ถอดบทเรียน THE ALL-WEATHER BUSINESS ธุรกิจที่แข็งแกร่งทุกสภาพอากาศ

ถอดบทเรียน THE ALL-WEATHER BUSINESS ธุรกิจที่แข็งแกร่งทุกสภาพอากาศ

ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีมูลค่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศกว่า 1,300,000 ล้านบาท ทำสถิติสูงสุดใหม่
แต่ในอีกด้านหนึ่ง ผู้ประกอบการไทยจำนวนไม่น้อย กลับอยู่รอดยากกว่าที่เคยเป็นมา
สงครามการค้าเปลี่ยน Supply Chain ที่เคยมั่นคง AI เปลี่ยนวิธีแข่งขันของแทบทุกอุตสาหกรรม และ ESG เปลี่ยนกติกาที่ธุรกิจต้องเล่นตาม
คำถามคือ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ธุรกิจไทยแบบไหน ที่จะยังเป็นผู้ชนะได้ในโลกใบใหม่ ?
นี่คือโจทย์ใหญ่ที่ถูกพูดถึงในงาน 2 ทศวรรษรางวัล Bai Po Business Awards by Sasin
ภายในงาน ได้รวมผู้ประกอบการไทย 105 บริษัท ที่เคยได้รับรางวัลนี้มาตลอด 2 ทศวรรษ มาร่วมอัพเดทความพร้อมในฐานะเป็นผู้ที่เคยผ่านความท้าทายแต่ละยุคมาได้โดยที่ธุรกิจยังคงก้าวต่อได้ในทุกสถานการณ์
แล้วงานนี้ยังมีอะไรที่ผู้ประกอบการไทยควรรู้อีกบ้าง ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
Bai Po Business Awards by Sasin
Bai Po Business Awards by Sasin คือ รางวัลที่จัดขึ้นโดยธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมกับ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่ปี 2007 เพื่อยกย่องผู้ประกอบการไทยที่สร้างความแตกต่างในมิติทางธุรกิจอย่างโดดเด่น และมีศักยภาพในการบริหารธุรกิจอย่างยั่งยืน
เกณฑ์การพิจารณาไม่ได้ดูแค่ขนาดของธุรกิจ แต่ประเมินตั้งแต่แนวทางบริหาร นวัตกรรม การสร้างแบรนด์ ไปจนถึงการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว
ที่น่าสนใจ คือ ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา สิ่งที่ธนาคารไทยพาณิชย์ทำผ่านเวทีนี้ ไม่ได้มีแค่การมอบรางวัล แต่คือการสร้าง Platform ที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการไทย 105 บริษัทเข้าด้วยกัน ให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สร้างเครือข่ายพันธมิตร และต่อยอดโอกาสทางธุรกิจร่วมกัน นี่คือบทบาทของธนาคารในฐานะ Connector ของ Ecosystem ซึ่งเห็นได้ชัดเจนที่สุดในงานฉลองครบรอบ 20 ปีครั้งนี้ ที่ดึงผู้ประกอบการที่ได้รับรางวัลตลอด 2 ทศวรรษกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง
และในงานฉลองครบรอบ 20 ปีนี้เอง ได้มีการจัดสัมมนาหัวข้อ THE ALL-WEATHER BUSINESS เสริมภูมิคุ้มกัน ธุรกิจแกร่งทุกสถานการณ์ โดยมีผู้บริหารจาก 2 องค์กรระดับประเทศมาร่วมแบ่งปันมุมมอง คือ
- ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)
- คุณจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
มุมมองพลังงานและข้อคิดธุรกิจ จาก ดร.คงกระพัน
ถ้าย้อนดูประวัติศาสตร์โลก สงครามส่วนใหญ่มักเริ่มจากการแย่งชิงทรัพยากรพลังงาน แต่ท่ามกลางวิกฤติพลังงานที่หลายประเทศเผชิญ ประเทศไทยกลับเป็นหนึ่งในประเทศที่มีพลังงานใช้อย่างต่อเนื่อง
ส่วนหนึ่งมาจากการที่ภาครัฐและเอกชนไทยให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางพลังงาน เช่น ปตท. ที่ได้มีการลงทุนล่วงหน้าทั้งโครงสร้างพื้นฐานและธุรกิจ trading น้ำมันดิบและ LNG ในตลาดโลก
แม้โลกกำลังเผชิญโจทย์พลังงานอย่าง ความมั่นคง ราคา และความยั่งยืน รวมทั้งเดินหน้าสู่พลังงานสะอาด แต่การเปลี่ยนผ่านของไทยต้องใช้เวลา และก๊าซธรรมชาติจะยังคงเป็นพลังงานหลักไปอีก 20-30 ปี
แต่เราจะทำเหมือนเดิมไม่ได้ ต้องทำควบคู่กับการลดก๊าซเรือนกระจก กลุ่ม ปตท. จึงริเริ่มศึกษาและเตรียมแผนลงทุนในเทคโนโลยี ลดการปล่อยคาร์บอน เช่น โครงการ Carbon Capture and Storage (CCS) หรือการดักจับคาร์บอนไปกักเก็บใต้ดิน ทั้งในหลุมก๊าซธรรมชาติที่หมดอายุ และชั้นน้ำเกลือใต้ทะเลในอ่าวไทย เพื่อให้อุตสาหกรรมไทยยังเดินหน้าต่อได้ แม้โลกจะเริ่มเก็บภาษีคาร์บอนเข้มงวดขึ้น
นอกจากภาพใหญ่ระดับประเทศแล้ว สิ่งที่ ดร.คงกระพัน ฝากไว้สำหรับผู้ประกอบการไทยทั้งหมด มี 3 เรื่องหลัก
เรื่องแรก โลกธุรกิจไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว สมัยก่อนการวิเคราะห์ธุรกิจดูแค่อุปสงค์อุปทาน แต่ตอนนี้ทิศทางเศรษฐกิจเปลี่ยนได้เร็ว สูตรเดิมจึงอาจใช้ไม่ได้อีกต่อไป ธุรกิจต้องปรับตัวให้เร็ว พร้อมโฟกัสในสิ่งที่ตัวเองถนัดให้ดีที่สุด
เรื่องที่สอง อย่าติดกับดักความสำเร็จเดิม เพราะการคิดว่าทำแบบเดิมแล้วเคยสำเร็จ จะสำเร็จแบบเดิมต่อไปเรื่อย ๆ โดยไม่ปรับตัว โดยเฉพาะเมื่อคู่แข่งเริ่มใช้ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน
เรื่องที่สาม อย่ามองข้ามสภาพคล่อง เพราะธุรกิจจำนวนไม่น้อยไปไม่รอด ไม่ใช่เพราะขาดทุน แต่เพราะหมุนเงินสดไม่ทัน การเตรียมแหล่งเงินทุนสำรอง เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนจึงเป็นอีกหนึ่งวินัยที่มองข้ามไม่ได้
ดร.คงกระพัน สรุปหัวใจของการทำธุรกิจยุคนี้ไว้อย่างน่าคิดว่า
“โลกธุรกิจทุกวันนี้ยากกว่าที่เคยเจอมาตลอด องค์กรต้อง Dynamic มากขึ้น โลกมีแหล่งความรู้ให้เราเรียนรู้เยอะมาก จึงต้องพร้อมเรียนรู้ตลอดเวลา แต่สุดท้ายเราต้องตัดสินใจเอง อะไรคิดว่าดีก็ทำ อันไหนไม่ดีก็เลิก”
มุมมองการดึงดูดเม็ดเงินลงทุน จากคุณจรีพร
ท่ามกลางความขัดแย้งทั่วโลก หลายบริษัทเลือกย้ายฐานการผลิตมายังอาเซียน โดยประเทศไทยมีจุดแข็งทั้งทำเลที่ตั้ง โครงสร้างพื้นฐาน และการสนับสนุนด้านพลังงานสะอาด
ซึ่งส่วนหนึ่งสะท้อนออกมาเป็นตัวเลขคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนกว่า 1,300,000 ล้านบาทที่กล่าวถึงข้างต้น โดยส่วนใหญ่อยู่ในอุตสาหกรรม Data Center รถยนต์ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง
สำหรับกลยุทธ์ที่คุณจรีพรใช้จริงกับ WHA และแนะนำต่อให้ผู้ประกอบการไทย 2 เรื่องหลัก
เรื่องแรก สร้าง Ecosystem ด้วยทฤษฎีวงโคจร หรือ Orbit เน้นต่อยอดธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกัน
เริ่มจากธุรกิจโลจิสติกส์ ขยายสู่นิคมอุตสาหกรรม สาธารณูปโภคและพลังงาน ไปจนถึงเทคโนโลยีดิจิทัล ล่าสุดคือโมบิลิตี้ โซลูชัน กรีนโลจิสติกส์ครบวงจรภายใต้แบรนด์ Mobilix (Built to Suit EV Eco system) กลยุทธ์นี้ช่วยให้บริษัทใช้ทรัพยากรร่วมกัน เชื่อมฐานลูกค้า และสร้างสมดุลระหว่างรายได้ประจำกับรายได้จากการขาย ทำให้กระแสเงินสดสม่ำเสมอขึ้นในระยะยาว
