ตลาดนม 70,000 ล้าน ดัชมิลล์ปรับตัวอย่างไร ในยุคที่คนไทยลดหวาน

ตลาดนม 70,000 ล้าน ดัชมิลล์ปรับตัวอย่างไร ในยุคที่คนไทยลดหวาน

ลองสังเกตพฤติกรรมเวลาเราเดินเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตทุกวันนี้ หลายคนไม่ได้หยิบเครื่องดื่มลงตะกร้าทันทีเหมือนเมื่อก่อน
โดยใช้เวลาพลิกดูฉลากข้างขวด เพื่อมองหาปริมาณน้ำตาล โปรตีน หรือสัญลักษณ์ที่การันตีเรื่องสุขภาพมากขึ้น
นั่นเป็นเพราะผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันมากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs
เมื่อพฤติกรรมคนเปลี่ยนไป แบรนด์ที่อยู่คู่คนไทยมานานอย่างดัชมิลล์ มีวิธีปรับตัวเพื่อรับมือกับโจทย์นี้อย่างไร ?
รู้หรือไม่ว่า ณ สิ้นปี 2025 ตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์นม ซึ่งรวมถึงนมพร้อมดื่มและโยเกิร์ตแบบถ้วย มีมูลค่ารวมสูงกว่า 70,000 ล้านบาท
ในตลาดที่ใหญ่ขนาดนี้ ดัชมิลล์สามารถครองส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 1 อย่างต่อเนื่อง โดยคิดเป็นสัดส่วนราว 25% ของตลาดผลิตภัณฑ์นมทั้งหมด
พร้อมกันนี้ ดัชมิลล์ยังได้รับรางวัล Most Chosen Brand ในหมวดผลิตภัณฑ์นม จากเวที Brand Footprint Awards ประจำปี 2026 ติดต่อกันเป็นปีที่ 14 ซึ่งสะท้อนถึงความไว้วางใจจากผู้บริโภค
 
แม้จะเป็นผู้นำ แต่ดัชมิลล์ก็มองเห็นเทรนด์ว่า ตลาดอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพนั้นมีอัตราการเติบโตสูงกว่าตลาดทั่วไป
บริษัทจึงตั้งเป้าหมายที่จะผลักดันสินค้ากลุ่มสุขภาพให้เติบโตในระดับ High Single-digit จนถึง Double-digit เพื่อรักษาการเติบโตให้สูงกว่าตลาดภาพรวม
หนึ่งในอาวุธสำคัญที่ดัชมิลล์นำมาใช้คือกลยุทธ์ 4P Health Innovation Strategy ซึ่งประกอบไปด้วย 

Protein: การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เน้นโปรตีนสูง 
Plant-based: การเพิ่มทางเลือกโภชนาการที่มาจากพืช 
Probiotic: ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ 
Purity: ผลิตภัณฑ์ที่มุ่งเน้นการลดการปรุงแต่ง 

มากไปกว่าการพัฒนาสูตร ดัชมิลล์ยังให้ความสำคัญกับ "ตราทางเลือกสุขภาพ" เพื่อให้ผู้บริโภคมองเห็นและตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ได้ง่ายขึ้น
โดยหากเทียบระหว่างปี 2567 ถึง 2568 บริษัทมีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับตราดังกล่าวเพิ่มขึ้นกว่า 50%
ส่งผลให้ปัจจุบัน กลุ่มบริษัทดัชมิลล์กลายเป็นบริษัทอันดับ 1 ในตลาด ที่มีจำนวนผลิตภัณฑ์ได้รับตราทางเลือกสุขภาพมากที่สุด 

นอกจากนี้ ดัชมิลล์ยังตั้งเป้าหมายว่าในอนาคต จะต้องมีผลิตภัณฑ์ที่ผ่านเกณฑ์รับรองตราทางเลือกสุขภาพ มากกว่า 50% ของพอร์ตผลิตภัณฑ์ทั้งหมด
ล่าสุดยังได้เดินหน้าจัดแคมเปญรณรงค์ โดยมีคุณหนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย มาเป็นพรีเซนเตอร์ เพื่อสื่อสารเรื่องเครื่องหมายนี้ให้เข้าถึงคนในวงกว้าง 

เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่า ในสมรภูมิธุรกิจที่ความต้องการของผู้บริโภคเปลี่ยนไปทุกวัน การเป็นแบรนด์อันดับ 1 ไม่ได้แปลว่าจะสามารถหยุดนิ่งได้
แต่คือการต้องตื่นตัว อ่านเกมให้ออกว่าลูกค้ากำลังมองหาอะไร และพร้อมที่จะปรับตัวเพื่อเข้าไปอยู่ในทุกจังหวะชีวิตของพวกเขา
เพราะท้ายที่สุดแล้ว แบรนด์ที่อยู่รอดและเติบโตได้ คือแบรนด์ที่ทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่า กำลังส่งมอบสุขภาพที่ดี หรือสิ่งดี ๆ ให้กับพวกเขาอยู่

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

SPONSORED
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon