กรณีศึกษา ฝันร้ายของโปรแกรม Flash Player

กรณีศึกษา ฝันร้ายของโปรแกรม Flash Player

20 พ.ย. 2019
กรณีศึกษา ฝันร้ายของโปรแกรม Flash Player /โดย ลงทุนแมน
โปรแกรม Flash..ชื่อนี้น่าจะเป็นความทรงจำของหลายคน
สมัยก่อนไม่ว่าเราจะเปิดยูทูป
หรือ เล่นเกมบนเฟซบุ๊ก
ต่างก็ต้องใช้โปรแกรมเสริมที่เรียกว่า Flash
Flash คืออะไร
แล้วมันหายไปไหน?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
┏━━━━━━━━━━━━┓
บทความนี้ของลงทุนแมน โพสต์ล่วงหน้าใน
Blockdit โซเชียลมีเดีย รูปแบบใหม่
Blockdit.com/download
┗━━━━━━━━━━━━┛
หลายคนอาจลืมไปแล้วว่าโปรแกรมเสริมที่ชื่อว่า Flash
เคยเป็นหนึ่งในโปรแกรมที่ถูกติดตั้งลงบนคอมพิวเตอร์แทบจะทุกเครื่องในยุคก่อน
โปรแกรมเสริมตัวนี้ช่วยทำให้เราดูวิดีโอ เล่นเกม บนเว็บไซต์ได้
ในขณะเดียวกัน ก็ช่วยให้นักพัฒนาสร้างคอนเทนต์มัลติมีเดียลงบนแพลตฟอร์มของตัวเอง
จุดเด่นหลักๆ ที่ทำให้ Flash โตระเบิดในช่วงแรกก็คือ
ความสามารถในการทำให้ไฟล์มีขนาดเล็ก ส่งผลให้วิดีโอแสดงผลได้อย่างรวดเร็ว
เจ้าของ Flash ในปัจจุบันก็ไม่ใช่ใครที่ไหน
แต่คือบริษัท Adobe เจ้าของโปรแกรมสร้างรูปภาพยอดฮิต
Adobe Photoshop และ Adobe Illustrator นั่นเอง
ซึ่งที่มาที่ไปของ Flash เกิดขึ้นมาแล้วกว่า 24 ปีก่อน..
เริ่มต้นมาจากโปรแกรมบรรพบุรุษชื่อว่า
FutureSplash ที่ต่อมาถูกซื้อไปพัฒนาต่อโดยบริษัท Macromedia ออกมาเป็น Macromedia Flash
ซึ่งคาดว่า ชื่อโปรแกรม Flash มาจากการนำตัวอักษรแรก คือ F มารวมกับ 4 ตัวอักษรสุดท้าย lash เป็น Flash นั่นเอง..
จนในที่สุด Adobe ก็ได้เข้าซื้อกิจการกิจการทั้งหมดของบริษัท Macromedia
ทั้งหมดนี้ทำให้โปรแกรมเสริมตัวนี้กลายมาเป็น Adobe Flash Player ที่เราคุ้นเคยกันในยุคปัจจุบัน
แม้ว่าจะโตระเบิดขนาดไหน
จุดเปลี่ยนสำคัญของ Flash ก็มาถึง..
จริงอยู่ว่า Flash ถือเป็นหัวใจสำคัญที่เชื่อมต่อระหว่าง นักพัฒนา เจ้าของแพลตฟอร์ม และ ผู้ใช้งาน
แต่หัวใจสำคัญชิ้นนี้ไม่ใช่โอเพนซอร์ซที่เปิดให้ทุกคนเข้ามาพัฒนา แต่กลับมีผู้ควบคุมเพียงคนเดียวที่ชื่อว่า Adobe
ซึ่งหากโปรแกรมเสริมตัวนี้มีช่องโหว่เกิดขึ้น
แล้ว Adobe ไม่สามารถแก้ไขได้ทัน เช่น โปรแกรมถูกแฮ็ก
ผลกระทบที่เกิดจะไม่ได้เกิดขึ้นกับแค่บริษัท Adobe
แต่จะเกิดขึ้นกับผู้ที่ใช้โปรแกรม Flash ทั้งหมด..
ซึ่งบุคคลสำคัญที่เริ่มแสดงความเห็น
เกี่ยวกับความไม่มีประสิทธิภาพของ Flash ก็คือ สตีฟ จ็อบส์
ที่ประกาศยุติการใช้งาน Flash บนอุปกรณ์แอปเปิ้ลทุกชนิด เมื่อ 10 ปีก่อน
“Flash ถูกสร้างมาในยุค PC และ การใช้เมาส์..
แต่โอเพนซอร์ซกำลังจะเป็นอนาคตในยุคของสมาร์ตโฟน
เช่น HTML5 ที่จะเป็นผู้ชนะบนสมาร์ตโฟน”
นอกจากความเห็นดังกล่าว..
จ็อบส์ยังบอกอีกว่า Flash เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท Adobe แต่เพียงผู้เดียว
ทำให้มีความเสี่ยงเรื่องความปลอดภัย
แถมยังกินแบตเตอรี่ และมีความไม่เสถียรสูง
จึงไม่แปลกเลยที่ Flash เป็นปัญหาอันดับ 1 ของผู้ใช้งาน Mac
เมื่อทุกอย่างกำลังถูกย่อลงมาอยู่ในรูปแบบของสมาร์ตโฟน
นอกจากเรื่องความปลอดภัย การกินทรัพยากรเครื่องจึงกลายมาเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ Flash ได้รับความนิยมน้อยลง
ทั้งหมดนี้จึงส่งผลให้ Flash ถูกแทนที่ด้วย HTML5
แล้ว HTML5 คืออะไร?
HTML5 เป็นโอเพนซอร์ซ หรือ กลุ่มซอฟต์แวร์ที่เปิดเผยข้อมูลให้ใครก็ได้บนโลกสามารถเข้ามาพัฒนา
เมื่อนักพัฒนาจากทั่วโลกเริ่มเข้ามาช่วยกันพัฒนา
สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ การก่อตั้งมาตรฐานเดียวกันที่ทุกคนยอมรับ
ส่งผลให้เมื่อระยะเวลาผ่านไป
ซอฟต์แวร์ HTML5 ก็จะยิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้น
พอเรื่องเป็นแบบนี้ ความนิยมของ Flash ก็ค่อยๆ น้อยลง
จนในที่สุดเบราว์เซอร์ เช่น Google Chrome, Firefox, Safari
รวมถึง Facebook และ Amazon ก็ได้ประกาศยุติการใช้งาน Flash
และทำให้ปัจจุบัน เว็บไซต์บนโลกของเรากว่า 95%
เลิกใช้งานโปรแกรมเสริม Adobe Flash
จนในที่สุด แม้แต่ Adobe เองก็ประกาศยุติการพัฒนาและซัพพอร์ตการใช้งาน Flash ทั้งหมดภายในปีหน้า..
ย้อนกลับไปในวันนั้น
วันที่ สตีฟ จ็อบส์ประกาศเลิกใช้ Flash
แน่นอนว่าในช่วงแรก Adobe ไม่ยอมรับความคิดเห็นของจ็อบส์ที่กล่าวโจมตีผลิตภัณฑ์นี้
แต่เมื่อเวลาผ่านไป
สิ่งที่จ็อบส์เคยพูดไว้ก็เกิดขึ้นจริงทั้งหมด
ไม่น่าเชื่อว่าสิ่งที่ทุกเครื่องคอมพิวเตอร์ต้องเคยมี กลับไม่จำเป็นแล้วในปัจจุบัน
เรื่องนี้เป็นกรณีศึกษาให้กับเรา
ถ้าเรามีผลิตภัณฑ์อะไรที่เป็นที่นิยมในวันนี้
ไม่ได้หมายความว่ามันจะได้รับความนิยมไปตลอด
ในวันหนึ่ง เมื่อคนอื่นเห็นช่องโหว่
สิ่งที่เคยทำเงินมหาศาล ก็อาจหายไปได้ในเวลาไม่กี่ปี
ควรมีแหล่งรายได้หลายทางไว้เสมอ
เหมือน Adobe ในวันนี้ที่ยังมีผลิตภัณฑ์อีกหลายอย่าง ที่ทำให้บริษัทเติบโตได้ แม้วันนี้จะไม่มี Flash ก็ตาม..
----------------------
บทความนี้ของลงทุนแมน โพสต์ล่วงหน้าใน
Blockdit โซเชียลมีเดีย รูปแบบใหม่
http://www.blockdit.com
----------------------
References
-https://techcrunch.com/2019/10/29/the-slow-death-of-flash-continues-as-google-begins-to-remove-it-from-search/
-https://techcrunch.com/2017/07/25/get-ready-to-say-goodbye-to-flash-in-2020/
-https://www.mindphp.com
-https://webmasters.googleblog.com/2019/10/goodbye-flash.html
-https://blogs.windows.com/msedgedev/2017/07/25/flash-on-windows-timeline/
-https://khwannet58540211.wordpress.com/%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1-flash-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3/
-https://www.theverge.com/2015/1/27/7926001/youtube-drops-flash-for-html5-video-default
-https://www.slideshare.net/teksymmetryan/adobe-flash-history-and-basics
20 พ.ย. 2019