
ทำไม ออล นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ถึงขายในไทยเป็นที่แรกของโลก
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง x มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย
ถ้าอยากรู้ว่ารถที่พัฒนามา พร้อมให้คนทั้งโลกใช้แล้วหรือยัง ลองให้มันวิ่งบนถนนเมืองไทยดูก่อน
เพราะถนนเมืองไทยมีโจทย์ครบในที่เดียว
ทั้งฝนที่ตกหนักจนน้ำขังรอระบาย แดดที่ร้อนเกือบทั้งปี รถที่ติดยาวในเมือง ไปจนถึงทางลูกรัง และทางขึ้นเขาในต่างจังหวัด
ทั้งฝนที่ตกหนักจนน้ำขังรอระบาย แดดที่ร้อนเกือบทั้งปี รถที่ติดยาวในเมือง ไปจนถึงทางลูกรัง และทางขึ้นเขาในต่างจังหวัด
All New Mitsubishi Pajero หรือปาเจโรรุ่นที่ 5 ผ่านโจทย์เหล่านี้มาแล้ว ด้วยการวิ่งทดสอบบนถนนจริงในประเทศไทย รวมระยะทางกว่า 100,000 กิโลเมตร
ที่ผ่านมา เราคุ้นกับภาพที่รถรุ่นใหม่ถูกคิดและพัฒนามาจากต่างประเทศ แล้วค่อยส่งมาขายที่เมืองไทย
ปาเจโรรุ่นนี้เดินกลับด้านกัน
รถถูกวิจัยและพัฒนาร่วมกับทีมงานคนไทย ผลิตที่ไทย และพร้อมส่งมอบให้กับคนไทยเป็นกลุ่มแรก
รถถูกวิจัยและพัฒนาร่วมกับทีมงานคนไทย ผลิตที่ไทย และพร้อมส่งมอบให้กับคนไทยเป็นกลุ่มแรก
จากนั้นจึงทยอยส่งออกและจำหน่ายที่ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และขยายไปอีกกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุมภูมิภาคอาเซียน ลาตินอเมริกา และตะวันออกกลาง
แล้วทำไมรถระดับตำนานอย่าง All New Mitsubishi Pajero ถึงมีจุดเริ่มต้นที่ประเทศไทย ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ปาเจโรรุ่นแรกเปิดตัวในปี 2525 ภายใต้แนวคิดรถยนต์เพื่อการพักผ่อนและสันทนาการ หรือ Recreation Vehicle (RV) ที่ผสมผสานความลุยแบบรถขับเคลื่อน 4 ล้อ เข้ากับความสบายแบบรถยนต์นั่ง
ถัดมาแค่ปีเดียว ปาเจโรก็ร่วมลงแข่งขันดาการ์ แรลลี่ การแข่งขันออฟโรดระยะไกลที่ขึ้นชื่อว่าโหดที่สุดรายการหนึ่งของโลก เพื่อเป็นบทพิสูจน์ความแข็งแกร่งของรถรุ่นนี้
และมิตซูบิชิ ปาเจโร สามารถคว้าแชมป์ประเภทโอเวอร์ออลได้เป็นครั้งแรกในปี 2528 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ผู้ผลิตรถยนต์จากญี่ปุ่นทำได้
มิตซูบิชิ ปาเจโรเป็นที่จดจำในฐานะ “The King of the Desert” ด้วยสถิติคว้าแชมป์ดาการ์ แรลลี่รวมทั้งหมด 12 สมัย และยังเคยครองตำแหน่งแชมป์ 7 สมัยติดต่อกันตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544-2550 ซึ่งเป็นสถิติที่ยังไม่เคยมีใครล้มได้จนถึงปัจจุบัน จนได้รับการบันทึกจาก Guinness World Records ว่าเป็นผู้ผลิตรถยนต์ที่ชนะดาการ์ แรลลี่มากที่สุด (Most Dakar Rally wins by a manufacturer)
ชื่อเสียงจากสนามแข่ง ช่วยให้ยอดขายบนถนนจริงตามมา