เรื่องที่สอง หาธนาคารคู่ใจ และอัปเกรดตัวเองให้ทันมาตรฐานโลก เมื่อธนาคารเข้าใจทิศทางธุรกิจ การเข้าถึงเงินทุนก็ง่ายขึ้น ส่วนเงินที่ได้มาก็ควรใช้ให้ตรงวัตถุประสงค์ ไม่ปะปนกับค่าใช้จ่ายส่วนตัว ขณะเดียวกัน เมื่ออุตสาหกรรมระดับโลกย้ายฐานเข้ามา มาตรฐานและเทคโนโลยีก็เปลี่ยนตาม ผู้ประกอบการไทย จึงควรอัปเกรดทักษะใหม่ นำเทคโนโลยีมาปรับใช้ และให้ความสำคัญกับ ESG เพื่อเพิ่มโอกาสเป็นคู่ค้าของบริษัทระดับโลก
คุณจรีพรฝากแนวคิดไว้ว่า
“สร้างให้ครบ ตบให้เป็น
การสร้าง Ecosystem คือการสร้างเกราะป้องกันของเราให้ครบ ทำให้เราใหญ่พอที่ใครจะมาแข่งด้วยก็ต้องคิดหนัก และเมื่อมีโอกาสเข้ามา ก็ต้องตบให้เข้าที่ จบงานให้เป็น และไปให้ไว”
จากมุมมองของทั้ง 2 วิทยากร จะเห็นว่าการปรับตัวและความยั่งยืน คือสิ่งที่ช่วยให้ธุรกิจอยู่รอดในยุคนี้
Champ of the Champs ทำไมต้องเป็น 2 บริษัทนี้
นอกจากนี้ ภายในงานฉลองครบรอบ 2 ทศวรรษครั้งนี้ เพื่อยกย่องผู้ประกอบการไทยที่รักษาการเติบโตได้ต่อเนื่อง ทางผู้จัดจึงมอบรางวัลพิเศษ Bai Po Business Awards by Sasin - Champ of the Champs ให้กับ 2 สุดยอดธุรกิจต้นแบบ ที่มีความแข็งแกร่งและมีการบริหารจัดการที่เป็นเลิศ ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณธรรม ตลอดจนสามารถรักษาศักยภาพและมาตรฐานในการดำเนินกิจการ พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืนในทุกสถานการณ์ ได้แก่ บริษัท ทรอปิคานา ออยล์ จำกัด ผู้นำผลิตภัณฑ์น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ที่มุ่งมั่นสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) โดยใส่ใจตั้งแต่คุณภาพชีวิตเกษตรกรต้นน้ำถึงปลายน้ำ” และบริษัท ฮิวแมนิก้า จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการให้บริการโซลูชันการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล (World-Class End-to-End Human Capital Management Solutions) ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI และ ด้านบริการรับทำเงินเดือน (Payroll Outsourcing Service) มาตรฐานระดับสากล ได้รับความไว้วางใจจากองค์กรชั้นนำทั้งในประเทศและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
แม้ทั้งสองบริษัทอยู่กันคนละอุตสาหกรรม คนละโจทย์ และคนละจังหวะของวิกฤติ แต่มีสิ่งที่เหมือนกัน ได้แก่
หนึ่ง คือผ่านวิกฤติที่เกือบทำให้ธุรกิจไปต่อไม่ได้มาแล้ว
สอง คือไม่เคยหยุดพัฒนาแม้ในวันที่ยากที่สุด
สาม คือสร้างคุณค่าให้คนรอบตัวไปพร้อมกับธุรกิจของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกร คู่ค้า หรือองค์กรที่นำซอฟต์แวร์ไปใช้ Transform ธุรกิจ
นี่คือเหตุผลที่ทั้งสองบริษัทถูกเลือกให้เป็น Champ of the Champs และเป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนที่สุดว่า ธุรกิจที่ยั่งยืนจริง ๆ ไม่ใช่แค่ธุรกิจที่เก่ง แต่คือธุรกิจที่ผ่านบททดสอบมาแล้ว และยังคิดถึงคนรอบข้างไปพร้อมกัน
อยากรู้ว่าทั้งสองบริษัทผ่านวันที่หนักที่สุดมาได้อย่างไร ติดตามเรื่องราวฉบับเต็มได้ในบทความสัมภาษณ์ 2 ผู้ก่อตั้ง โดย BrandCase https://www.brandcase.co/54804
การยกระดับ Bai Po Business Awards by Sasin
สู่รางวัล Baipo Business Sustainability Awards
ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา Bai Po Business Awards by Sasin คือเวทีของธุรกิจ ที่ “เก่ง”
แต่วันนี้ คำว่าเก่งอย่างเดียว อาจไม่เพียงพออีกต่อไป
ธุรกิจที่โลกต้องการ ไม่ใช่แค่ธุรกิจที่ทำกำไรได้ดีที่สุด แต่ต้องเก่ง และทำให้คนรอบตัวเติบโตไปด้วยกันได้ ไม่ว่าจะเป็นพนักงาน คู่ค้า ลูกค้า สังคม หรือสิ่งแวดล้อม
นี่จึงเป็นที่มาของการยกระดับแบรนด์ครั้งใหญ่ในรอบ 20 ปี ภายใต้ชื่อ
Baipo Business Sustainability Awards
เกณฑ์ประเมินโฉมใหม่จึงไม่ได้ดูแค่ผลประกอบการหรือมิติภายในองค์กรอีกต่อไป แต่ครอบคลุมตั้งแต่การบริหารงาน การสร้างสรรค์นวัตกรรม การตลาดและการดูแลลูกค้า ไปจนถึงความยั่งยืนและผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย
ธุรกิจแบบไหนเหมาะกับรางวัลนี้
Baipo Business Sustainability Awards เปิดกว้างสำหรับผู้ประกอบการไทย 2 กลุ่ม คือกลุ่มรายได้ 75-500 ล้านบาท และกลุ่มรายได้มากกว่า 500-5,000 ล้านบาท ไม่จำกัดว่าต้องอยู่ในอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่งเป็นพิเศษ ขอเพียงมีความมุ่งมั่นที่จะเติบโตอย่างมีคุณภาพ ควบคู่ไปกับการดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอบตัว
ส่วนสิ่งที่ผู้สมัครและผู้ได้รับรางวัลจะได้กลับไป ไม่ใช่แค่โล่รางวัล แต่คือ โอกาสได้ทบทวนและยกระดับมาตรฐานการบริหารธุรกิจของตัวเองผ่านกระบวนการประเมิน ได้เชื่อมต่อกับเครือข่ายผู้ประกอบการที่ผ่านเวทีเดียวกัน และสำหรับผู้ได้รับรางวัล ยังสามารถใช้ตราสัญลักษณ์ Baipo Business Sustainability Awards เป็นเครื่องยืนยันมาตรฐานความยั่งยืนในการสื่อสารกับลูกค้าและคู่ค้าต่อไปได้อีกด้วย
เมื่อโลกไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวอีกต่อไป
ธุรกิจที่อยู่รอดในระยะยาว อาจไม่ใช่ธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดหรือเก่งที่สุดในวันนี้ แต่คือธุรกิจที่เรียนรู้เร็วที่สุด ปรับตัวเร็วที่สุด และไม่ลืมที่จะพาคนรอบตัวเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน
และนี่คือเหตุผลที่รางวัล Bai Po Business Awards by Sasin กำลังก้าวสู่ Baipo Business Sustainability Awards
สนใจสมัครหรือเสนอชื่อผู้ประกอบการเพื่อพิจารณารางวัล ได้ตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันที่ 15 กันยายน 2026 ประกาศผลและมอบรางวัลครั้งแรกในไตรมาสแรกของปี 2027 ซึ่งตรงกับวาระครบรอบ 120 ปีธนาคารไทยพาณิชย์ ศึกษารายละเอียดและดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ www.scb.co.th/th/baipo-business-awards หรือติดต่อคณะทำงาน Sasin Management Consulting ได้ที่โทรศัพท์ 02-218-4017 Email: Baipoawards@sasin.edu
Reference :
- งาน 2 ทศวรรษ รางวัล Bai Po Business Awards by Sasin

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

SPONSORED
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon