กรณีศึกษา MUJI มูลค่าหาย 2 แสนล้าน ใน 2 ปี

กรณีศึกษา MUJI มูลค่าหาย 2 แสนล้าน ใน 2 ปี

1 มิ.ย. 2020
กรณีศึกษา MUJI มูลค่าหาย 2 แสนล้าน ใน 2 ปี /โดย ลงทุนแมน
ปีนี้ถือเป็นหนึ่งในปีที่ท้าทายสำหรับหลายบริษัท
หนึ่งในนั้นก็คือ MUJI แบรนด์มินิมัลสัญชาติญี่ปุ่น
MUJI นอกจากจะเผชิญกับวิกฤติโควิด-19 แล้ว
บริษัทยังต้องรับมือกับมรสุมอีกหลายอย่าง
เรื่องนี้ทำให้ ปัจจุบัน มูลค่าบริษัท Ryohin Keikaku
เจ้าของแบรนด์ MUJI ตกลงจากจุดสูงสุดเมื่อ 2 ปีที่แล้ว
กว่า 60% คิดเป็นมูลค่าที่หายไปราว 2 แสนล้านบาท
แล้ว MUJI กำลังต้องรับมือกับอะไร?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
╔═══════════╗
Blockdit แหล่งรวมบทความวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ deep content ล่าสุดมีฟีเจอร์พอดแคสต์แล้ว
Blockdit.com/download
╚═══════════╝
แบรนด์ MUJI มีชื่อเต็มๆ คือ Mujirushi Ryōhin
ภาษาไทยมีความหมายว่า สินค้าคุณภาพดี ไม่ต้องมียี่ห้อ
MUJI จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ประเทศญี่ปุ่น
ภายใต้บริษัทชื่อว่า Ryohin Keikaku ทำธุรกิจมา 40 ปี
ปี 2017 รายได้ 112,000 ล้านบาท กำไร 13,650 ล้านบาท
ปี 2018 รายได้ 121,000 ล้านบาท กำไร 13,610 ล้านบาท
ปี 2019 รายได้ 123,000 ล้านบาท กำไร 10,800 ล้านบาท
(ปีการเงินล่าสุดของ MUJI เริ่มตั้งแต่ 1 มีนาคม 2019 สิ้นสุด 28 กุมภาพันธ์ 2020)
จากตัวเลขข้างต้นสะท้อนให้เห็นว่า
แม้บริษัทจะมีรายได้เพิ่มขึ้น
แต่กำไรกลับมีแนวโน้มลดลง
โดยการชะลอตัวลงของกำไรในปี 2018
เป็นการชะลอตัวลงครั้งแรกในรอบ 8 ปี
ในขณะที่ ปีล่าสุดกำไรของบริษัทก็ยังตกลงอีก 21%
ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่า MUJI กำลังเจอกับเหตุการณ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ดันเกิดขึ้น
พร้อมๆ กันในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
จากทั้งในประเทศญี่ปุ่น และต่างประเทศ
เริ่มตั้งแต่..
การประท้วงในฮ่องกง
ความขัดแย้งบอยคอตสินค้าญี่ปุ่น ในประเทศเกาหลีใต้
รวมถึงการปรับขึ้นภาษีการบริโภคในประเทศญี่ปุ่น
และเมื่อเรามาดูโครงสร้างรายได้ของ MUJI จะมาจาก
ประเทศญี่ปุ่น 61%
เอเชียตะวันออก (จีน ฮ่องกง ไต้หวัน เกาหลีใต้) 28%
ยุโรป สหรัฐอเมริกา 7%
เอเชีย 4%
สะท้อนให้เห็นว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ของ MUJI
มากไปกว่านั้น เมื่อ MUJI เป็นแบรนด์ที่ทั่วโลกยอมรับ
สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาก็คือ “คู่แข่ง” ที่ทำสินค้าลักษณะเดียวกันมาขาย
โดยเฉพาะแบรนด์จากประเทศจีน เช่น Miniso
เรื่องทั้งหมดนี้ ทำให้ยอดขายต่อสาขาเดิมทั้งในประเทศจีน เกาหลีใต้ ฮ่องกง และไต้หวัน ลดลง..
และเมื่อรวมกับสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ในปีนี้
ทำให้ MUJI ที่มีหน้าร้านกว่า 970 แห่งทั่วโลกก็ได้รับผลกระทบแบบไม่มีข้อยกเว้น
ผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้
5 ใน 10 ของร้าน MUJI ประเทศจีน
9 ใน 10 ของร้าน MUJI ประเทศญี่ปุ่น
ต้องปิดร้านในเดือนที่ผ่านมา..
ทั้งหมดนี้จึงทำให้ MUJI มีสินค้าคงเหลือจำนวนมาก และทางบริษัทก็ได้ออกมาปรับการคาดการณ์ว่าครึ่งปีแรกของปีนี้ บริษัทจะมีรายได้ลดลง และอาจมีผลประกอบการเป็นขาดทุน
ถึงตรงนี้ เราก็อาจจะสรุปได้ว่า..
MUJI กำลังเผชิญกับวิกฤติซ้อนวิกฤติ
ที่แม้ว่าจะเกิดขึ้นได้ยาก
แต่ก็ไม่ได้แปลว่ามันจะไม่เกิดขึ้น
ตั้งแต่ต้นปี มูลค่าบริษัท Ryohin Keikaku เจ้าของแบรนด์ MUJI
ตกลง 38% และตกลงมาแล้วกว่า 60% หากนับจากจุดสูงสุดในปี 2018
จากมรสุมที่รุมเร้า MUJI อยู่ตอนนี้มีทั้ง
สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ รวมถึงคู่แข่งรายใหม่
เหล่านี้ ก็ถือเป็นหนึ่งบททดสอบครั้งสำคัญ
ในประวัติศาสตร์บริษัท นับตั้งแต่ก่อตั้งมา 40 ปี
ซึ่งบททดสอบครั้งนี้ก็น่าจะทำให้เราเห็นว่า
มูลค่าบริษัท MUJI ที่หายไป 2 แสนล้านนั้น
เป็นเพียงเรื่อง ชั่วคราว หรือ ถาวร..
----------------------
Blockdit แหล่งรวมบทความวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ deep content ล่าสุดมีฟีเจอร์พอดแคสต์แล้ว
Blockdit.com/download
----------------------
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - facebook.com/longtunman
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
Line - page.line.me/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
References
-Nikkei Asian Review
-Bloomberg
-Ryohin Keikaku Annual Report 2019
© 2017-2020 Longtunman. All rights reserved.