กำแพงเพชร จังหวัดทางผ่าน แต่เศรษฐกิจ 130,000 ล้าน ใหญ่อันดับ 2 ของภาคเหนือ

กำแพงเพชร จังหวัดทางผ่าน แต่เศรษฐกิจ 130,000 ล้าน ใหญ่อันดับ 2 ของภาคเหนือ

กำแพงเพชร จังหวัดทางผ่าน แต่เศรษฐกิจ 130,000 ล้าน ใหญ่อันดับ 2 ของภาคเหนือ /โดย ลงทุนแมน
กำแพงเพชร ในภาพจำของหลายคนคือ จังหวัดทางผ่าน ระหว่างการเดินทางจากกรุงเทพฯ ขึ้นไปเชียงใหม่ หรือภาคเหนือตอนบน
หรือบางคนอาจนึกถึง อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร โบราณสถานเก่าแก่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก หรือต้นกำเนิดของเฉาก๊วยชากังราว
รู้หรือไม่ว่า จากข้อมูลของสภาพัฒน์ ปี 2567 กำแพงเพชร มี GPP หรือขนาดเศรษฐกิจ ถึง 130,000 ล้านบาท
หากเจาะเข้าไปในภาคเหนือ..
มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่กว่า นครสวรรค์ จังหวัดที่มีเขตแดนติดกัน โดยเป็นรองเพียงอันดับ 1 คือ เชียงใหม่ เท่านั้น
และตัวเลข GPP เฉลี่ยต่อหัว ของกำแพงเพชร อยู่ที่ 166,945 บาท/คน/ปี
แซงเชียงใหม่ ซึ่งอยู่อันดับ 3 ที่ 164,479 บาท/คน/ปี
หรือนครสวรรค์ ที่ครองอันดับ 4 ที่ 145,021 บาท/คน/ปี
โดยกำแพงเพชร เป็นรองเพียงอันดับ 1 คือ ลำพูน ที่มี GPP เฉลี่ยต่อหัว 244,960 บาท/คน/ปี
แล้วจังหวัดทางผ่านแห่งนี้ มีขนาดเศรษฐกิจหลักแสนล้านบาท สร้างรายได้ต่อหัวสูงขนาดนี้ จากอะไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
จังหวัดนี้ มีแม่น้ำปิงไหลผ่านเป็นระยะทางยาวกว่า 100 กิโลเมตร ครอบคลุมหลายอำเภอ ทำให้พื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำมีความชุ่มชื้น และมีตะกอนดินที่อุดมสมบูรณ์
บวกกับสภาพภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นที่ราบเชิงเขา ทำให้เอื้อต่อการทำเกษตรแปลงใหญ่ ต่างจากหลายจังหวัดภาคเหนือที่มีสภาพเป็นภูเขาสูงชัน จนพื้นที่เพาะปลูกถูกจำกัด
ด้วยดินดีและน้ำพร้อม กำแพงเพชรจึงกลายเป็นแหล่งเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจสำคัญในภาคเหนือของไทย ทั้งข้าว มันสำปะหลัง อ้อยโรงงาน และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
และตรงนี้เอง คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้กำแพงเพชรต่อยอดไปยังอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป ที่ต้องพึ่งพาพืชไร่อย่างอ้อย มันสำปะหลัง และข้าวโพด เป็นวัตถุดิบตั้งต้นในกระบวนการผลิต ไม่ว่าจะเป็น โรงสีข้าว โรงงานน้ำตาล โรงงานผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
เพราะเมื่อมีวัตถุดิบทางการเกษตรปริมาณมาก และมีคุณภาพสม่ำเสมออยู่ในพื้นที่ โรงงานแปรรูปก็ไม่จำเป็นต้องขนส่งวัตถุดิบมาจากที่ไกล ๆ ซึ่งช่วยลดทั้งต้นทุนค่าขนส่ง และความเสี่ยงเรื่องวัตถุดิบขาดแคลน

โดยมีบริษัทขนาดใหญ่เลือกมาปักหมุดตั้งโรงงานที่นี่ อย่างเช่น
- โรงงานผลิตเครื่องดื่มของ บมจ.เบียร์ไทย (1991) ถือเป็นหนึ่งในโรงงานผลิตเบียร์ที่ใหญ่ของไทย และใช้เม็ดเงินลงทุนก่อสร้างสูงมากในประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย
รวมถึงโรงงานผลิตเครื่องดื่ม บจ.สุรากระทิงแดง (1988) โรงงานกลั่นสุราขนาดใหญ่
ซึ่งทั้งสองรายนี้อยู่ในเครือไทยเบฟเวอเรจ
- โรงงานอายิโนะโมะโต๊ะ หนึ่งในฐานการผลิตผงชูรสและวัตถุปรุงแต่งรสอาหารที่สำคัญที่สุดของบริษัทในประเทศไทย โดยอาศัยมันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบสำคัญ
ภาพแบบนี้สะท้อนมายัง โครงสร้างเศรษฐกิจของจังหวัด ที่ปัจจุบันมาจาก
- ภาคเกษตรกรรม 22%
- ภาคบริการ 31%
- ภาคอุตสาหกรรม 47%
นั่นแปลว่า แม้ภาพจำของกำแพงเพชรจะผูกกับไร่นาและพืชผล แต่เครื่องจักรที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดจริง ๆ กลับอยู่ในรั้วโรงงานที่แปรรูปพืชผลเหล่านั้นอีกทอดหนึ่ง ให้กลายเป็นสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น
และสร้างการหมุนเวียนของเม็ดเงินในพื้นที่ ในรูปของค่าจ้างแรงงาน การจ้างงานในโรงงาน และรายได้จากการรับซื้อผลผลิต
นอกจากนี้ อีกปัจจัยที่หนุนให้กำแพงเพชรดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเหล่านี้ได้คือ ทำเลที่ตั้ง
จังหวัดนี้อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ไม่เกิน 400 กิโลเมตร และเป็นจุดเชื่อมต่อกระจายสินค้าภายในประเทศได้สะดวก โดยเฉพาะการมีเส้นทางคมนาคมสำคัญที่เชื่อมภาคกลางเข้าสู่ภาคเหนือตอนบน
รวมถึงยังมีศักยภาพด้านพลังงานทดแทน ทั้งพลังงานชีวมวลจากเศษวัสดุการเกษตร พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานจากเอทานอล และก๊าซชีวภาพ
เชื่อมโยงโดยตรงกับอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปที่มีอยู่แล้วในพื้นที่ เพราะเศษวัสดุเหลือใช้จากไร่อ้อยและมันสำปะหลัง สามารถนำมาแปลงเป็นพลังงานป้อนกลับเข้าสู่ระบบการผลิตได้อีกทอดหนึ่งอีกด้วย
ถึงตรงนี้ ต้องยอมรับว่า สิ่งที่ซ้อนทับกันอยู่ในภาคอุตสาหกรรมและภาคเกษตรกรรม ก็มีความท้าทายใหญ่ซ่อนอยู่นั่นคือ กับดักความเหลื่อมล้ำ
ตัวเลข GPP เฉลี่ยต่อหัว ดูสวยงาม แต่ความมั่งคั่งส่วนใหญ่ กลับกระจุกตัวอยู่ในรั้วของโรงงานอุตสาหกรรม ขณะที่คนท้องถิ่นจำนวนมากยังคงฝากชีวิตไว้กับภาคเกษตรกรรม
สุดท้ายแล้ว ตัวเลขเศรษฐกิจแสนล้านบาท หรือรายได้ต่อหัวที่แซงหน้าเชียงใหม่ จะมีความหมายมากกว่านี้ ก็ต่อเมื่อมูลค่าที่เกิดขึ้นในรั้วโรงงาน ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในรั้วนั้น แต่ไหลย้อนกลับไปถึงมือคนปลูกข้าว ปลูกอ้อย ปลูกมัน ที่อยู่นอกรั้วโรงงานด้วยเช่นกัน..

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

SPONSORED
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon