กรณีศึกษา Play-Doh เปลี่ยนแป้งให้เป็นของเล่น

กรณีศึกษา Play-Doh เปลี่ยนแป้งให้เป็นของเล่น

10 ก.ค. 2019
กรณีศึกษา Play-Doh เปลี่ยนแป้งให้เป็นของเล่น / โดย ลงทุนแมน
บนโลกใบนี้ มีของเล่นอยู่มากมาย
แต่ถ้าถามว่าของเล่นชิ้นไหน
ได้รับความนิยมสูงในหมู่เด็กๆ
หนึ่งในนั้นคงจะเป็น Play-Doh
Play-Doh คือ ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากแป้งโดว์ มีไว้สำหรับให้ปั้นเล่น
รู้หรือไม่ว่า ผู้ที่คิดค้นของสิ่งนี้ เคยสร้างมันเพื่อใช้ทำความสะอาดผนังวอลล์เปเปอร์
ก่อนที่จะเปลี่ยนให้กลายเป็นของเล่นเด็กในภายหลัง และประสบความสําเร็จจนได้รับการยกย่องให้เป็นของเล่นแห่งศตวรรษ
เรื่องราวนี้เป็นอย่างไร ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ในสมัยก่อน เมื่อ 100 ปีที่แล้ว คนส่วนใหญ่มักจะใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงในการให้พลังงานภายในบ้าน หรือร้านอาหาร เพราะมีราคาถูกกว่าไม้ฟืน
แต่ว่าข้อเสียของมันก็คือ มันจะทิ้งเขม่าดำติดตามผนังวอลล์เปเปอร์ ซึ่งยากแก่การทำความสะอาด
กระทั่งปี ค.ศ. 1933 บริษัท Kutol ที่เดิมทำธุรกิจเกี่ยวกับสบู่ ได้คิดค้นผลิตภัณฑ์จากแป้งโดว์ ไว้ใช้เช็ดดูดซับคราบสกปรกเหล่านั้น ออกมาวางขาย ซึ่งสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่กิจการ
อย่างไรก็ตาม หลายปีต่อมา บริษัทกลับต้องเจอมรสุมลูกใหญ่เข้ามา Disrupt สินค้าของตนเอง
เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าขึ้น ทำให้คนหันมาใช้น้ำมันและก๊าซเป็นเชื้อเพลิงแทน เพราะทั้งสองไม่ทิ้งคราบสกปรกเหมือนถ่านหิน ประกอบกับมีการพัฒนาวอลล์เปเปอร์แบบไวนิล ที่สามารถใช้สบู่ล้างรอยต่างๆ ได้
สถานการณ์จึงพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ
จู่ๆ ก็ไม่มีใครต้องการใช้สินค้าของ Kutol อีกต่อไป จนถึงขั้นอาจต้องปิดกิจการ
แต่เหมือนโชคชะตายังคงเข้าข้างอยู่ เมื่อญาติเจ้าของบริษัทเป็นครูโรงเรียนเด็กเล็ก และเธอกำลังมองหาของมาให้เหล่านักเรียนใช้ประดิษฐ์ตกแต่งต้นคริสต์มาส จึงลองซื้อผลิตภัณฑ์ของ Kutol ดู
ผลปรากฏว่า เด็กๆ ชื่นชอบมันเป็นอย่างมาก ทุกคนปั้นแป้งโดว์เป็นรูปร่างต่างๆ อย่างสนุกสนานและสร้างสรรค์
พวกเขาจึงเห็นโอกาสในตลาดใหม่
ต่อมาในปี 1956 ได้มีการตั้งบริษัท Rainbow Crafts เพื่อผลิตแป้งโดว์ออกมาเป็นของเล่น โดยตั้งชื่อว่า “Play-Doh”
คุณสมบัติของ Play-Doh จะแตกต่างจากดินน้ำมันทั่วไป เพราะแป้งให้สัมผัสที่นุ่มมือกว่า
และที่สำคัญ มันปลอดภัยต่อเด็ก เนื่องจากบริษัทได้ปรับปรุงวัตถุดิบ ถอดสารเคมีทำความสะอาดออก และเพิ่มกลิ่นหอมกับสีสันเข้าไปแทน
Cr. Business Insider
แล้วยอดขาย Play-Doh เป็นอย่างไร?
