Li-Ning จากนักยิมนาสติก สู่เจ้าของแบรนด์กีฬา 4 แสนล้าน

Li-Ning จากนักยิมนาสติก สู่เจ้าของแบรนด์กีฬา 4 แสนล้าน

2 ธ.ค. 2020
Li-Ning จากนักยิมนาสติก สู่เจ้าของแบรนด์กีฬา 4 แสนล้าน /โดย ลงทุนแมน
หากใครที่อยู่ในวงการแบดมินตัน หรือ บาสเกตบอล อาจจะคุ้นเคยกับแบรนด์นี้ดีเพราะ
Li-Ning ถือเป็นแบรนด์กีฬาสัญชาติจีนที่ได้รับการยอมรับ และเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก
แต่รู้หรือไม่ว่า เจ้าของแบรนด์นี้ ไม่ได้มีประสบการณ์ในการทำธุรกิจมาก่อน
แต่กลับเป็นอดีตนักกีฬาโอลิมปิก ที่ผันตัวมาทำธุรกิจ
เรื่องราวของ Li-Ning เป็นอย่างไร
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
╔═══════════╗
Blockdit เป็นแพลตฟอร์ม สำหรับนักอ่าน และนักเขียน
ที่มีผู้ใช้งาน 1 ล้านคน ลองใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อได้ไอเดียใหม่ๆ
แล้วอาจพบว่าสังคมนี้เหมาะกับคนเช่นคุณ
Blockdit. Ideas Happen. Blockdit.com/download
╚═══════════╝
คุณหลี่หนิง (Li Ning) เริ่มจากการเป็นนักกีฬายิมนาสติกทีมชาติ ก่อนที่จะได้รับการคัดเลือกให้ไปแข่งกีฬาโอลิมปิกในปี 1984
โดยเขาสามารถคว้าชัยมาได้ทั้งหมด 3 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง
แล้วยังเป็นแชมป์การแข่งขันยิมนาสติกระดับโลก
โดยคว้าเหรียญทองมาทั้งหมด 6 เหรียญ
และกลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ในนาม “เจ้าชายแห่งวงการยิมนาสติก”
แต่หลังจากนั้นเพียงไม่กี่ปี คุณหลี่หนิง ก็มีอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าจนไม่สามารถแข่งขันต่อได้และได้ตัดสินใจอำลาวงการ ด้วยวัยเพียง 25 ปี
ถึงแม้จะเกษียณไปแล้ว แต่คุณหลี่หนิงก็ยังคงเป็นตำนานและเป็นนักกีฬาในดวงใจของชาวจีนอยู่
ซึ่งก็เห็นได้จากงานกีฬาโอลิมปิกที่จีนเป็นเจ้าภาพ เมื่อปี 2008 ณ กรุงปักกิ่ง
คุณหลี่หนิง ก็ได้ถูกคัดเลือกให้เป็นนักกีฬาวิ่งคบเพลิง ในพิธีเปิดงานด้วย
แล้วคุณหลี่หนิงเข้ามาวงการแบรนด์กีฬานี้ได้อย่างไร?
หลังจากที่เกษียณจากวงการกีฬาไป คุณหลี่หนิงก็ได้มีโอกาสได้เป็น Brand Ambassador ให้กับเครื่องดื่มยี่ห้อหนึ่ง ทำให้เขาได้มีส่วนในการดูแลการตลาดของบริษัท
เรื่องนี้จึงเป็นแรงผลักดันให้เขาตัดสินใจ ออกมาเปิดแบรนด์ของตัวเอง ในวัย 26 ปี
โดยตั้งชื่อแบรนด์ว่า “Li-Ning” ตามชื่อของเขานั่นเอง
แบรนด์ Li-Ning ได้รับความนิยมอย่างมากนับตั้งแต่เปิดตัว
แต่เมื่อมาถึงช่วงปี 2010 ก็เริ่มมีคู่แข่งจากทั้งในและต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะแบรนด์อย่าง Anta ที่มีความสดใหม่ถูกใจวัยรุ่นมากกว่า สวนทางกับภาพลักษณ์ของ Li-Ning ที่นิยมในกลุ่มผู้ใหญ่และผู้สูงอายุในสมัยนั้น
ซึ่งคุณหลี่หนิงเองก็มองเห็นในปัญหานี้
ทำให้เขาตัดสินใจปรับเปลี่ยนบริษัทครั้งใหญ่
โดยดึงที่ปรึกษาชื่อดังอย่าง Texas Pacific Group
และออกแผนที่ชื่อว่า “Transformation Plan” ขึ้นมาในปี 2012
และพลิกให้ Li-Ning จากแบรนด์ที่มีภาพลักษณ์ดูล้าสมัย กลายมาเป็นแบรนด์แฟชั่นสุดล้ำได้ในที่สุด
โดย “Transformation Plan” ที่ว่านี้เริ่มต้นตั้งแต่
การค้นคว้าหาแก่นหลักของแบรนด์เพื่อนำไปต่อยอดในการพัฒนาสินค้าใหม่ๆ
การปรับภาพลักษณ์แบรนด์ให้เหมาะกับ กลุ่มลูกค้าชนชั้นกลางมากขึ้น
การปรับปรุงช่องทางการจัดจำหน่าย
การบริหารคลังสินค้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังเน้นการสร้างประสบการณ์การซื้อให้ดียิ่งขึ้น
นอกจากนี้ยังมีการติดตามข้อมูลการซื้อขายโดยละเอียด จากร้านค้าปลีกต่างๆ เพื่อสำรวจแนวโน้มหรือเทรนด์ที่กำลังได้รับความนิยม และนำไปปรับและพัฒนาสินค้าให้ตรงใจลูกค้ามากขึ้น
ซึ่งเรื่องนี้ก็ตามมาด้วยดีไซน์แบบใหม่ ที่สุดล้ำของแบรนด์นั่นเอง
เมื่อมีสินค้าที่น่าสนใจพร้อมจะส่งถึงมือผู้บริโภคแล้ว
ความท้าทายสำคัญคือ จะทำอย่างไรให้พวกเขาหันมาซื้อสินค้าของแบรนด์ Li-Ning
เรื่องนี้ทำให้ คุณหลี่หนิง ตัดสินใจเปิดตัวไลน์สินค้าแบบพรีเมียมขึ้นครั้งแรก ที่งาน New York Fashion Week เมื่อปี 2018
โดยมีทั้งเสื้อสเวตเตอร์และเสื้อยืด ที่มาในลายตัวอักษรจีน ผสมผสานกับการออกแบบในสไตล์โมเดิร์น
ซึ่งก็ถูกใจลูกค้ากลุ่มวัยรุ่นเป็นอย่างมาก ทั้งชาวจีนและชาวต่างชาติ
ซึ่งก็ดูเหมือนว่ากลยุทธ์ทั้งหมดนี้จะได้ผล
เมื่อดูจากรายได้ 3 ปีที่ผ่านมา..
ปี 2017 รายได้ 41,000 ล้านบาท กำไร 2,400 ล้านบาท
ปี 2018 รายได้ 48,000 ล้านบาท กำไร 3,300 ล้านบาท
ปี 2019 รายได้ 64,000 ล้านบาท กำไร 6,900 ล้านบาท
โดยเฉพาะปี 2019 ที่มีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 32% และมีกำไรเพิ่มขึ้นอีก 109%
และรายได้ทั้งหมดนี้ กว่า 98% มาจากประเทศจีนทั้งหมด ส่วนที่เหลืออีกเพียง 2% นั้นมาจากต่างประเทศ
โดยนอกจากเสื้อผ้าแนวแฟชั่นที่กำลังเติบโตได้ดีแล้ว
สินค้าในหมวดกีฬา ก็ยังคงเติบโตได้ดีไม่แพ้กัน
โดยเฉพาะ บาสเกตบอล และ แบดมินตัน
ที่ยอดขายจากร้านค้าปลีก เติบโตเพิ่มขึ้นถึง 45% และ 24% (รวมฟุตบอล) ซึ่งทาง Li-Ning ได้มีการร่วมมือกับนักบาสเกตบอล NBA ชื่อดังอย่าง Dwyane Wade ในการโปรโมตแบรนด์ และยังเป็นผู้สนับสนุนให้กับสมาคมบาสเกตบอลจีน และนักแบดมินตันทีมชาติอีกด้วย
ซึ่งทั้งหมดนี้ อาจเกิดขึ้นไม่ได้เลย
หากคุณหลี่หนิงไม่ตัดสินใจเปลี่ยนแปลงแนวทางของบริษัทให้ตามทันกระแสโลก
ถึงแม้ว่าคุณหลี่หนิงจะไม่ได้มีประสบการณ์ในด้านการทำธุรกิจมาก่อน
แต่ด้วยประสบการณ์ที่ “ทำไปเรียนรู้ไป” ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา
ก็ทำให้เขา สามารถสร้างและผลักดันบริษัทให้ประสบความสำเร็จได้
และกลายเป็นแบรนด์กีฬาอันดับต้นๆ ของจีน ที่มีมูลค่าสูงกว่า 420,000 ล้านบาท..
----------------------
Blockdit เป็นแพลตฟอร์ม สำหรับนักอ่าน และนักเขียน
ที่มีผู้ใช้งาน 1 ล้านคน ลองใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อได้ไอเดียใหม่ๆ
แล้วอาจพบว่าสังคมนี้เหมาะกับคนเช่นคุณ
Blockdit. Ideas Happen. Blockdit.com/download
----------------------
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - facebook.com/longtunman
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
Line - page.line.me/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
© 2017-2020 Longtunman. All rights reserved.