กรณีศึกษา เมกาบางนา ทำอย่างไรให้เป็น ศูนย์การค้ายืนหนึ่งในย่านบางนา

กรณีศึกษา เมกาบางนา ทำอย่างไรให้เป็น ศูนย์การค้ายืนหนึ่งในย่านบางนา

7 ต.ค. 2021
กรณีศึกษา เมกาบางนา ทำอย่างไรให้เป็น ศูนย์การค้ายืนหนึ่งในย่านบางนา
เมกาบางนา X ลงทุนแมน
หากพูดถึงศูนย์การค้าในย่านบางนา
ชื่อแรก ๆ ที่คนจะนึกถึงก็คือ เมกาบางนา
สำหรับคนกรุงเทพตะวันออก หากต้องการไปช้อปปิ้ง เดินเล่น ทานข้าวกับเพื่อนหรือครอบครัว
แม้กระทั่งหาที่นั่งเล่นพักผ่อนหย่อนใจ สถานที่ที่สะดวกที่สุด ครบครันที่สุดในย่านนี้
คงไม่มีใครปฏิเสธว่าคือ ศูนย์การค้าเมกาบางนา
เพราะนี้คือศูนย์การค้าที่สร้างความเป็น Meeting Place ที่สมบูรณ์แบบสำหรับทุกคน ทุกวัย
นอกจากต้อนรับลูกค้าทั้งจากในกรุงเทพฯ และจากฝั่งกรุงเทพตะวันออกที่เป็นลูกค้าประจำอย่างเหนียวแน่นแล้ว ยังมีลูกค้าที่เดินทางมาจากจังหวัดใกล้เคียงไม่ว่าจะเป็น ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และอื่นๆ จนทำให้แต่ละปีมีผู้เข้ามาใช้บริการกว่า 48 ล้านคน (ตัวเลขก่อนสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19)
จึงไม่แปลกที่ เมกาบางนา จะกลายเป็นศูนย์การค้าที่ยืนหนึ่งในย่านนี้
คำถามคือ แล้ว เมกาบางนา ทำอย่างไรถึงมายืนอยู่ ณ จุดนี้ได้
และขณะเดียวกันเมื่อศูนย์การค้า กลับมาเปิดบริการอีกครั้ง หลังจากรัฐบาลคลายล็อกดาวน์
เมกาบางนา จะมีวิธีไหนให้คนกลับมาช้อปปิ้งในศูนย์การค้าตัวเอง
ลงทุนแมนจะวิเคราะห์ให้ฟัง
ถ้าจะให้นิยามว่าศูนย์การค้าเมกาบางนาคืออะไร ?
ในมุมคนทั่วไปอย่างเรา ๆ ก็คือศูนย์การค้าที่เมื่อเดินเข้าไปก้าวแรก
สิ่งที่ต้องรับรู้ได้เลยคือ เมกาบางนาเป็นศูนย์การค้าที่มีขนาดใหญ่มาก
มีการจัดวาง Layout 900 ร้านค้า ทำให้มีครบทุกสิ่งที่เราต้องการ
ขณะเดียวกันก็จะมีโปรโมชันสินค้าและบริการต่างๆ เพื่อดึงเงินจากกระเป๋าเราได้
หรือเป็นที่ที่สามารถนัดเพื่อน หรือคนที่รักให้มาเจอกัน ได้รับประทานอาหารร่วมกัน หรือใช้เวลาร่วมกัน หรือที่เรียกอีกอย่างว่า The Great Meeting Place
ซึ่งการจะสร้างสิ่งนี้ให้เกิดขึ้นได้นั้น บอกเลยว่ามันไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ
ลองคิดดูว่าการที่จะทำให้คนที่มีไลฟ์สไตล์ต่างกัน, กำลังซื้อต่างกัน, ทัศนคติไม่เหมือนกัน แต่ให้ทุกคนรู้สึกเหมือนกันว่า เมกาบางนา คือสถานที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์และความสุขตัวเองได้
เพียงแต่ เมกาบางนา กลับทำเรื่องนี้ได้สำเร็จ ด้วยแนวคิดการผสมผสานสัดส่วนของร้านค้าหรือ Tenant Mix
ก่อนจะไปดูข้อมูล Tenant Mix คุณรู้หรือไม่ว่า เมกาบางนา