ในตอนแรก ยอดขายยังไม่เติบโตสักเท่าไร เพราะคนคงยังไม่รู้ว่า มันเล่นยังไง
สิ่งที่จำเป็นคือ การโฆษณา
แต่บริษัทไม่มีเงินทุนเพียงพอ จึงขอนำสินค้าไปออกรายการเด็กประจำสัปดาห์ แลกกับส่วนแบ่งยอดขาย
พอมีคนเห็นตัวอย่าง หลังจากนั้นยอดขายก็พุ่งขึ้นทันที
ผ่านมาถึงปัจจุบัน Play-Doh ขายไปได้แล้วมากกว่า 3,000 ล้านชิ้น ทั่วโลก
หากนำแป้งโดว์ที่ขายไปทั้งหมดนั้นมารวมกัน มันจะมีน้ำหนักถึง 320 ล้านกิโลกรัม และพันรอบโลกได้ 300 รอบ
ด้วยเหตุนี้ เมื่อปี 2003 สมาคมของเล่นสหรัฐอเมริกา จึงได้บรรจุ Play-Doh ให้เป็น 1 ใน 100 ของเล่นแห่งศตวรรษที่ 20
ปัจจุบันแบรนด์ Play-Doh อยู่ภายใต้การบริหารของบริษัท Hasbro ผู้ผลิตของเล่นรายใหญ่ของโลก ที่มีมูลค่าตลาด 4.2 แสนล้านบาท
ผลประกอบการของบริษัท Hasbro, Inc.
ปี 2016 รายได้ 150,000 ล้านบาท กำไร 16,000 ล้านบาท
ปี 2017 รายได้ 160,000 ล้านบาท กำไร 12,000 ล้านบาท
ปี 2018 รายได้ 140,000 ล้านบาท กำไร 6,800 ล้านบาท
ทั้งนี้ 53% ของรายได้บริษัท มาจากแฟรนไชส์ของเล่น 7 แบรนด์ ที่ถือลิขสิทธิ์อยู่ เช่น Transformers, My Little Pony, Monopoly รวมไปถึง Play-Doh
Cr.hasbro.gcs-web
จากเรื่องนี้ แสดงให้เราเห็นว่า
หากสินค้าไปอยู่ผิดที่ผิดทาง มันอาจเป็นสิ่งที่ไม่มีค่า ไม่มีอนาคต
แต่ถ้าไปยืนอยู่ถูกจุด ก็จะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างมหาศาล
ดังกรณีของ Play-Doh ที่สินค้าสองอย่างแทบจะเหมือนกัน แต่ขายได้แตกต่างกัน
ในขณะนั้น แป้งโดว์ที่ทำเป็นอุปกรณ์ทำความสะอาดขายได้ชิ้นละ 34 เซนต์ และไม่มีคนซื้อ
แต่แป้งโดว์ที่ทำเป็นของเล่น ขายได้ชิ้นละ 1.5 ดอลลาร์สหรัฐ และมีคนต้องการซื้อ
ดังนั้น ถ้าเราคอยมองโอกาสในตลาดใหม่ๆ ถึงแม้จะเป็นสินค้าชิ้นเดิม
ก็อาจทำให้เราพบกับสิ่งที่คาดไม่ถึงได้เหมือน Play-Doh..
----------------------
อ่านลงทุนแมนสนุกขึ้น
อ่านในแอป Blockdit
โหลดที่ http://www.blockdit.com
----------------------
References
-https://www.businessinsider.com/the-shocking-story-behind-playdohs-original-purpose-2015-9
-https://www.huffpost.com/entry/play-doh-was-originally-meant-for-something-very-different_n_5ac51703e4b09ef3b24300db
-https://investor.hasbro.com/static-files/cee88521-71dc-4b58-89bd-7adb7bb04b84
-https://en.m.wikipedia.org/wiki/Play-Doh
-https://playdoh.hasbro.com/en-us/faq
10 ก.ค. 2019