ตลอด 4 รุ่นที่ผ่านมา ปาเจโรมียอดขายสะสมกว่า 3.29 ล้านคัน ในกว่า 170 ประเทศ
โดยมิตซูบิชิ ปาเจโร รุ่นที่ 4 ถูกผลิตต่อเนื่องยาวนานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 มาจนถึงปี พ.ศ. 2564
ตลอด 4 รุ่นที่ผ่านมา ปาเจโรมียอดขายสะสมกว่า 3.29 ล้านคัน ในกว่า 170 ประเทศ
โดยมิตซูบิชิ ปาเจโร รุ่นที่ 4 ถูกผลิตต่อเนื่องยาวนานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 มาจนถึงปี พ.ศ. 2564
วันนี้ ปาเจโรกลับมาอีกครั้งในรุ่นที่ 5 ในฐานะรถเรือธงของแบรนด์ ซึ่งผู้บริหารของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ฝั่งญี่ปุ่น เคยให้สัมภาษณ์กับ Nikkei Asia ว่า เป้าหมายใหญ่ที่สุดของการนำปาเจโรกลับมา คือการเสริมความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์
เมื่อรถรุ่นนี้ถูกวางบทบาทไว้ใหญ่ขนาดนี้ การเลือกว่าจะให้รถเกิดที่ไหน จึงต้องคิดมาอย่างดี
และคำตอบแรก อยู่ที่ ฐานการผลิต..
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส อยู่เคียงคู่ประเทศไทยมานานกว่า 65 ปี วันนี้ โรงงานของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่ประเทศไทยคือฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุดของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส นอกประเทศญี่ปุ่น รวมถึงเป็นศูนย์กลางส่งออกรถไปยังกว่า 120 ประเทศ ซึ่งเมื่อต้นปี พ.ศ. 2567 เพิ่งฉลองการผลิตรถยนต์ครบ 7 ล้านคัน
อีกข้อที่หลายคนอาจไม่รู้ คือปาเจโรรุ่นใหม่ใช้โครงสร้างแชสซีส์แบบ Ladder Frame หรือโครงสร้างแบบบันได พูดง่าย ๆ คือมีโครงเหล็กแข็งแรงรองรับอยู่ใต้ตัวถังอีกชั้น ทำให้ทนแรงบิดและแรงกระแทกจากทางลุยได้ดี
ที่น่าสนใจก็คือ ปาเจโรรุ่นแรกก็ใช้โครงสร้างแบบนี้ ก่อนที่รุ่นที่ 3 และ 4 จะเปลี่ยนไปใช้โครงสร้างแบบ Built-in Frame Monocoque ที่ตัวถังกับโครงรวมเป็นชิ้นเดียว เพื่อให้ขับบนถนนได้นุ่มขึ้น
มาถึงรุ่นที่ 5 ปาเจโรจึงกลับไปหาโครงสร้างแบบบันไดอีกครั้ง
โดยมิตซูบิชิระบุว่า ออล นิว ปาเจโรพัฒนาบนพื้นฐานโครงสร้างแบบบันไดของกระบะไทรทัน ซึ่งผลิตอยู่ที่ไทยอยู่แล้ว และเพิ่มสัดส่วนเหล็กกล้าความแข็งแรงสูงเข้าไป ให้รับแรงบิดและแรงกระแทกได้ดีขึ้นกว่าเดิม
โดยมิตซูบิชิระบุว่า ออล นิว ปาเจโรพัฒนาบนพื้นฐานโครงสร้างแบบบันไดของกระบะไทรทัน ซึ่งผลิตอยู่ที่ไทยอยู่แล้ว และเพิ่มสัดส่วนเหล็กกล้าความแข็งแรงสูงเข้าไป ให้รับแรงบิดและแรงกระแทกได้ดีขึ้นกว่าเดิม
ผลก็คือ ปาเจโรรุ่นใหม่ถูกประกอบที่โรงงานมิตซูบิชิ มอเตอร์ส นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี โรงงานที่มีความเชี่ยวชาญกับโครงสร้างแบบนี้มาอย่างยาวนาน
คำตอบที่ 2 อยู่ที่ ห่วงโซ่อุปทาน..
กว่า 80% ของผู้ผลิตและจัดส่งชิ้นส่วนให้ปาเจโรรุ่นใหม่ เป็นผู้ประกอบการที่มีฐานการดำเนินงานอยู่ในไทย
นั่นหมายความว่า ทุกครั้งที่ปาเจโรถูกผลิตออกมา 1 คัน เงินส่วนหนึ่งจะกระจายไปถึงโรงงานชิ้นส่วนในประเทศ เกิดการจ้างงาน และเมื่อรถถูกส่งออกไปขายต่างประเทศ ก็กลายเป็นรายได้จากการส่งออกของไทยด้วย
ส่วนในมุมของการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI เปิดเผยว่า มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประกาศลงทุนในไทยเพิ่มอีก 16,000 ล้านบาท ภายในปี พ.ศ. 2573 ทั้งเพื่อรองรับเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า และการใช้ไทยเป็นฐานการผลิตปาเจโรรุ่นใหม่ เพื่อขายในไทยและส่งออกไปทั่วโลก
ซึ่งเม็ดเงินก้อนนี้ครอบคลุมการพัฒนาและผลิตรถรุ่นสำคัญ ทั้งปาเจโร ไทรทัน และเอ็กซ์แพนเดอร์
คำตอบที่ 3 อยู่ที่ คน..
ปาเจโรรุ่นนี้ถูกพัฒนาภายใต้ความร่วมมือระหว่างทีมงานไทยและญี่ปุ่น ทั้งในด้านการพัฒนา การควบคุมคุณภาพ และการผลิต
โดยนำความเข้าใจในวิถีชีวิต ความต้องการของลูกค้า และสภาพถนนที่หลากหลาย ที่มิตซูบิชิ มอเตอร์สสะสมมาตลอด 65 ปีในไทย มาผสมกับความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมจากญี่ปุ่น
ระยะทางทดสอบกว่า 100,000 กิโลเมตรที่เล่าไว้ตอนต้น จึงเป็นการปรับจูนรถให้เข้ากับสภาพการขับขี่และการใช้งานจริงของคนไทย
ถึงตรงนี้ หลายคนอาจยังสงสัยว่า ทำไมต้องให้ลูกค้าคนไทยเป็นกลุ่มแรกที่ได้ใช้ ?
ผู้บริหารมิตซูบิชิประเมินว่า ตลาดรถยนต์ไทยปีนี้จะมียอดขายรวมราว 650,000-700,000 คัน โดยกลุ่มที่ยังเติบโตต่อเนื่องคือรถ SUV ซึ่งรวมถึง SUV ระดับพรีเมียม

ที่สำคัญ ผู้บริโภคไทยให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์และความโดดเด่นของรถค่อนข้างมาก และยังฟังเสียงรีวิวจากผู้ใช้จริงด้วยกันเองเป็นหลัก
ตลาดที่ลูกค้าดูทั้งหน้าตา ดูทั้งความทนทาน และเชื่อคำบอกต่อจากคนใช้จริงแบบนี้ ถ้ารถผ่านความเห็นของคนไทยไปได้ ก็น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีก่อนจะออกไปพบลูกค้าในประเทศอื่น ๆ
ส่วนเรื่องราคา เนื่องจากชิ้นส่วนและอะไหล่รถยนต์มาจากผู้ผลิตในไทยเป็นหลัก รวมถึงยังพัฒนารถยนต์บนโครงสร้างที่โรงงานในประเทศไทยเชี่ยวชาญอยู่แล้ว ก็น่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้มิตซูบิชิวางราคาที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้าชาวไทยได้
ทีนี้ มาดูกันว่าโจทย์ของถนนเมืองไทยที่เล่าไว้ตอนต้น ถูกตอบด้วยอะไรบ้างในตัวรถ
เริ่มจากโจทย์แรก คือฝนตกหนักและทางลุย
นอกจากโครงสร้างแบบขั้นบันไดแล้ว ปาเจโรรุ่นใหม่ยังมีระยะต่ำสุดจากพื้นถึงใต้ท้องรถสูงสุด 228 มิลลิเมตร และออกแบบคิ้วซุ้มล้อให้รองรับการติดตั้งท่อสน็อกเกิล หรือท่อหายใจที่ยกช่องดูดอากาศของเครื่องยนต์ให้สูงขึ้น สำหรับคนที่ต้องขับลุยน้ำ
ทุกรุ่นใช้เครื่องยนต์คลีนดีเซลเทอร์โบ 2.4 ลิตร ให้พละกำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิด 480 นิวตันเมตร คู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ซึ่งตอบโจทย์เรื่องพละกำลังและการลากจูงได้ดี
สำหรับรุ่นท็อป Super Exceed ซึ่งเป็นรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ จะได้ระบบ Super Select 4WD-II (SS4-II) ที่สลับรูปแบบการขับเคลื่อนได้ 4 แบบ และระบบ Super All Wheel Control หรือ S-AWC ที่ช่วยคุมทั้งการเร่ง การเข้าโค้ง และการเบรก ให้รถทรงตัวได้มั่นคง พร้อมโหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ ตั้งแต่ถนนปกติ ไปจนถึงทางกรวด โคลน ทราย และพื้นหิน
โจทย์ที่ 2 คืออากาศร้อนและฝุ่น
All New Mitsubishi Pajero มีแผงควบคุมแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลังแยกอิสระ รวมถึงคอนโซลกลางที่ทำความเย็นได้สำหรับแช่เครื่องดื่มระหว่างทาง และระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกฝั่งซ้าย-ขวา พร้อมระบบ nanoe™ X ที่ช่วยฟอกอากาศในห้องโดยสารเพิ่มเติมสำหรับรุ่นกลาง GSR ขึ้นไป
ในส่วนรุ่นท็อปอย่าง Super Exceed จะเพิ่มเบาะคู่หน้าแบบมีระบบระบายอากาศ ช่วยลดความอับชื้นเวลาขับในวันที่แดดแรง
โจทย์ที่ 3 คือการเดินทางไกลกับครอบครัว
ปาเจโรรุ่นใหม่มี 7 ที่นั่งทุกรุ่น ตัวรถยาว 4,920 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 2,870 มิลลิเมตร เบาะแถวที่ 2 เลื่อนหน้า-หลังได้ถึง 150 มิลลิเมตร ส่วนเบาะแถวที่ 3 พับแยกได้แบบ 50:50 เพื่อเพิ่มพื้นที่ใส่สัมภาระระหว่างทาง
ห้องโดยสารยังเงียบขึ้นด้วยกระจกกันเสียงรบกวน (Acoustic Glass) รอบคัน จำนวน 5 บาน และมีช่องจ่ายกระแสไฟ 220V อีก 2 ตำแหน่งบริเวณคอนโซลกลางด้านหลัง สำหรับคนที่ชอบออกไปตั้งแคมป์หรือเที่ยวต่างจังหวัด
ด้านความปลอดภัย ทุกรุ่นย่อยมีถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง และระบบความปลอดภัย Diamond Sense ที่ใช้กล้อง เซนเซอร์และเรดาร์ตรวจสภาพรอบคัน เพิ่มความอุ่นใจให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสารขณะเดินทาง
โดยรุ่น GLS และ GSR ได้ 13 ระบบ ส่วนรุ่นท็อปได้ 16 ระบบ และยังได้ระบบ MI-PILOT ที่ช่วยคุมความเร็วตามรถคันหน้าด้วยระบบล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control - ACC) และประคองรถให้อยู่ในเลนด้วยระบบควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Keep Assist - LKA) ซึ่งช่วยลดความเหนื่อยของคนขับเวลาขับทางไกล
และโจทย์สุดท้าย คือภาพลักษณ์ ซึ่งคนไทยให้ความสำคัญ
โดยเอกลักษณ์ของปาเจโรตั้งแต่รุ่นแรก คือการผสมความแข็งแกร่งทนทานแบบ SUV เข้ากับความทันสมัยและความพรีเมียม
โดยเอกลักษณ์ของปาเจโรตั้งแต่รุ่นแรก คือการผสมความแข็งแกร่งทนทานแบบ SUV เข้ากับความทันสมัยและความพรีเมียม
ดีไซน์รุ่นใหม่จึงหยิบรายละเอียดจากอดีตกลับมาใช้ อย่างเสา C ที่ได้แรงบันดาลใจจากโรลบาร์ของปาเจโรรุ่นที่ 1 และกระจังหน้าแบบรังผึ้งในรุ่นท็อป ที่ได้แรงบันดาลใจจากปาเจโรรุ่นแรกที่ลงแข่งดาการ์ แรลลี่