ถือเป็นศูนย์การค้าแนวราบที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน มีพื้นที่รวม 400,000 ตารางเมตร
แบ่งเป็นพื้นที่ให้เช่ากว่า 200,000 ตารางเมตร
โดยตลอด 9 ปีที่ผ่านมา พื้นที่ให้เช่าอยู่ในอัตราเต็มเกือบ 100% ตลอด
โดยพื้นที่เช่าเหล่านี้ก็เต็มไปด้วยร้านค้าและบริการมากมาย
ที่สามารถตอบโจทย์ทุกคนที่มีความแตกต่างกันออกไป
ทีนี้หลายคนคงถามว่า แล้วเมกาบางนามีอะไรบ้าง
เพื่อให้เห็นภาพแบบเข้าใจง่าย ๆ เราขอแยกเป็น 2 ส่วนหลัก ๆ
โดยส่วนแรกคือ Anchor Tenants หรือผู้เช่าหลัก
ภายในอาณาจักร เมกาบางนา ยังมีห้างย่อม ๆ รวมกันถึง 5 แบรนด์เลยทีเดียวที่อยู่ในนี้
ที่แรกที่เรารู้จักกันดีก็คือ IKEA แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ดังจากสวีเดนที่มีจุดขายคือเฟอร์นิเจอร์ไอเดียเก๋ ๆ คุณภาพสูงแต่มาพร้อมราคาที่เข้าถึงได้ง่าย
ต่อมาคือ Big C Extra ซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ที่นอกจากมีสารพัดวัตถุดิบทำอาหาร
ที่ทั้งสดใหม่แล้วนั้น ก็ยังมีสารพัดสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันให้เลือกซื้อในราคาที่เข้าถึงง่าย
อันดับต่อมาก็คือ HomePro ศูนย์รวมอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า และของแต่งบ้านครบครัน
หรือแม้แต่เซ็นทรัลก็ยังอยู่ในอาณาจักรแห่งนี้
โดยเป็นการเปลี่ยนโฉมจากห้างโรบินสันเดิมมาเป็น เซ็นทรัล @ เมกาบางนา
เหตุผลของการเปลี่ยนก็เพื่อให้ตอบโจทย์ลูกค้าซึ่งเป็นกลุ่มคนวัยทำงานและครอบครัวคนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนไป พรีเมี่ยมขึ้น และสอดคล้องกับลูกค้าในย่านนี้
สุดท้ายคือ Mega Cineplex ที่มีถึง 15 โรงภาพยนตร์ มีที่นั่งกว่า 3,500 ที่นั่ง ที่น่าสนใจก็คือที่นี่มีระบบการฉายครบครันทั้งจอ IMAX, 4DX, SCREEN X รวมถึงมีโรงภาพยนตร์สำหรับเด็ก ซึ่งมีแค่ไม่กี่ที่ในประเทศไทย เป็นต้น
ส่วนที่สองก็คือกลุ่มร้านค้ารายย่อยที่เป็นเสมือนแม่เหล็กหลายๆ ตัวที่ดึงดูดให้ใคร ๆ ก็มาที่นี่ เป็นที่มาของอีกหนึ่งฉายาของ เมกาบางนา คือ Food Destination แห่งกรุงเทพตะวันออก โดยมีร้านอาหารอร่อยชื่อดังรวมกันไว้ถึง 165 ร้าน
ยิ่งไปกว่านั้นเมกาบางนายังเอาใจสาว ๆ ด้วยการคัดสรรสินค้าและบริการเกี่ยวกับความงาม มาให้ช้อปอย่างครบครันโดยมีมากกว่า 60 ร้านเลยทีเดียว รวมถึง Beauty Store ต่างๆ เช่น Multy Beauty, Sephora และ EVEANDBOY หรือคลินิกความงามต่าง ๆ ก็มีให้บริการอย่างครบถ้วน
ขณะเดียวกันก็ยังมีร้านขายอุปกรณ์กีฬา ร้านขายสินค้า IT แฟชั่น โรงเรียน ร้านค้าไลฟ์สไตล์ และอื่น ๆ ที่รวมกันกว่า 900 ร้านค้า
นอกจากนี้ยังมี พื้นที่ Pop Up Store ที่จะเปิดให้ธุรกิจใหม่ๆ
หรือที่กำลังอยู่ในกระแสได้มาลองขายสินค้าในเมกาบางนานี้ได้
โดยพื้นที่ขายเหล่านี้จะมีอาหารและสินค้าหลากหลายในทุกระดับราคา
เพื่อให้เข้าถึงคนทุกกลุ่มกำลังซื้อนั่นเอง
และที่สำคัญการกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งของเมกาบางนา มาพร้อมกับร้านค้าพันธมิตรใหม่ ๆ อีกเพียบที่เรียกคนให้เข้ามาใช้บริการเพิ่มได้เป็นอย่างดี อาทิ
ร้านโรงเตี๊ยมเสือพ่นไฟ ที่แตกไลน์จากชานมชื่อดังอย่าง Fire Tiger
Chicken Club ร้านอาหารสไตล์เกาหลี
Ssamthing Together ร้านปิ้งย่างเกาหลีที่มีแฟนคลับเหนียวแน่น และทองสมิทธ์
ซึ่งร้านอาหารและเครื่องดื่มเหล่านี้คนเยอะตั้งแต่วันแรกที่เปิดให้บริการ
รวมถึงคลินิก ร้านเครื่องสำอางดัง ๆ ก็มาเปิดให้บริการที่เมกาบางนา อาทิ รมย์รวินท์, SLC, APEX Medical Center หรือ Dior, YSL, Charlotte Tilbury หรือ Elemis เป็นต้น
และที่กำลังจะมาเปิดเร็ว ๆ นี้ ก็เป็นร้านที่ลูกค้าต่างรอคอย สำหรับสายกินต้องไม่พลาดก็คือ Sushiro และสำหรับสายความงามต้องรอร้านนี้เลย Chanel Beaute
เรียกได้ว่าเมกาบางนามีคอนเทนต์เรียกลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการได้ตลอดเวลาจริง ๆ
นอกจากนี้ ที่เมกาบางนา เราจะเห็นการพัฒนาและการปรับปรุงภูมิทัศน์ทั้งด้านในและด้านนอกอยู่เสมอ อย่างที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อไม่นานมานี้คืออาคารจอดรถอิเกีย 8 ชั้น ที่รองรับรถได้ถึง 2,000 คัน
ทำให้ปัจจุบันเมกาบางนามีที่จอดรถที่รองรับรถได้มากถึง 12,000 คัน
เพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ
หรือโซนเมกา ฟู้ดวอล์ค หากใครได้เคยไปเยี่ยมจะเห็นว่า ทางศูนย์ได้พัฒนาโซนนี้ใหม่ จะอยู่ด้านนอก แถวๆ ร้านเกรย์ฮาวน์ โซนนี้ให้ฟีลลิ่งเหมือนรีสอร์ท ซึ่งเหมาะกับการเป็นสถานที่พักผ่อน นั่งชิลๆ ถ่ายภาพได้ บรรยากาศเย็นร่มรื่น หรือโซนเมกา พาร์ค สวนสาธารณะขนาด 7 ไร่ ที่เปิดให้ลูกค้า หรือชุมชนใกล้ ๆ มาใช้บริการได้ฟรี รวมถึงยังสามารถพาสุนัขไปใช้บริการได้ด้วย สิ่งเหล่านี้ ทำให้เมกาบางนา เป็นศูนย์การค้าที่แตกต่างออกไปจากศูนย์การค้าทั่วไป ได้อย่างเด่นชัด
สิ่งที่หลายคนคงตั้งคำถามก็คือ ในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19
ได้ทำให้คนคุ้นชินกับการช้อปออนไลน์จนกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันหรือไม่ ?
ทีนี้เมื่อศูนย์การค้ากลับมาเปิดบริการอีกครั้ง หลังจากคลายมาตรการล็อกดาวน์
คนจะกลับมาใช้ชีวิตในศูนย์การค้าทั้ง ช้อปปิ้ง ดูหนัง ทานอาหารอร่อยๆ เหมือนเดิมอีกหรือเปล่า?
