งในตลาดคลาวด์
3. แปลงการลงทุน AI เป็นรายได้จริง
ซีอีโอ Satya Nadella เผยว่ารายได้จาก Azure ตลอดทั้งปีทะลุ 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นครั้งแรก เติบโต 41% ทำให้ธุรกิจนี้มีขนาดใหญ่กว่า Google Cloud แต่ยังตามหลัง AWS
ที่สำคัญคือบริการ Microsoft 365 Copilot มียอดผู้ใช้งานแบบเสียเงิน ทะลุ 30 ล้าน เพิ่มขึ้นจาก 20 ล้าน ในเดือนเมษายน สะท้อนให้เห็นว่าลูกค้าองค์กรเชื่อมั่น และพร้อมจ่ายเงินเพื่อใช้ AI ของ Microsoft
4. รับรู้กำไรพิเศษจากการลงทุนใน Anthropic
ผลประกอบการไตรมาสนี้ ได้รับแรงหนุนจากรายการพิเศษ โดยบริษัทรับรู้กำไรถึง 3,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการลงทุนในบริษัท AI ชื่อดังอย่าง Anthropic รวมถึงมีค่าใช้จ่ายจากโครงการเกษียณอายุด้วยความสมัครใจที่ต่ำกว่าคาด
ส่งผลให้กำไรสุทธิไตรมาสนี้ เพิ่มเป็น 35,766 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 31%
5. ยอดรอรับรู้รายได้ (RPO) พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์
ยอดรับรู้รายได้คงเหลือสำหรับลูกค้าองค์กร เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 84% ไปแตะระดับ 678,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ตัวเลขนี้เป็นเครื่องยืนยันว่า ลูกค้ามีคำสั่งซื้อและภาระผูกพันระยะยาวกับบริษัทอย่างมหาศาล
6. การบริหารงบลงทุน (CapEx) อย่างมีกลยุทธ์
แม้รายจ่ายฝ่ายทุนจะพุ่งสูงถึง 41,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อรองรับดีมานด์ด้าน Cloud และ AI แต่การที่ผู้บริหารประกาศยืดอายุการใช้งานของโครงสร้างพื้นฐานเซิร์ฟเวอร์ และ Data Center ออกไปเป็น 25 ปี (จากเดิม 15 ปี) ทำให้นักลงทุนคลายความกังวลเรื่องต้นทุนค่าเสื่อมราคาในระยะยาว
7. กลุ่ม Productivity and Business Processes ยังเป็นเครื่องจักรผลิตเงิน
ธุรกิจหลักที่รวมถึง Office 365, Dynamics และ LinkedIn ยังคงเดินหน้าเติบโต โดยทำรายได้ไป 37,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 14% แสดงให้เห็นว่าระบบนิเวศซอฟต์แวร์ของ Microsoft ยังคงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับภาคธุรกิจ
นอกจากนี้ Microsoft ยังคาดรายได้ไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2027 อยู่ที่ 89,850 - 90,950 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นราว 16% สูงกว่าคาดการณ์ตลาดที่ 89,660 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
สรุปแล้ว สาเหตุที่ตลาดตอบรับเชิงบวกอย่างร้อนแรง และดันราคาหุ้น Microsoft ให้พุ่งขึ้น 7% เป็นเพราะบริษัทสามารถตอบคำถามสำคัญ ที่คาใจนักลงทุนมาตลอดทั้งปีได้สำเร็จ นั่นคือ
การลงทุนมหาศาลใน AI จะคุ้มค่าหรือไม่ ?
การเติบโตของ Azure ที่เร่งตัวขึ้น ยอดผู้ใช้งาน Copilot ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และกำไรสุทธิที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่า Microsoft ไม่ได้แค่เกาะกระแส AI แต่สามารถแปลงเทคโนโลยีเหล่านั้น มาเป็นกำไรทางธุรกิจได้จริง ๆ..

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

SPONSORED
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon