ทำไม การยาสูบแห่งประเทศไทย รายได้กำไร ลดลงทุกปี

ทำไม การยาสูบแห่งประเทศไทย รายได้กำไร ลดลงทุกปี

18 ต.ค. 2021
ทำไม การยาสูบแห่งประเทศไทย รายได้กำไร ลดลงทุกปี /โดย ลงทุนแมน
รู้หรือไม่ว่า การยาสูบแห่งประเทศไทย นับเป็นผู้ผลิตบุหรี่ภายในไทยทั้งหมด โดยมียี่ห้อต่าง ๆ ได้แก่ TUK TUK, สามิต, กรุงทอง, กรองทิพย์, สายฝน, SMS, GOAL, LINE, WONDER S และ KNIGHT (Blue)
ที่ผ่านมา การยาสูบแห่งประเทศไทย ถือเป็นรัฐวิสาหกิจที่ทำรายได้ให้รัฐอันดับต้น ๆ ของประเทศไทยมาโดยตลอด แม้แต่ในช่วงเศรษฐกิจย่ำแย่
แต่ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ก็ดูเหมือนว่าการยาสูบแห่งประเทศไทย กำลังมีอาการน่าเป็นห่วง
โดยเฉพาะในช่วง 4 ปีหลัง ที่ผลประกอบการลดลงมาโดยตลอด
การยาสูบแห่งประเทศไทย
ปี 2560 รายได้ 68,175 ล้านบาท กำไร 9,343 ล้านบาท
ปี 2563 รายได้ 45,462 ล้านบาท กำไร 550 ล้านบาท
จะเห็นได้ว่า การยาสูบมีรายได้ลดลง 33%
ในขณะที่ กำไร ก็ได้ปรับตัวลดลงมากถึง 94% ในระยะเวลาเพียง 4 ปี
จากกำไรเกือบหมื่นล้าน ลดลงเหลือห้าร้อยล้าน..
การยาสูบแห่งประเทศไทย กำลังเจอปัญหาอะไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
╔═══════════╗
Blockdit เป็นแพลตฟอร์ม สำหรับนักอ่าน และนักเขียน
ที่มีผู้ใช้งาน 1 ล้านคน ลองใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อได้ไอเดียใหม่ๆ
แล้วอาจพบว่าสังคมนี้เหมาะกับคนเช่นคุณ
Blockdit. Ideas Happen. Blockdit.com/download
╚═══════════╝
การยาสูบแห่งประเทศไทย เป็นรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงการคลัง โดยแรกเริ่มเดิมทีมีชื่อว่า โรงงานยาสูบ กระทรวงการคลัง ก่อนที่ภายหลังจะกลายสภาพเป็นนิติบุคคล รวมถึงมีการเปลี่ยนชื่อในปี 2561
การยาสูบแห่งประเทศไทย ถูกก่อตั้ง มาตั้งแต่ปี 2482
โดยรัฐบาลไทยในสมัยนั้น ได้เข้าซื้อโรงงานยาสูบของห้างหุ้นส่วนบูรพายาสูบ จำกัด
และนำมาดำเนินการต่อ ภายใต้การควบคุมดูแลของกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง
2 ปีถัดมาหรือในปี 2484 ก็ได้เกิดสงครามมหาเอเชียบูรพาขึ้น
โดยสงครามดังกล่าว ก็ได้ส่งผลกระทบต่อกิจการยาสูบทั้งหมดในประเทศ
รัฐบาลไทยสมัยนั้น จึงเข้าซื้อกิจการยาสูบของเอกชนทั้งหมดมาบริหารเอง
ต่อมาผู้คนนิยมสูบบุหรี่กันอย่างแพร่หลายและด้วยการที่รัฐเป็นผู้ผลิตแต่เพียงรายเดียว
ทำให้การยาสูบแห่งประเทศไทย กลายเป็นรัฐวิสาหกิจที่ทำรายได้เข้าสู่รัฐเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ
แต่เวลาถัดมา รัฐบาลได้อนุญาตให้บุหรี่ต่างประเทศ เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยได้อย่างถูกกฎหมาย ส่งผลให้การยาสูบแห่งประเทศไทยที่ผูกขาดมาโดยตลอด ต้องเผชิญกับการแข่งขัน จนกระทบต่อยอดขายอย่างรุนแรง
อย่างไรก็ตาม การยาสูบแห่งประเทศไทยเริ่มปรับตัวได้ โดยเน้นการเจาะตลาดระดับที่มีกำลังซื้อต่ำลงมา ซึ่งนับเป็นกลุ่มผู้บริโภคส่วนใหญ่ในประเทศไทย แตกต่างจากบุหรี่ต่างประเทศ ที่มุ่งเน้นตีตลาดระดับกลางและบน
ปัจจุบัน การยาสูบแห่งประเทศไทย จึงยังครอบครองส่วนแบ่งตลาดบุหรี่ในประเทศไทยที่ 56%
และยังเป็นผู้ผลิตบุหรี่ภายในไทยเพียงรายเดียวเช่นเดิม
ในขณะที่ ส่วนแบ่งตลาดบุหรี่ที่เหลือ จะมาจากบุหรี่ต่างชาติที่นำเข้ามา
ส่วนใหญ่มาจาก บริษัท ฟิลลิป มอร์ริส เทรดดิ้ง (ไทยแลนด์) ตัวแทนจำหน่าย มาร์ลโบโร และ แอล แอนด์ เอ็ม และ บริษัท ลีดอน ดิสทริบิวชั่น ผู้จัดจำหน่าย เบรก, ไอสกอร์, เพลย์ออฟ, ลีมอส และ เอสเซ่
แม้ว่าในอดีต การยาสูบแห่งประเทศไทย จะเป็นตัวทำรายได้มหาศาล
ให้แก่รัฐ โดยเฉพาะปี 2560 ที่มีเงินนำส่งรัฐถึง 62,576 ล้านบาท
โดยหากเราย้อนกลับไปดูผลประกอบการของการยาสูบไทย ก่อนหน้านี้
ปี 2557 รายได้ 61,272 ล้านบาท กำไร 6,275 ล้านบาท
ปี 2558 รายได้ 61,401 ล้านบาท กำไร 7,105 ล้านบาท
ปี 2559 รายได้ 64,787 ล้านบาท กำไร 8,861 ล้านบาท
ซึ่งแม้ว่าในช่วงนี้ จะมีการปรับขึ้นภาษีอยู่หลายครั้ง แต่ก็เป็นการปรับราคาขึ้นทุกยี่ห้อ
โดยสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ในช่วงแรก บริษัทต่าง ๆ จะมีรายได้ลดลง แต่สุดท้ายเมื่อผู้สูบปรับตัวได้
รายได้ของทั้งการยาสูบแห่งประเทศไทย รวมถึงบริษัทผลิตบุหรี่ ต่างชาติ ก็ได้ปรับตัวกลับมาอยู่ในระดับเดิม
แต่หากเรามาดูผลประกอบการอีกช่วงหนึ่ง ซึ่งก็คือหลังปี 2560
ปี 2560 รายได้ 68,175 ล้านบาท กำไร 9,343 ล้านบาท
ปี 2561 รายได้ 51,566 ล้านบาท กำไร 843 ล้านบาท
ปี 2562 รายได้ 50,292 ล้านบาท กำไร 513 ล้านบาท
ปี 2563 รายได้ 45,462 ล้านบาท กำไร 550 ล้านบาท
จากข้อมูลเห็นได้ว่า ทั้งรายได้และกำไรของการยาสูบแห่งประเทศไทย ได้ปรับตัวลดลงมาโดยตลอด ซึ่งถ้าถามว่าอะไรคือสาเหตุของผลประกอบการที่แย่ลง
คำตอบคือ การเปลี่ยนโครงสร้างภาษีแบบใหม่ นั่นเอง
แล้วทำไมมันถึงส่งผลกระทบไม่เหมือนเดิม ?
นั่นก็เพราะว่าในปี 2560 กรมสรรพสามิต ได้เปลี่ยนโครงสร้างภาษีบุหรี่ใหม่
จากที่เคยเป็นภาษีอัตราเดียว เปลี่ยนเป็นเก็บ “ภาษี 2 อัตรา”
โดยบุหรี่ที่มีราคาขายปลีก ซองละไม่ถึง 60 บาท จะเก็บภาษี 20%
ในขณะที่ บุหรี่ที่มีราคาเกิน 60 บาท ต้องโดนเก็บภาษีถึง 40% หรือสูงเป็นสองเท่า
จากเรื่องนี้ส่งผลให้บริษัทต่างชาติ ที่เคยตีตลาดบุหรี่ระดับกลางถึงบนเท่านั้น กลับมาลงแข่งขันตีตลาดระดับล่างที่การยาสูบแห่งประเทศไทยเป็นผู้นำ เพราะเห็นช่องโหว่ของการเก็บภาษี 2 อัตรา
ตัวอย่าง บุหรี่ยี่ห้อแอล แอนด์ เอ็ม 7.1 ของบริษัท ฟิลลิป มอร์ริส
ก่อนเปลี่ยนการเก็บภาษี ราคาต่อซอง 72 บาท
แต่หลังเปลี่ยนการเก็บภาษีแบบใหม่ ราคาต่อซองเหลือ 60 บาท
ซึ่งแม้จะลดราคาขายลง 12 บาท
แต่ก็ทำให้เสียภาษีลดลงด้วยที่ 16.8 บาท
คิดเป็นสุทธิแล้วจะได้กำไรเพิ่ม 4.8 บาท
ด้วยเหตุผลนี้ ทำให้บุหรี่ของต่างชาติ หลายยี่ห้อ เลือกที่จะปรับราคาลดลงให้ไม่ถึง 60 บาท เพื่อให้โดนเก็บภาษีในอัตราที่ต่ำกว่า
กลับกัน บุหรี่ยี่ห้อไลน์และโกลด์ ของการยาสูบแห่งประเทศไทย
ก่อนเปลี่ยนการเก็บภาษี ราคาต่อซองอยู่ประมาณ 40 บาท
แต่ภายหลัง ราคาต่อซองถูกปรับตัวมาที่ 60 บาท
แน่นอนว่าเมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ ทำให้กลุ่มลูกค้าเดิมบางส่วนหันไปซื้อบุหรี่ต่างชาติมากยิ่งขึ้น เพราะราคาไม่ต่างกันมาก
ตรงกันข้ามกับบุหรี่ต่างชาติ ที่นอกจากสามารถดึงดูดลูกค้าใหม่ได้แล้ว
ยังสามารถรักษาฐานลูกค้ากลุ่มเดิมได้อีกด้วย
พอเรื่องเป็นแบบนี้ ก็เลยทำให้การยาสูบแห่งประเทศไทยจึงเริ่มสูญเสียส่วนแบ่งตลาดไป
โดยส่วนแบ่งตลาดปัจจุบัน ลดลงเหลือ 56% จากแต่เดิมที่เคยครองตลาดถึง 75%
และนี่จึงเป็นสาเหตุ ที่ทำให้กำไรลดลงอย่างมหาศาลนั่นเอง
แม้ว่าปัจจุบันการยาสูบแห่งประเทศไทย จะยังคงตามแก้ไขกับปัญหานี้อย่างต่อเนื่อง
แต่ดูเหมือนว่า สถานการณ์ล่าสุด ก็เข้ามาซ้ำเคราะห์ร้ายอีกครั้ง
เมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา กรมสรรพสามิต มีการบังคับใช้อัตราภาษีบุหรี่ใหม่ ดังต่อไปนี้
1. จัดเก็บภาษีตามปริมาณใหม่ จากเดิม 1.20 บาทต่อมวน
เป็น 1.25 บาทต่อมวน ต้นทุนภาษีส่วนนี้ต่อซอง 24 บาท เพิ่มเป็น 25 บาท
2. จัดเก็บภาษีตามมูลค่าใหม่ แต่เป็นรูปแบบ 2 อัตราเช่นเดิม คือ
- ราคาขายปลีก ไม่เกิน 72 บาทต่อซอง เสียภาษี 25%
- ราคาขายปลีก เกิน 72 บาทต่อซอง เสียภาษี 42%
การขยับราคาที่ใช้ในการกำหนดเกณฑ์เสียภาษี จาก 60 เป็น 72 บาท
น่าจะทำให้บุหรี่จากต่างชาติสามารถทำราคาให้ต่ำเพื่อให้มีผลประโยชน์ทางภาษีเช่นเดิม
และการที่กรมสรรพสามิตขึ้นภาษีมาตลอด ทำให้ตอนนี้เกิดปัญหาตามมาอีกอย่าง
คือการเข้ามาของบุหรี่เถื่อน หรือบุหรี่หนีภาษี ที่มีราคาถูกกว่าบุหรี่ทั่วไปถึงครึ่งหนึ่ง
ส่งผลให้ผู้มีรายได้น้อย ซึ่งเป็นกลุ่มผู้บริโภครายใหญ่ของบุหรี่ไทย หันมาสูบกันมากขึ้น
โดยมีรายงานประมาณการว่า ปี 2563 บุหรี่เถื่อนอาจมีสัดส่วนตลาดถึง 29% เลยทีเดียว
จากทั้งหมดนี้ เรียกได้ว่าการยาสูบแห่งประเทศไทย กำลังเจอศึกหนักทั้งสองด้าน
ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าติดตามว่า การยาสูบแห่งประเทศไทยจะเป็นอย่างไรต่อไป
เพราะเห็นได้ว่า เส้นทางในอนาคตที่รออยู่ มีความท้าทายไม่น้อยเลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม สุดท้ายแม้ว่าบุหรี่ต่างชาติจะได้รับผลประโยชน์จากภาษี 2 อัตราอยู่บ้าง
แต่หากดูผลประกอบการที่ผ่านมาของ บริษัท ฟิลลิป มอร์ริส เทรดดิ้ง (ไทยแลนด์)

ปี 2562 รายได้ 31,231 ล้านบาท กำไร 592 ล้านบาท อัตรากำไร 1.9%
ปี 2563 รายได้ 30,400 ล้านบาท กำไร 620 ล้านบาท อัตรากำไร 2.0%
จะเห็นได้ว่า กำไรที่หายไปเกือบ 9,000 ล้านบาทของการยาสูบแห่งประเทศไทยก็ไม่ได้ไหลมาสู่บริษัทนำเข้าบุหรี่ต่างชาติอย่างที่หลายคนคิด เพราะจะเห็นได้ว่าบริษัทบุหรี่ต่างชาติมีกำไรหลักร้อยล้านบาท และมีอัตรากำไรที่ต่ำ
ดูเหมือนว่า ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์มากที่สุด จากการเก็บภาษี 2 อัตรานั้น ไม่ใช่ทั้งการยาสูบแห่งประเทศไทย บริษัทนำเข้าบุหรี่ต่างชาติ แต่กลับเป็นกรมสรรพสามิตที่เก็บภาษีได้มากขึ้น และผู้บริโภคระดับกลางถึงล่างที่มีตัวเลือกหลากหลายขึ้น จากบุหรี่ต่างชาติที่ปรับราคาลงนั่นเอง..
╔═══════════╗
Blockdit เป็นแพลตฟอร์ม สำหรับนักอ่าน และนักเขียน
ที่มีผู้ใช้งาน 1 ล้านคน ลองใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อได้ไอเดียใหม่ๆ
แล้วอาจพบว่าสังคมนี้เหมาะกับคนเช่นคุณ
Blockdit. Ideas Happen. Blockdit.com/download
╚═══════════╝
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - facebook.com/longtunman
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
Line - page.line.me/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
Spotify - open.spotify.com/show/4jz0qVn1AL7tRMHiTvMbZH
Apple Podcasts - podcasts.apple.com/th/podcast/ลงท-นแมน/id1543162829
Soundcloud - soundcloud.com/longtunman
References
-https://www.trc.or.th/th/media/attachments/2020/07/19/..-2562.pdf
-https://www.thaitobacco.or.th/th
-https://www.thaitobacco.or.th/th/about-us
-https://th.wikipedia.org/wiki/
-https://thairevenuestamps.com/2019/10/23
-https://www.thairath.co.th/business/feature/2198158
-https://www.thaitobacco.or.th/th/wp-content/uploads/2020/03/TOAT-AR2019.pdf
-https://www.thaitobacco.or.th/th/wp-content/uploads/2021/03/F99_2563_S207_30092020.pdf
-https://www.thaipost.net/main/detail/118331
© 2021 Longtunman. All rights reserved.