เราคงได้ยินข่าวว่านับตั้งแต่ศูนย์การค้าเปิดให้บริการวันที่ 1 กันยายน ที่ผ่านมา
หลายร้านอาหารในศูนย์การค้า หรือร้านค้าประเภทอื่น ๆ
มีคนก็แวะมาซื้อสินค้า หรือทานอาหารอย่างไม่ขาดสาย
เพราะทุกคนรู้ดีว่าในโลกของ E-Commerce หรือสั่งอาหารผ่าน App ต่าง ๆ
มันขาด ฟิลลิ่ง บางอย่าง และมีเพียงศูนย์การค้าเท่านั้นที่จะตอบสนองได้
ไม่ว่าจะเป็น การได้สัมผัส ได้ทดลองสินค้า หรือพูดคุยกับพนักงานขายก่อนตัดสินใจซื้อ
การรับประทานอาหารในร้านที่เรามักรู้สึกว่ารสชาติอร่อยกว่าสั่งมาทานที่บ้าน
สุดท้าย ทุกคนโหยหาการนัดเจอเพื่อนฝูงหรือคนที่เรารัก จนถึงการพาครอบครัว
ไปทำสารพัดกิจกรรมต่าง ๆ ในศูนย์การค้า
โดยทั้งหมดที่กล่าวมา มันเป็นสิ่งที่หาไม่ได้จากหน้าจอสี่เหลี่ยม ๆ บนจอโทรศัพท์
เมื่อ เมกาบางนา เป็นศูนย์การค้าที่มีพื้นฐานที่ดี ด้วยสินค้า บริการ สถานที่ ที่สามารถตอบโจทย์ให้ผู้คนมาใช้ชีวิตที่นี่ได้อย่างครบถ้วน แต่ทุกกิจกรรมยังคงอยู่ภายใต้มาตรการการป้องกันโรคและการใช้ชีวิตแบบวิถีใหม่ (New Normal)
และด้วยหลายๆ ปัจจัยเหล่านี้ ทำให้ลูกค้าส่วนใหญ่ต่างไว้วางใจและเลือกที่จะกลับมาใช้บริการที่เมกาบางนาอย่างต่อเนื่องหลังจากการประกาศปลดล็อกดาวน์
และที่สำคัญคือร้านค้า ร้านอาหารภายในเมกาบางนาก็กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
โจทย์คือเมื่อภาครัฐประกาศคลายล็อกดาวน์ ทางเมกาบางนา
จะทำอย่างไรให้คนรู้สึก ปลอดภัย เมื่อมาใช้บริการต่าง ๆ ในศูนย์การค้า
ก็เลยเป็นที่มาของมาตรการต่าง ๆ เพื่อสร้างความมั่นใจ
เช่น ทำความสะอาดพื้นที่ส่วนกลางสม่ำเสมอ เว้นระยะห่างระหว่างบุคคล
มีการตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้าใช้บริการ และมีการติดตั้งจุดบริการเจลล้างมือ,
ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคทั่วพื้นที่ทุกวัน ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด
ตามกฎของกรมควบคุมโรค
โดยผลลัพธ์ที่ได้ก็ดีเกินความคาดหมาย เมื่อระยะเวลาเกือบ 1 เดือนที่เปิดให้บริการ
มีจำนวนลูกค้าที่คิดถึงเมกาบางนาเข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง (แบบมีระยะห่าง)
ถึงตรงนี้หลายคนน่าจะพอเห็นภาพแล้วว่า
อะไรที่ทำให้ เมกาบางนา ประสบความสำเร็จจนกลายเป็นศูนย์การค้าที่ยืนหนึ่งในย่านบางนา
ที่หากใครที่มาย่านนี้ ก็ต้องแวะเข้าไปใช้บริการในศูนย์การค้าแห่งนี้ทุกครั้ง
ส่วนในมุมของ ลงทุนแมน ถ้าถามว่ารู้สึกอย่างไรกับ เมกาบางนา
ก็ต้องตอบว่า ทุกครั้งที่ได้ไป ความรู้สึกที่ได้ คือความสะดวกสบายที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง
แต่ที่ได้มาเพิ่มเติมคือ ประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ได้เข้าไปเยี่ยมชม หรือซื้อของร้านใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา
นั่นแปลว่า เมกาบางนา คือ ศูนย์การค้าที่มีชีวิต
ที่เต็มไปด้วยผู้คนที่มีเหตุผลในการมาแตกต่างกันออกไป
แต่สิ่งที่ได้รับเหมือนกันหมดนั่นคือ “ความสุข” ที่ได้รับจากการมา เมกาบางนา นั่นเอง..
© 2021 Longtunman. All rights reserved.