ภายในของรุ่น GLS และ GSR มาพร้อมเบาะหนังสีดำและใช้หน้าจอขนาด 12.3 นิ้ว ส่วนภายในของรุ่นท็อปใช้โทนสีน้ำตาลอ่อนตัดดำ เบาะหนังแท้ Semi-Aniline ที่ผิวสัมผัสนุ่มแต่ทำความสะอาดง่าย หน้าจอแสดงผลขนาด 14.3 นิ้ว อีกทั้งยังเพิ่มสุนทรียภาพระหว่างการขับขี่ด้วยระบบเสียง Dynamic Sound Yamaha Ultimate ที่มาพร้อมลำโพง 12 ตำแหน่ง ซับวูฟเฟอร์ และระบบชดเชยเสียง 3 รูปแบบที่มีมาให้ตั้งแต่รุ่นกลาง GSR
สำหรับราคา All New Mitsubishi Pajero แบ่งเป็น 3 รุ่นย่อย
- รุ่น GLS 2WD ราคาพิเศษเริ่มต้น 1,499,000 บาท
- รุ่น GSR 2WD ราคาพิเศษเริ่มต้น 1,699,000 บาท
- รุ่น Super Exceed 4WD ราคาพิเศษเริ่มต้น 1,999,000 บาท
- รุ่น GSR 2WD ราคาพิเศษเริ่มต้น 1,699,000 บาท
- รุ่น Super Exceed 4WD ราคาพิเศษเริ่มต้น 1,999,000 บาท
ราคานี้เป็นราคาพิเศษภายใต้ AMBASSADOR PROGRAM PACKAGE สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ธันวาคม 2569
จะเห็นว่า ตลอด 44 ปีที่ผ่านมา ปาเจโรเดินทางจากญี่ปุ่น ออกไปหาผู้คนในกว่า 170 ประเทศ
ส่วนในรุ่นที่ 5 นี้ การเดินทางรอบใหม่ของปาเจโร เริ่มต้นจากถนนเมืองไทย
ส่วนในรุ่นที่ 5 นี้ การเดินทางรอบใหม่ของปาเจโร เริ่มต้นจากถนนเมืองไทย
และก็คงไม่ผิดนัก ถ้าจะพูดว่า All New Mitsubishi Pajero
เป็นรถที่ผลิตและออกแบบมา เพื่อคนไทยโดยเฉพาะ..
เป็นรถที่ผลิตและออกแบบมา เพื่อคนไทยโดยเฉพาะ..
References :
-ข่าวประชาสัมพันธ์และเอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์ “ออล นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร” บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด, 19 ตุลาคม 2569
-งานแถลงข่าวและช่วงสัมภาษณ์ผู้บริหาร บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด, 19 ตุลาคม 2569
-https://osos.boi.go.th/TH/news/2470/
-https://www.amarintv.com/spotlight/economy/556514 (อ้างอิง Nikkei Asia)
-https://www.headlightmag.com/official-price-mitsubishi-pajero/
-https://www.gmanetwork.com/news/money/motoring/989575/mitsubishi-teases-pajero-comeback/story/
-https://pantip.com/topic/44261986
-ข่าวประชาสัมพันธ์และเอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์ “ออล นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร” บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด, 19 ตุลาคม 2569
-งานแถลงข่าวและช่วงสัมภาษณ์ผู้บริหาร บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด, 19 ตุลาคม 2569
-https://osos.boi.go.th/TH/news/2470/
-https://www.amarintv.com/spotlight/economy/556514 (อ้างอิง Nikkei Asia)
-https://www.headlightmag.com/official-price-mitsubishi-pajero/
-https://www.gmanetwork.com/news/money/motoring/989575/mitsubishi-teases-pajero-comeback/story/
-https://pantip.com/topic/44261986