L’Oréal ผลักดัน “ความยั่งยืน” ให้เป็นทางเลือกใกล้ตัวคนไทย

L’Oréal ผลักดัน “ความยั่งยืน” ให้เป็นทางเลือกใกล้ตัวคนไทย

ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง x L’Oréal
ทุกวันนี้ ผู้บริโภคจำนวนมากอยากใช้ชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการพกแก้วส่วนตัว หรือลดการใช้พลาสติก เพื่อลดผลกระทบเชิงลบต่อโลก
สอดคล้องกับผลสำรวจล่าสุดของ KANTAR บริษัทวิจัยข้อมูลเชิงลึกระดับโลก ที่พบว่า ผู้บริโภคทั่วโลกกว่า 84% ต้องการเลือกสิ่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
แต่จริง ๆ แล้ว การเปลี่ยนพฤติกรรมกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด ส่งผลให้เกิดช่องว่างที่สำคัญ​ระหว่างความตั้งใจกับการลงมือทำจริงของผู้บริโภค
นี่จึงกลายเป็นโจทย์สำคัญของ ลอรีอัล กรุ๊ป (L’Oréal Groupe) บริษัทความงามอันดับหนึ่งของโลก จนนำมาสู่การผลักดันแคมเปญด้านความยั่งยืนอย่าง #JoinTheRefillMovement
แล้วแคมเปญนี้ ช่วยให้ผู้บริโภคใช้ชีวิต ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้มากขึ้นอย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
เมื่อ ลอรีอัล เห็นถึงความสำคัญที่จะทำให้เรื่องความยั่งยืนกลายเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคสามารถมีส่วนร่วมได้จริง ผ่านพฤติกรรมง่าย ๆ อย่างการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์แบบรีฟิล
แนวคิดนี้สอดคล้องกับพันธสัญญาด้านความยั่งยืน “L’Oréal for the Future” ที่มุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและพัฒนาสังคมใน 4 มิติ เช่น
- ดูแลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
- พิทักษ์ธรรมชาติ
- ขับเคลื่อนการหมุนเวียนทรัพยากร
- สนับสนุนชุมชน
ซึ่งผลิตภัณฑ์แบบ “รีฟิล” อาจเป็นทางเลือกสำคัญ ที่ทำให้การบรรลุเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมของผู้บริโภค สามารถเกิดขึ้นได้จริงในชีวิตประจำวัน
เพราะเมื่อผู้บริโภคเลือกเติมผลิตภัณฑ์ แทนการซื้อผลิตภัณฑ์ใหม่ ความต้องการใช้ทรัพยากรที่จำเป็น สำหรับการผลิตบรรจุภัณฑ์ก็ลดลงตามไปด้วย เช่น
น้ำหอม YSL Libre EDP
เมื่อเลือกซื้อขวดรีฟิล ขนาด 100 มล. จำนวน 1 ขวด
แทนการซื้อขวดใหม่ ขนาด 50 มล. จำนวน 2 ขวด
สามารถช่วยลดการใช้ทรัพยากร
- วัสดุโลหะ 100%
- พลาสติก 59%
- แก้ว 58%
- กระดาษแข็ง 42%
แม้ตัวเลขเหล่านี้ จะดูเป็นผลลัพธ์จากการตัดสินใจเพียงครั้งเดียว แต่หากเกิดขึ้นพร้อมกันในวงกว้าง ก็อาจช่วยลดการใช้ทรัพยากร และลดปริมาณขยะได้อย่างมีนัยสำคัญ
และอีกสิ่งที่น่าสนใจคือ ลอรีอัลไม่ได้มองรีฟิลเป็นเพียงผลิตภัณฑ์ทางเลือกสำหรับผู้บริโภคเฉพาะกลุ่ม แต่พยายามผลักดันให้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมความงาม ผ่านการขยายทางเลือกให้ครอบคลุมหลากหลายแบรนด์และระดับราคา
เบื้องหลังของการเปลี่ยนแปลงนี้ ได้รวมถึงการลงทุนในด้านบรรจุภัณฑ์และการหมุนเวียนทรัพยากร ไม่ว่าจะเป็น
- สนับสนุนกองทุน L’AcceleratOR มูลค่า 100 ล้านยูโร เพื่อพัฒนาวัสดุบรรจุภัณฑ์แห่งอนาคต
- คิดค้นนวัตกรรมวัสดุทางเลือกใหม่ ๆ เช่น บรรจุภัณฑ์จากสาหร่าย, พลาสติกชีวภาพจากอ้อย และขวดกระดาษรีไซเคิล
- ปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตทั้งห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) โดยตั้งฐานการผลิตระบบรีฟิลเฉพาะทางในหลายประเทศ
ทั้งหมดนี้ สะท้อนว่า ลอรีอัลไม่ได้ต้องการเพียงแคมเปญรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังมีความตั้งใจ เปิดทางให้ผู้บริโภคสามารถเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อใช้ชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
เพราะในท้ายที่สุด การสร้างอนาคตที่ยั่งยืนอาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เพียงอย่างเดียว
แต่เกิดจากการที่ผู้คนสามารถเลือกสิ่งที่ดีกว่าได้ง่ายขึ้นในชีวิตประจำวัน
และนี่คือหัวใจสำคัญของ #JoinTheRefillMovement ที่ต้องการให้ความยั่งยืนไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นส่วนหนึ่งของ Beauty Routine ในทุกวัน
Reference
- เอกสารประชาสัมพันธ์ L’Oréal

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

SPONSORED
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon