กรณีศึกษา การเข้าซื้อร้านส้มตำนัว ของกลุ่มเซ็นทรัล

กรณีศึกษา การเข้าซื้อร้านส้มตำนัว ของกลุ่มเซ็นทรัล

12 เม.ย. 2021
กรณีศึกษา การเข้าซื้อร้านส้มตำนัว ของกลุ่มเซ็นทรัล / โดย ลงทุนแมน
เมื่อเร็ว ๆ นี้ CENTEL เจ้าของธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารในกลุ่มเซ็นทรัล
ได้ให้บริษัทลูกอย่าง CRG ที่ทำกลุ่มธุรกิจด้านอาหารและเครื่องดื่ม เข้าไปลงทุนซื้อหุ้นในธุรกิจร้านอาหาร ที่ชื่อว่า “ส้มตำนัว”
คำถามคือ ทำไม กลุ่มเซ็นทรัล จึงอยากลงทุนในธุรกิจร้านส้มตำ
แล้วร้านส้มตำนัว มีเรื่องราวความเป็นมาอย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ร้านส้มตำนัวมีจุดเริ่มต้นมาจากคุณสุธาชล วัฒนะสิมากร
ชาวอุดรธานี ที่ตอนแรกเข้ามาทำงานในบริษัทเอเจนซีโฆษณาในกรุงเทพมหานคร
วันหนึ่ง คุณสุธาชล อยากกินส้มตำปลาร้า
เขาพยายามมองหาร้านส้มตำรสชาติอีสานแท้ ๆ ในกรุงเทพมหานคร
แต่พบว่าหายากมาก และร้านที่เข้าไปรับประทานก็ยังมีรสชาติไม่ถูกปากเท่าไรนัก
สุดท้าย เขาจึงกลับมาต้มปลาร้าและตำส้มตำกินเอง
และก็คิดขึ้นมาว่า “ทำไมเราไม่เปิดร้านส้มตำขายเองเสียเลย”
ไม่นานเขาจึงตัดสินใจชวนเพื่อนอีกคน
คือ คุณประพันธ์ กลั่นบิดา ซึ่งเป็นคนกาฬสินธุ์ มาลงทุนทำร้านส้มตำด้วยกัน
โดยช่วงแรกก่อนที่ทั้งคู่จะตั้งร้านนั้น พวกเขาลงทุนตระเวนชิมส้มตำตามร้านต่าง ๆ เพื่อนำมาทำเป็นสูตรเด็ดของร้านตนเอง
ที่สำคัญคือ ต้องคงเอกลักษณ์ความเป็นลูกอีสานเอาไว้ ซึ่งเป็นถิ่นกำเนิดของทั้งคู่ด้วย
เมื่อตัดสินใจว่าจะทำร้านส้มตำ และได้เมนูเรียบร้อยแล้ว
เรื่องต่อมาที่ทั้งคู่ต้องทำคือ การหาทำเล
ทั้งสองคนมองว่า ทำเลของร้านต้องมีผู้คนเดินทางผ่านไปผ่านมาหนาแน่น และทั้งคู่ก็มาเลือกที่สยามสแควร์ ซึ่งเป็นแหล่งที่มีผู้คนจำนวนมาก
ซึ่งแม้ว่าจะมีความเสี่ยงในเรื่องต้นทุนค่าเช่าที่สูง
แต่ทั้งคู่มองว่าเมื่อหักลบความเสี่ยงและโอกาสที่ร้านจะขายได้ดีแล้วน่าจะคุ้มค่า
ทั้งคู่จึงตัดสินใจมาเปิดร้านส้มตำนัวสาขาแรกที่สยามสแควร์ ในปี 2546
โดยสาขาแรกของร้านส้มตำนัวที่สาขาสยามสแควร์ ถือเป็นร้านส้มตำติดแอร์ร้านแรก ๆ แถวนั้นด้วย
เปิดร้านไปสักระยะ ทั้งคู่ก็สังเกตว่า ลูกค้าที่นั่งทานในร้านหลายโต๊ะบางครั้งต้องรีบสั่ง รีบกิน และรีบไป
ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะ มีคนรอคิวหน้าร้านจำนวนมาก
ดังนั้น ทั้งคู่มองว่า พวกเขาจำเป็นต้องขยายร้านให้มากขึ้น
ร้านส้มตำนัว จึงเริ่มขยายสาขามากขึ้นเรื่อย ๆ จนในปัจจุบัน มีแล้วทั้งหมด 6 สาขา
ได้แก่ สยามสแควร์, สยามเซ็นเตอร์, เซ็นทรัล เอ็มบาสซี, เซ็นทรัลเวิลด์, เมกาบางนา และเซ็นทรัล ลาดพร้าว
ซึ่งนอกจากรสชาติความนัวของส้มตำนัวจะเป็นที่ถูกปากลูกค้าชาวไทยแล้ว ยังเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นชาวจีน ชาวเกาหลี ที่เดินทางมาท่องเที่ยวอีกด้วย
จนสุดท้าย รสชาติและชื่อเสียงของร้านส้มตำนัว ก็ไปเข้าตาบริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL บริษัทในกลุ่มเซ็นทรัล
โดย CENTEL นั้น คือบริษัทในกลุ่มเซ็นทรัล ที่ทำธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร
ในปี 2563 รายได้หลักของ CENTEL นั้นมาจากธุรกิจหลัก 2 กลุ่มคือ
-ธุรกิจอาหาร 76%
-ธุรกิจโรงแรมและอื่น ๆ 24%
ในส่วนของธุรกิจอาหารนั้น CENTEL จะให้บริษัทลูกที่ชื่อว่า บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด หรือ CRG เป็นผู้ดูแล
โดย CRG นั้นมีฐานะที่เป็นผู้รับสิทธิ์ (Franchisee) และเจ้าของลิขสิทธิ์ (Company Owned) แบรนด์ร้านอาหารชื่อดังต่าง ๆ ซึ่งปัจจุบัน CRG มีแบรนด์ร้านอาหารภายใต้การบริหารทั้งสิ้น 15 แบรนด์
ยกตัวอย่างเช่น Mister Donut, KFC, Auntie Anne’s, Pepper Lunch, Yoshinoya
ลองมาดูผลประกอบการของ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด หรือ CRG ในปีที่ผ่านมา
ปี 2560 รายได้ 10,081 ล้านบาท กำไร 690 ล้านบาท
ปี 2561 รายได้ 11,007 ล้านบาท กำไร 680 ล้านบาท
ปี 2562 รายได้ 11,288 ล้านบาท กำไร 570 ล้านบาท
ซึ่งต้องบอกว่าแม้ CRG จะมีแบรนด์ร้านอาหารที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหารจานด่วน ร้านขนม ร้านอาหารญี่ปุ่น ร้านอาหารไทย แต่ CRG ยังไม่มีแบรนด์ร้านส้มตำและร้านอาหารอีสาน ที่เริ่มได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นทั้งในหมู่ชาวไทยและชาวต่างชาติ
พอเรื่องเป็นแบบนี้ CRG จึงตัดสินใจเข้าไปเป็นผู้ถือหุ้น 85% ในบริษัท เอสทีเอ็น เรสเตอรองต์ จำกัด เจ้าของแบรนด์ “ส้มตำนัว” ซึ่งมูลค่าการลงทุนของ CRG ในครั้งนี้คิดเป็นเงินลงทุน 200 ล้านบาท
นั่นหมายความว่า มูลค่าแบรนด์ร้านส้มตำนัวในตอนนี้ ถูกให้มูลค่าสูงถึงประมาณ 235 ล้านบาท
และด้วยจำนวนสาขา 6 สาขาในปัจจุบัน หมายความว่า CRG กำลังให้มูลค่ากับร้านส้มตำนัว โดยเฉลี่ยแล้ว สาขาละ 39 ล้านบาท เลยทีเดียว..
โดย CRG มีแผนที่จะขยายสาขาร้านส้มตำนัว ให้ได้ถึงประมาณ 130 สาขา ภายใน 5 ปีหลังจากนี้
การที่ CRG ได้แบรนด์ร้านอาหารส้มตำและอาหารอีสาน อย่างร้านส้มตำนัวมาอยู่ในมือ ทำให้ต้องบอกว่า ณ ตอนนี้ ธุรกิจร้านอาหารของ CRG มีความหลากหลายมากขึ้นกว่าเดิม
ซึ่งก็ต้องติดตามกันต่อไปว่า ร้านส้มตำนัว หลังจากกลุ่มเซ็นทรัลเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ จะมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร
แต่หลังจากนี้ ร้านส้มตำนัว ก็คงขยับเข้ามาใกล้บ้านใครหลาย ๆ คนแน่นอน..
หมายเหตุ: บทความนี้ไม่ได้มีเจตนาชี้นำให้ซื้อหรือขายหุ้นตัวนี้ การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนโปรดศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
References:
-https://www.set.or.th/set/pdfnews.do?newsId=16171468344951&sequence=2021037375
-https://www.prachachat.net/marketing/news-641179
-แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี/รายงานประจำปี 2563, บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน)
-https://www.siammakro.co.th/horeca_article_detail/
© 2021 Longtunman. All rights reserved.