เซอร์เจมส์ ไดสัน ผู้คิดค้น DYSON เครื่องดูดฝุ่น 2 แสนล้าน

เซอร์เจมส์ ไดสัน ผู้คิดค้น DYSON เครื่องดูดฝุ่น 2 แสนล้าน

เซอร์เจมส์ ไดสัน ผู้คิดค้น DYSON เครื่องดูดฝุ่น 2 แสนล้าน / โดย ลงทุนแมน
“ผมผลิตเครื่องดูดฝุ่นต้นแบบ 5,127 ครั้ง มันล้มเหลว 5,126 ครั้ง
แต่ผมพยายามเรียนรู้จากมัน จนกระทั่งทำมันสำเร็จ”
ประโยคนี้กล่าวโดยคุณ James Dyson ชายสัญชาติอังกฤษ ผู้ก่อตั้งบริษัท Dyson Ltd.
เขาคิดค้น นวัตกรรมเครื่องดูดฝุ่นไร้ถุง จนได้รับยศ Sir..
ปัจจุบัน คุณ James Dyson เป็นหนึ่งในมหาเศรษฐีของโลก มีทรัพย์สินกว่า 2 แสนล้านบาท
แล้วเรื่องราวของ Dyson เป็นอย่างไร
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ทุกอย่างเริ่มต้นที่ ความไม่พอใจของคุณ James Dyson วิศวกรชาวอังกฤษ..
เขาไม่พอใจกับ “เครื่องดูดฝุ่น”
กับคำถามที่ว่า ทำไมยิ่งใช้ ประสิทธิภาพยิ่งแย่ลง
หลังจากนั้น เขาจึงเริ่มแยกชิ้นส่วนออกมาตรวจสอบและพบว่า ถุงเก็บฝุ่นอุดตันได้ง่าย ทำให้แรงดูดจากมอเตอร์แย่ลงตามไปด้วย
พอเรื่องเป็นแบบนี้ คุณ James Dyson จึงมีแนวคิดที่จะนำความรู้ด้านวิศวกรรมที่เขาคุ้นเคย คือเครื่อง Cyclone Particle Collector มาประยุกต์ใช้
คอนเซ็ปต์ง่ายๆ ของเครื่อง Cyclone Particle Collector คือ การใช้แรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางเพื่อแยกอนุภาคเล็กๆ ออกจากอากาศ
หากนำไปทำได้สำเร็จบนเครื่องดูดฝุ่น ถุงเก็บฝุ่นก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป
ประสิทธิภาพของเครื่องดูดฝุ่นก็น่าจะคงที่มากขึ้น..
Cr. Dyson
แม้ว่าจะคิดได้แบบนี้
พอเอาเข้าจริงๆ มันเป็นเรื่องที่ยากมาก
เพราะ Cyclone Particle Collector เป็นเครื่องมือสเกลโรงงาน และผู้นำเรื่องเครื่องใช้ในบ้านสมัยนั้นอย่าง Electrolux และ Hoover ก็ยังไม่สามารถทำได้
อย่างไรก็ตาม คุณ James Dyson ทุ่มเทกับเครื่องดูดฝุ่นมานานกว่า 5 ปี
ผลิตต้นแบบที่ยังใช้งานไม่ได้ออกมากว่า 5,126 ครั้ง โดยเฉลี่ยแล้ว เขาล้มเหลวประมาณวันละ 2-3 ครั้ง
จนกระทั่งเขาทำได้สำเร็จในครั้งที่ 5,127 และสิ่งประดิษฐ์ของเขากลายมาเป็นต้นแบบเครื่องดูดฝุ่นไร้ถุง ชิ้นแรกของโลก
แต่ปัญหาต่อมาก็คือ..
ไม่มีโรงงานไหนที่จะยอมผลิตเครื่องดูดฝุ่นไร้ถุงให้กับ James Dyson
โดยเฉพาะบริษัท Hoover ที่เห็นว่าเขากำลังมาแย่งส่วนแบ่งการตลาดของบริษัท
ต่อมา คุณ James Dyson สามารถขาย License ในการผลิตให้กับ Amway ได้สำเร็จ
แต่หลังจากนั้นเพียงปีเดียว Amway กลับออกสินค้าเครื่องดูดฝุ่นไร้ถุง รุ่น CMS-1000
ที่มีลักษณะเหมือนกับเครื่องดูดฝุ่นของ Dyson มาขายคู่กัน..
อ่านมาถึงตรงนี้ ชีวิตของคุณ James Dyson ก็เหมือนกับโดนแกล้งอยู่ตลอดเวลา
จนในที่สุด..
บริษัท Apex จากประเทศญี่ปุ่น ตัดสินใจซื้อ License ของ Dyson และนำมาพัฒนาเป็นเครื่องดูดฝุ่นรุ่น G-Force
สมัยนั้น เครื่องดูดฝุ่นทั่วไปมีราคาประมาณ 16,000 บาท แต่ G-Force ที่มีราคาสูงถึง 63,000 บาท กลับขายดี..
ดีจนค่า License จากการขาย G-Force ทำให้คุณ James Dyson สามารถก่อตั้งบริษัท Dyson ได้สำเร็จ
Cr. Chainsaw Journal
หลังจากนั้น Dyson สามารถต่อยอดการพัฒนาสินค้าไม่ว่าจะเป็น เครื่องเป่าผม, เครื่องปรับอากาศ ที่ดีไซน์ และเทคโนโลยีนำแบรนด์อื่นไปไกล
Cr. Dyson
ปัจจุบัน บริษัทขยายกิจการไปกว่า 65 ประเทศทั่วโลก และมีพนักงานกว่า 12,000 คน
แล้วผลประกอบการบริษัท Dyson ล่าสุดเป็นอย่างไร?
ปี 2014 รายได้ 50,000 ล้านบาท
ปี 2016 รายได้ 100,000 ล้านบาท
ปี 2018 รายได้ 170,000 ล้านบาท
คิดเป็นการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) 35.8% ต่อปี
ในขณะที่ ปี 2018 บริษัทรายงานว่าบริษัทสามารถทำกำไรได้ 40,000 ล้านบาท
คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิสูงถึง 23.5%
ตัวเลขนี้สูงกว่าบริษัท Apple ที่ 22.4%..
แสดงให้เห็นว่า แม้แบรนด์ Dyson จะราคาแพงแค่ไหน
แต่ถ้าแบรนด์มีคุณภาพจนสามารถสร้างความน่าเชื่อถือให้ลูกค้าได้ ก็สามารถประสบความสำเร็จได้เช่นกัน
นอกจากนี้ เรื่องที่น่าสนใจคือ คุณ James Dyson ยังบริจาคให้กับมหาวิทยาลัย โรงเรียน รวมถึงเปิดสถาบันเพื่อสนับสนุนงานวิจัย และพัฒนาการศึกษาภาควิศวกรรม
ทั้งหมดนี้เป็นที่มาของการแต่งตั้งยศ “Sir” ของคุณ James Dyson เมื่อ 13 ปีที่แล้ว
แล้วเรื่องนี้บอกอะไรเรา?
ความผิดพลาดเป็นเรื่องปกติในชีวิต
แต่หากเราพยายามเรียนรู้จากข้อผิดพลาด และพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ
สักวันเราอาจจะประสบความสำเร็จเหมือนอย่างคุณ James Dyson
ที่ล้มเหลววันละ 3 ครั้ง ตลอด 1,825 วันนั่นเอง..
Cr. Forbes
© 2024 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon